"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเป็นรูปปั้นทวารบาลอยู่ตรงนั้น ผมคงต้องพิจารณาไล่อุดรอยรั่วทักษะการทำงานของคุณออกเสียใหม่ คุณมีสิทธิ์อะไรถือวิสาสะก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผม... มีนารา"
เสียงทุ้มต่ำที่อัดแน่นด้วยความหงุดหงิดเจือกระแสความเย็นชาตวัดเฉียบใส่ผู้มาใหม่ทันที ภูวดลไม่ได้ขยับตัวออกจากรัศมีการคุกคาม เขายังคงยืนค้ำร่างของคิมหันต์ที่นอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม ปลายรองเท้าหนังขัดเงาของท่านประธานหนุ่มแทบจะเกยทับขอบโซฟา ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงค้ำพนักพิงไว้มั่น กักตัวลูกน้องปากเก่งให้อยู่ในอาณาเขตของตนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
คิมหันต์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมา ไม่ใช่เพราะตกใจเสียงคำรามของเจ้านายหนุ่ม แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้จนเกินมาตรฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจ... หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง
กลิ่นอายน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับความตื่นตัวของสถานการณ์ ทำให้สติปัญญาที่มักจะเฉียบคมของคิมหันต์พร่าเลือนไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบของคนที่อยู่เบื้องบน ภูวดลไม่ได้ละสายตาไปจากเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว แม้ว่าบุคคลที่สามกำลังยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้องทำงานก็ตาม
มีนาราชะงักกึก รอยยิ้มสมบูรณ์แบบที่มักจะสวมไว้ราวกับหน้ากากบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแตกละเอียดลงทันที ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ประเดประดอนเข้ามาทั้งตกใจ หวาดระแวง และไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
เดรสหรูหราแบรนด์ดังแนบเนื้อขยับไหวเล็กน้อยเมื่อเจ้าตัวก้าวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความมั่นใจสั่นพร่าลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเอ่ยขึ้น
"ภู... นี่มันอะไรกันคะ? คุณกำลังทำอะไรกับ... เด็กฝึกงานคนนี้?"
คำว่า "เด็กถูกอุปการะ" หรือ "เด็กฝึกงาน" ที่ถูกเน้นเสียงด้วยความเหยียดหยามเล็กๆ นั้น ทำให้คิมหันต์ที่นอนหายใจหอบกระชั้นอยู่ใต้ร่างของประธานหนุ่มรู้สึกเหมือนมีไฟลามเลียขึ้นมาที่พวงแก้ม ไม่ใช่เพราะความอาย แต่เป็นความถือดีที่ถูกท้าทาย ร่างบางพยายามขยับตัวเพื่อถอยหนีแรงกดดัน แต่กลายเป็นว่าการขยับนั้นทำให้สะโพกและเรียวขาไปเบียดเข้ากับลำตัวหนาของภูวดลโดยไม่ได้ตั้งใจ
*ตุบ!*
เสียงหัวใจของภูวดลกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงจนเจ้าตัวต้องขบกรามแน่น สัมผัสอุ่นร้อนที่แนบชิดผ่านเนื้อผ้าทำให้เส้นความอดทนที่ตึงเปรี๊ยะอยู่แล้วเกือบขาดผึ่ง ประธานหนุ่มก้มหน้าลงต่ำจนปลายจมูกแทบจะชนกับสันจมูกรั้นของคนใต้ร่าง แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดุดันดั่งสัตว์ป่าที่กำลังถูกล้ำ
"ถอยไปสิครับท่านประธาน..." คิมหันต์กระซิบลอดไรฟัน เสียงแหบพร่าและสั่นน้อยๆ พยายามดันแผงอกกว้างที่เปรียบเสมือนกำแพงเหล็ก "คู่หมั้นของคุณ... ยืนหัวโด่รออยู่ตรงโน้นแล้ว ไม่กลัวเขาเข้าใจผิดจนเอาไปฟ้องคุณพ่อคุณหรือไง"
"หุบปากน่า คิมหันต์" ภูวดลตวัดเสียงต่ำดุ แววตาคมกริบฉายประกายอันตราย "คุณทำให้ผมเสียสมาธิ... และคุณก็รู้ดีว่าผมเกลียดอะไรที่สุดเวลาทำงาน"
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะล้มลงมาทับคุณสักหน่อย!" คิมหันต์สวนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่ร่างสูงอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี "ถ้าคุณไม่ยืนคุกคามผมจนหลังชนพนักโซฟา ผมจะมีแรงเหวี่ยงจนเสียหลักล้มเหรอครับ? ปล่อยได้แล้ว!"
การโต้เถียงที่ดูสนิทสนมเกินเลยและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางกายภาพระหว่างคนทั้งคู่ ทำให้มีนาราที่ยืนมองอยู่แทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหยิ่งทะนงในฐานะคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่ยอมรับทำให้เธอก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้โซฟาตัวยาวด้วยความเร็ว
"ภูคะ! นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมคุณถึงปล่อยให้คนประเภทนี้มาปีนป่ายถึงเนื้อถึงตัวคุณได้? หรือว่าข่าวลือที่บริษัทเขาเม้าท์กันเรื่องเด็กเส้นคนนี้จะเป็นเรื่องจริง!"
คำพูดเชือดเฉือนที่พุ่งเป้ามายังตัวเขาโดยตรง ทำให้คิมหันต์หรี่ตาลง ร่างบางที่เคยนอนอยู่ใต้ร่างพลิกตัวด้วยความคล่องแคล่ว อาศัยจังหวะที่ภูวดลชะงักไปนิดกับแรงขยับ ดันแผงอกแกร่งออกแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เข้าที่อย่างไม่รีบร้อน
ดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์ตวัดมองมีนาราด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่มักจะทำให้คู่แข่งทางธุรกิจต้องหนาวๆ ร้อนๆ มานักต่อนัก
"ถ้าคำว่า 'เด็กเส้น' ของคุณหมายถึงคนที่ทำงานคุ้มค่าจ้างและไม่เคยต้องวิ่งโร่ฟ้องผู้ใหญ่เวลาทำงานไม่ได้ดั่งใจ ผมคิดว่าคุณน่าจะไปทบทวนคำนิยามนี้ใหม่นะครับ คุณมีนารา" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนทุกคำพูด จนคนฟังหน้าชาไปชั่วขณะ
"นี่คุณ! กล้าดียังไงมาพูดจากับฉันแบบนี้! รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร!" มีนาราปรี่เข้าไปหมายจะตักเตือนคนตรงหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว
"รู้ครับ... เป็นคู่หมั้นที่ท่านประธานไม่ได้เลือกเอง" คิมหันต์ย้อนกลับเสียงเรียบ ทว่าเจ็บแสบถึงทรวงใน
*เพล้ง!*
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ภูวดลไม่ได้ห้ามปรามคำพูดของลูกน้องตัวแสบ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬมองตามแผ่นหลังบางที่ยืนหยัดสู้สายตาอย่างไม่เกรงกลัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ลึกๆ แล้วมีความพึงพอใจสายหนึ่งพาดผ่านแววตา... เด็กนี่ไม่เคยทำให้เขาผิดหวังในความพยศเลยสักครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ตอนนี้ก็เริ่มเกินจะควบคุม
"พอได้แล้ว!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่กลับมีพลังกดดันมหาศาลจนห้องทั้งห้องเงียบกริบ ภูวดลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในสูทสั่งตัดพิเศษดูน่าเกรงขามและดุดันยิ่งกว่าเดิม มือหนาปัดเสื้อผ้าของตนเองเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน
มีนาราหันมามองคู่หมั้นหนุ่มด้วยดวงตาที่คลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ "ภู... คุณปกป้องเด็กนี่เหรอ? คุณปล่อยให้มันหยามหน้าฉัน ทั้งที่เรากำลังจะมีงานหมั้นกันอยู่รอมรอม!"
"ผมไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น มีนารา" ภูวดลตอบเสียงเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบจนเดาอารมณ์ไม่ได้ "แต่ห้องนี้คือห้องทำงานของผม และคนที่ไม่มีมารยาทเคาะประตูหรือนัดหมายล่วงหน้า... คือคุณ"
มีนาราเบิกตากว้างด้วยความตกใจและเจ็บปวด เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายที่เธอเพียรพยายามทำตัวให้คู่ควร จะเอ่ยปากไล่เธอทางอ้อมต่อหน้าพนักงานชั้นผู้น้อยเพียงเพราะปกป้องเด็กฝึกงานคนหนึ่ง
"คุณใจร้ายมาก ภู... คุณเปลี่ยนไปตั้งแต่มีมันเข้ามา!" หญิงสาวชี้นิ้วไปยังคิมหันต์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างแรง เสียงประตูกระแทกปิดดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วทั้งชั้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่กว้างขวางอีกครั้ง คิมหันต์ถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่คลายตัวลงเล็กน้อย แต่หัวใจกลับยังคงเต้นรัวด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ ร่างบางหันไปมองหน้าเจ้านายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล
"คุณทำเกินไปหรือเปล่าครับ..." คิมหันต์เอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ปฏิเสธไม่ได้ "เธอเป็นคู่หมั้นของคุณนะ การที่คุณไล่เธอแบบนั้น..."
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ คิมหันต์" ภูวดลหันขวับมามอง ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วชนิดที่คนฟังตั้งตัวไม่ทัน ฝ่ามือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อศอกเรียวแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว จนแผ่นหลังบางเกือบจะแนบชิดกับอกแกร่งอีกครั้ง
"โอ๊ย! อะไรของคุณอีกเนี่ย ผมเจ็บนะ!" คิมหันต์ร้องอุทานพร้อมกับพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของอีกฝ่ายมีมากกว่ามหาศาล
"เจ็บแค่นี้ยังน้อยไปสำหรับคนที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว" ภูวดลก้มลงกระซิบชิดริมหูกลิ่นอายความโกรธเจือความหึงหวงพวยพุ่งออกมาจากน้ำเสียงทุ้มต่ำ "คุณรู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป? กล้าดียังไงไปท้าทายมีนาราต่อหน้าผมแบบนั้น... อยากลองดีกับอำนาจตระกูลเธอนักหรือไง"
"แล้วคุณจะให้ผมยืนก้มหัวให้เธอตบกะโหลกหรือไงครับ?" คิมหันต์แหงนหน้าขึ้นเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น "ผมเป็นลูกน้องคุณ แต่ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยใคร จะมาหยามผมฟรีๆ ไม่ได้หรอ-"
ประโยคต่อว่าทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนของประทธานหนุ่มทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งการลังเล!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสหยุ่นนุ่มและความตั้งใจจริงที่ถาโถมเข้ามา ภูวดลไม่ได้แค่จูบเพื่อสั่งสอน แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอัดอั้น ความหึงหวง และแรงดึงดูดที่สะสมมานานจนระเบิดออกมาในเสี้ยววินาทีนี้
มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอยบังคับให้ร่างบางรับสัมผัสอย่างเต็มที่ ขณะที่อีกข้างยังคงรัดเอวสอบไว้แน่น ไม่เปิดโอกาสให้คิมหันต์ได้ดิ้นหนีหรือผลักไส หัวใจของคนทั้งคู่เต้นรัวเร็วจົນแทบจะหลอมละลายรวมกันในจังหวะเดียว
ในขณะที่คิมหันต์กำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบอันดุดันแต่แฝงด้วยความอ่อนหวานที่อีกฝ่ายมอบให้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมาทางหน้าห้องทำงานก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังรัวไม่เป็นจังหวะ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คิม! อยู่ข้างในหรือเปล่าเพื่อน! แย่แล้ว... มีเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงตะโกนโวยวายของธามเพื่อนสนิทดังทะลุบานประตูกระจกเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูที่กำลังจะถูกเปิดออกในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
----------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 8
หลักฐานความใกล้ชิด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!