แรงปะทะจากบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดอย่างไร้มารยาทไม่ได้ทำให้ภูวดลสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ประธานหนุ่มยังคงยืนนิ่งสนิท ร่างสูงสง่าแผ่รังสีความกดดันออกมาราวกับพญาเสือที่กำลังมองเหย้าอินท-รีที่บังอาจรุกล้ำอาณาเขต
ธามยืนหอบหายใจเล็กน้อยด้วยความโมโห ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพในห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของคิมหันต์ที่ยังคงนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวด้วยสภาพยุ่งเหยิงไม่เบา
"ผมมารับคิม... เขารบกวนคุณมามากพอแล้ว" ธามเค้นเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาใกล้โดยไม่เกรงกลัวบารมีของคนเป็นเจ้าของห้องเลยสักนิด มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าแขนเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้น
หมับ!
ทว่าฝ่ามือใหญ่ของภูวดลกลับคว้าข้อมือของธามไว้กลางอากาศ แรงบีบที่ไม่ได้ผ่อนปรนทำให้อีกฝ่ายต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเจ็บแปลบ
"รบกวนเหรอครับ?" ภูวดลย้อนถาม เสียงทุ้มต่ำรื่นหูทว่าเย็นเยียบจนน่าขนลุก "คุณเป็นอะไรกับเขา ถึงมีสิทธิ์มาสั่งให้ผมปล่อยตัว 'คนของผม' กลับไปด้วย"
"คนของผมเหรอ? พูดจาให้มันดีๆ หน่อย ภูวดล! คิมเป็นเพื่อนผม เป็นคนที่ผมดูแลมาตลอด..."
"หยุดพูดน่ารำคาญได้แล้วน่า ธาม"
เสียงแหบพร่าแต่นิ่งสนิทดังแทรกขึ้น คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ใบหน้าจะยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าจากการทำงานหนักโต้รุ่ง แต่แววตาคู่สวยที่ตวัดมองเพื่อนสนิทกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด
นายเอกของเราปัดเสื้อผ้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างผู้ชายสองคนที่กำลังส่งสายตาดาบฟันดาบใส่กันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ฉันกลับเองได้ ธาม นายกลับไปก่อนเถอะ" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"แต่คิม..." ธามขมวดคิ้วเครียด มองหน้าเพื่อนรักสลับกับประธานหนุ่มด้วยความไม่ไว้วางใจ "นายก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้อันตรายแค่ไหน ทำไมถึงยัง..."
"เขาไม่ได้ทำอะไรฉันทั้งนั้นแหละน่า เลิกทำตัวเป็นพ่อคนที่สองสักที ฉันโตแล้ว" คิมหันต์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหันไปสบตากับภูวดลที่ยืนกอดอกมองสถานการณ์ด้วยมุมปากที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพอใจ
ธามกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ แต่เมื่อเห็นสายตาที่คิมหันต์ส่งสัญญาณเตือนเป็นครั้งสุดท้าย เขาจึงจำใจต้องถอยหลังกลับด้วยความฮึดฮัด "ก็ได้! ถ้ามีอะไรโทรหาฉันทันทีนะคิม"
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง
ภูวดลมองตามร่างของเพื่อนสนิทนายเอกที่ลับตาไป ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วใส่คนที่ยังยืนทำหน้าดื้ออยู่ตรงหน้า "ห่วงใยกันดีแท้นะครับ... เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อหรือเปล่าเนี่ย"
"เสือก" คิมหันต์สวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด พลางคว้ากระเป๋าเอกสารของตัวเองขึ้นมาสะพายบ่า "ขอบคุณสำหรับเตียงนอน... ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้นุ่มสบายอย่างที่คิดก็เถอะ เลิกงานแล้วผมขอตัวกลับไปเคลียร์งานที่แผนกก่อนล่ะครับ ท่านประธาน"
ร่างเพรียวหมุนตัวเตรียมจะก้าวเดินหนี แต่ทว่า...
พรึบ!
เอวบางถูกคว้าหมับด้วยท่อนแขนแข็งแกร่ง ร่างทั้งร่างถูกดึงกลับเข้าปะทะกับแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่าอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านพุ่งเข้าแตะจมูกจนคิมหันต์ต้องสูดหายใจเข้าโดยไม่รู้ตัว
"ปล่อยนะ! เล่นบ้าอะไรของคุณเนี่ยภูวดล!" คิมหันต์ดิ้นขลุกขลัก มือเรียวระดมทุบตีอกอีกฝ่ายไม่ยั้ง
"เมื่อคืนดื้อทั้งคืน พอตื่นมาแล้วทำเป็นจำอะไรไม่ได้เลยหรือไงครับ หืม?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู ลົມหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"จำอะไร? ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย!"
"อ๋อเหรอครับ..." ภูวดลหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน พลางกระชับกอดให้แน่นขึ้นไปอีก "ไอ้คนที่นอนละเมอบ่นว่าไม่อยากให้ผมปล่อยมือ... แล้วก็ดึงผมเข้าไปกอดไว้ซะแน่นตลอดทั้งคืนน่ะ...ไม่ใช่คุณหรอกมั้ง คิมหันต์"
ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องพยายาม คิมหันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจและอับอายระคนกัน สมองปะติดปะต่อเหตุการณ์เลือนรางเมื่อคืน... หรือว่าเขาจะ...
"ผม... ผมไม่ได้..." นายเอกของเราอึกอัก ปากเก่งๆ ที่เคยต่อกรกับทุกคนเริ่มสั่นระริกด้วยความจนมุม
ภูวดลอมยิ้มกริ่มเมื่อเห็นปฏิกิริยาจำนนต่อหลักฐานของคนในอ้อมแขน เขาก้มหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
"ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งสิครับ... หึ ทีเมื่อคืนยังอ้อนผมเก่งอยู่เลย"
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอย่างกะทันหัน เคมีที่ดึงดูดกันและกันทำเอาหัวใจของคนทั้งคู่เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ภูวดลจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยสายตาที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีหยิ่งยโสมานาน
ร่างสูงโน้มใบหน้าลงต่ำเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน คิมหันต์หลับตาลงอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพลิง ความรู้สึกต่อต้านเลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย้ายวนที่อีกฝ่ายจงใจหลอมละลายเขาให้ยอมจำนน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกันนั้นเอง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะมารผจญ พร้อมกับเสียงหวานใสของใครบางคนที่เปิดเข้ามาหน้าตาเฉยโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
"พูกลขา มีนาราเอาเอกสารสำคัญมาให้เซ็น... อุ๊ย!"
เสียงหวานสะดุดกึกทันที ร่างเพรียวระหงของ 'มีนารา' คู่หมั้นทางธุรกิจยืนแข็งทื่ออยู่ตรงธรณีประตู เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจายเกลื่อน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—ประธานหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งและเย็นชา กำลังโอบกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับพนักงานแผนกการตลาดในห้องทำงานส่วนตัว!
คิมหันต์สะดุ้งสุดตัว รีบผลักอกภูวดลออกห่างทันทีอย่างแรง
ภูวดลสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย นัยน์ตาคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับพร้อมจะฆ่าคนได้ทันทีที่กล้าเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 13
เช้าวันใหม่กับความทรงจำที่กระเจิง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!