เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานกระจกใสในยามวิกาลดังขึ้นสามครั้ง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นคือร่างโปร่งของคิมหันต์ที่กำลังฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน เอกสารกองโตถูกผลักไปกองรวมกันที่มุมโต๊ะ ลมหายใจร้อนผ่าวที่พ่นออกมาสะท้อนผ่านผิวแก้มขาวซีดจนน่าตกใจ ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธานในยามที่พนักงานทุกคนกลับหมดแล้ว ถูกแทนที่ด้วยเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว
“ไหวไหมคุณ คิมหันต์”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ภูวดลยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบดั่งเหล็กกล้ากวาดมองสภาพของลูกน้องคนเก่งที่ตอนนี้กำลังแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเป็นครั้งแรก
คิมหันต์เงยหน้าช้าๆ ใบหน้าที่มักจะเชิดขึ้นต่อปากต่อคำกับเขาเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับซีดเซียวจนไร้สีเลือด ดวงตาคู่สวยปรือปรี่ด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากขยับยากเย็น “ถ้าท่านประธาน... ยังมีงานกองนี้เหลือให้ผมตรวจอีก... ผมคงได้ตายคาโต๊ะทำงานตัวนี้ก่อนจะได้เซ็นสัญญาโปรเจกต์ใหญ่แน่ครับ”
น้ำเสียงที่แม้จะพยายามดัดให้แข็งกร้าวเพื่อให้สมกับคาแรกเตอร์ของตัวเอง แต่กลับสั่นเครือและแหบแห้งจนคนฟังขมวดคิ้วมุ่น
ภูวดลสบถเบาๆ ในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน รัศมีคุกคามและความดุดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลง “ปากดีไม่เปลี่ยน ถึงจะใกล้ตายอยู่รำคาญตาขนาดนี้ก็เถอะ เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วลุกขึ้นมาซะ”
“ผมไม่ได้ขอให้คุณมาสนใจนี่ครับ... ปล่อยให้ผมนั่งตายตรงนี้... คุณจะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าผมไง” คิมหันต์แค่น3ยิ้มหยัน พยายามจะใช้มือยันขอบโต๊ะเพื่อลุกขึ้นยืน แต่เพราะพิษไข้ที่เล่นงานจนข้อต่อแทบไร้แรง ขาทั้งสองข้างจึงทรุดฮวบลงทันที
ไวเท่าความคิด ร่างสูงของภูวดลพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่คิมหันต์จะกระแทกพื้น แรงปะทะทำให้คนป่วยเซเข้าไปซบกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับน้ำหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของท่านประธานลอยเข้าจมูก ท่ามกลางความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน
“ปล่อย...” คิมหันต์พึมพำเสียงเบาหวิว พยายามใช้มือดันอกแกร่งออก แต่แรงน้อยนิดนั้นแทบไม่ต่างจากการลูบคลำ “บอกแล้วไงว่าผมดูแลตัวเองได้...”
“หุบปากน่า คิมหันต์” ภูวดลกัดฟันกรอด น้ำเสียงดุดันแต่แฝงความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามปกปิดเอาไว้ “คนอวดเก่งที่ไหนเขาไข้ขึ้นจนตัวร้อนเป็นไฟแบบนี้ หยะแหหยยิ่งนัก รำคาญชะมัด คนอ่อนแอแบบคุณเนี่ย... เป็นภาระสายตาผมจริงๆ”
พูดจบ ภูวดลก็ช้อนร่างโปร่งขึ้นอุ้อมในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย แม้คิมหันต์จะพยายามขัดขืนด้วยการทุบอกเขาเบาๆ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนปวกเปียกทำให้การต่อต้านนั้นกลายเป็นการออดอ้อนไปโดยปริยาย
“นี่คุณ! ปล่อยผมลงนะ ผมเดินเองได้! ใครใช้ให้คุณอุ้มผมกัน!”
“ถ้าไม่อยากให้ผมโยนคุณลงถังขยะ ก็อยู่นิ่งๆ” ภูวดลขู่เสียงเข้ม พาเดินดุ่มๆ ไปยังห้องพักส่วนตัวด้านหลังห้องทำงาน ซึ่งมีโซฟาตัวยาวและเตียงนอนสำรองสำหรับวันที่เขาทำงานดึกดื่น
ร่างของคิมหันต์ถูกวางลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ แม้การกระทำจะสวนทางกับวาจาร้ายกาจก็ตาม ภูวดลหันหลังเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารของตัวเอง ก่อนจะควานหาบางอย่างออกโยนลงบนเตียงข้างตัวคนป่วย
เสียงกล่องพลาสติกกระทบกับผ้าปูที่นอนดังขึ้น คิมหันต์ชะงัก ก้มมองสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งหยิบมาให้
มันคือแผงยาแก้ปวดลดไข้ และแก้วน้ำอุ่นที่ถูกเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“กินซะ” ภูวดลยืนค้ำหัวด้วยสีหน้าบึ้งตึง กอดอกมองคนป่วยที่ทำตาโตใส่ “มองทำไม รีบกินเข้าไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงมาเถียงผม แล้วหาว่าผมใจร้ายใช้งานคุณหนักอีก”
คิมหันต์กะพริบตาปริบๆ มองยาในมือสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตา ความรู้สึกประหลาดวิ่งพล่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ คนปากร้ายที่ชอบพูดจาเชือดเฉือนใส่เขาทุกวัน คนที่ทำตัวหยิ่งยโสราวกับมองคนอื่นเป็นแค่ฝุ่นใต้รองเท้า... กลับเป็นคนเดียวกันกับคนที่แอบหายาและน้ำอุ่นมาให้เขาในยามวิกาลแบบนี้
“คุณ... ไปเอามาจากไหนครับ ดึกป่านนี้ตึกก็น่าจะปิดหมดแล้ว” คิมหันต์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน
“ถามมากน่า รำคาญ” ภูวดลตวัดสายตากลับมามองด้วยความหงุดหงิดกลบเกลื่อน “ผมเป็นประธานบริษัทนะ อยากได้แค่วิตามินหรือยาแก้ปวด มันยากตรงไหน รึคุณคิดว่าผมต้องวิ่งไปซื้อเองเหมือนพวกตาสีตาสาหรือไง”
“ปากแข็ง...” คิมหันต์พึมพำเบาๆ แต่ก็ยอมแกะยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามโดยดี ความอบอุ่นจากน้ำอุ่นและฤทธิ์ยาเริ่มแผ่ซ่านบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ ลงได้บ้าง
ภูวดลเห็นอีกฝ่ายยอมกินยาเรียบร้อยก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดในแววตาลดลงเหลือเพียงความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่ง เขาโน้มตัวลงไปใกล้เพื่อจะจัดหมอนให้คนป่วยนอนสบายขึ้น ทว่าจังหวะนั้นเอง คิมหันต์ที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาพอดีทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ใบหน้าคมคายอยู่ใกล้จนเห็นแพขนตางอนและนัยน์ตาคู่คมที่กำลังไหววับด้วยอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา
“ขอบคุณนะ... ภูวดล” น้ำเสียงแผ่วเบาที่เอ่ยออกมาอย่างจริงใจครั้งแรก ทำให้ภูวดลชะงักงัน
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ เคมีบางอย่างระเบิดตัวขึ้นเงียบๆ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งคู่ มีเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดกระชากให้ใบหน้าโน้มเข้าหา0กันโดยไม่รู้ตัว
ภูวดลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบเลื่อนลงมองริมฝีปากสีซีดที่ตอนนี้ชวนให้ลิ้มลองยิ่งกว่าสิ่งใด นิ้วเรียวใหญ่เผลอยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปรู่ลงมาปรกหน้าผากมนของคนป่วยอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนเจ้าตัวยังต้องตกใจ
“ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาแบบนี้... คิมหันต์...” ภูวดลกระซิบเสียงพร่ามัว ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้จนแทบจะชิดกัน “คุณอาจจะไม่ได้นอนทั้งคืนแน่...”
ตึกตัก... ตึกตัก...
หัวใจของคิมหันต์เต้นรัวรากับกลองเพล ประโยคกำกวมกับบรรยากาศที่ร้อนระอุทำให้เขาลืมความเจ็บป่วยไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความประหม่า แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้แตะสัมผัสกัน เสียงกริ่งโทรศัพท์ภายในห้องทำงานด้านนอกก็แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบ
กริ๊งงงง!
ทั้งสองสะดุ้งสุดตัว ภูวดลชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าหล่อเหลากลับมาบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิดขั้น
ก่อนที่ภูวดลจะทันได้หันไปสบถด่าไอ้คนที่บังอาจโทรมาขัดจังหวะ ประตูห้องทำงานด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับเสียงใสที่เอ่ยเรียกชื่อประธานหนุ่มดังเข้ามาในความเงียบ
“พี่ภูคะ... ยัยมีนรารออยู่ที่ล็อบบี้ตั้งนาน ทำไมพี่ถึงไม่ลงไปรับน้องสักทีคะ?”
ร่างบางของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานส่วนตัว สายตาคู่สวยกวาดมองเข้ามาด้านในก่อนจะชะงักกึก เมื่อเห็นภาพของท่านประธานหนุ่มยืนชิดติดขอบเตียงกับลูกน้องตัวแสบที่กำลังนอนหน้าแดงก่ำอยู่บนเตียงนอนส่วนตัว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนแบล็กสมิธในตำนานเสมอนะครับ
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 7
คนซึนที่แท้ทรู
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!