กล่องกระดาษลังสีน้ำตาลสามใบถูกวางกระแทกลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง เสียงทึบๆ นั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างที่เงียบสงบจนน่าอึดอัด คิมหันต์ยืนกอดอกมองสัมภาระทั้งหมดในชีวิตที่ถูกย่อส่วนเหลือเพียงแค่นี้ด้วยใบหน้าเรียบตึง ดวงตากลมโตฉายแววคุกรุ่นอย่างปิดไม่มิด เขาไม่ได้เต็มใจเหยียบย่างเข้ามาในรังของราชสีห์นี่เลยสักนิด ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งเฉียบขาดระดับประกาศิตที่พ่วงตำแหน่ง 'สัญญาจ้างงาน' มาเป็นเดิมพัน
"อย่าทำหน้าเหมือนผมกำลังต้อนรับนักโทษประหารสิมคุณคิมหันต์"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากทางด้านหลัง ภูวดลในชุดสูทเนื้อดีที่ถูกถอดสูทนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแกร่งและเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์ คายความดุดันออกมาในทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ ร่างสูงใหญ่กวาดสายตาคมกริบมองกล่องกระดาษลังพวกนั้นสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของนายเอก
"ถ้าเลือกได้ ผมก็ไม่อยากเดินเข้าปากเสือหรอกครับท่านประธาน" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะเกรงกลัว "แต่ในเมื่อคุณเล่นตุกติกเอาเรื่องสัญญาโปรเจกต์ใหญ่มาบีบผม ย้ายมาเป็นรูมเมตจำเป็นตามบัญชาของคุณ มันก็คงเป็นทางเลือกเดียวที่หมากตัวนี้เดินได้สินะครับ"
ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นไม่ได้สื่อถึงความขบขันเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแฝงความร้ายกาจที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนคิมหันต์ต้องผถอยหลังอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"จำไว้ว่านี่ไม่ใช่การบังคับ..." ภูวดลโน้มใบหน้าลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าข้างใบหูของคนตัวเล็กที่เริ่มหายใจติดขัด "...แต่มันคือการ 'ลงโทษ' คนปากดีที่กล้าต่อรองกับผม และในฐานะรูมเมต คุณมีหน้าที่ทำตามกฎของที่นี่... ทุกข้อ"
คิมหันต์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวอีกฝ่าย กลิ่นอายความเย้ายวนที่ผสมผสานกับความดุดันแบบนี้มันอันตรายต่อความมั่นคงในจิตใจเขาชะมัด แต่มีหรือที่คนอย่างคิมหันต์จะยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น
เขายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของประธานหนุ่มให้ออกห่าง พร้อมกับเชิดคางขึ้นสู้สายตา "กฎบ้าบออะไรของคุณ ผมมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ได้มาเป็นทาสรับใช้ใคร และบอกไว้ก่อนเลยนะ ถึงผมจะจนแต่ผมก็มีศักดิ์ศรี..."
"ศักดิ์ศรีเหรอ?" ภูวดลทวนคำเสียงสูง ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยประกายแสงประหลาดที่อ่านไม่ออก "เก็บศักดิ์ศรีของคุณไว้ใช้เวลาทำงานเถอะครับ... เพราะในห้องนี้ คุณมีสถานะเดียวเท่านั้น คือ 'คนของผม'"
คำว่า *'คนของผม'* วิ่งวนอยู่ในโสตประสาทของคิมหันต์จนสมองแทบช็อต เขากัดฟันกรอด อยากจะซัดหมัดใส่หน้าหล่อเหลานั่นสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ก่อนที่สงครามประสาทจะได้ยืดเยื้อไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคิมหันต์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด
หน้าจอแสดงชื่อ 'ธาม' เพื่อนสนิทที่โทรเข้ามาตามนัดหมาย คิมหันต์รีบกดรับทันทีโดยไม่ละสายตาจากคนตัวสูงที่ยืนกอดอกจ้องเขม็งอยู่ตรงหน้า
"ว่าไงวะธาม?" คิมหันต์กรอกเสียงลงไป
("ไอ้คิม! มึงย้ายเข้าไปอยู่คอนโดไอ้ประธานปีศาจนั่นเรียบร้อยยังวะ? กูเป็นห่วง กลัวมึงโดนมันจับกินตับต้มยำทำแกง... ให้กูแวะไปช่วยขนของไหมเพื่อน") ปลายสายส่งเสียงโวยวายด้วยความเป็นห่วงตามประสาคนสนิท
ทว่า... เสียงนั้นดังเล็ดลอดออกมาจากลำโพงนอกพอสมควร ประกอบกับความเงียบงันภายในเพนต์เฮาส์ ทำให้ภูวดลได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ร่างสูงหรี่ตาลงทันที รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
ก่อนที่คิมหันต์จะทันได้ตอบปฏิเสธเพื่อนรัก ภูวดลก็ยื่นมือมาคว้าสมาร์ตโฟนจากมือเขาไปอย่างไร้มารยาท คิมหันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เฮ้ย! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย เอาคืนมานะ!"
ภูวดลไม่สนใจเสียงโวยวาย เขากดเปิดสปีกเกอร์โฟนแล้วพูดแทรกเข้าไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังและเย็นเยียบชนิดที่ทำเอาปลายสายสะดุ้ง
"ไม่ต้องเป็นห่วงเพื่อนของคุณหรอกครับคุณธาม..." ภูวดลจ้องมองคิมหันต์ที่กำลังพยายามแย่งโทรศัพท์คืนด้วยสายตาดุดัน "...เพราะตอนนี้ 'รูมเมต' ของผม กำลังยุ่งอยู่กับการจัดห้อง... และคงไม่มีเวลาไปสนใจเสียงนกเสียงกาที่ไหนทั้งนั้น"
("เฮ้ย! เสียงใครวะ? ไอ้คิม มึงอยู่กับใคร... อื้อออ!") เสียงของธามขาดหายไปพร้อมกับสายที่ถูกตัดตัดตัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยโดยฝีมือของประธานหนุ่ม
คิมหันต์หน้าตื่นด้วยความโกรธ เขาเงื้อมือขึ้นหมายจะคว้าโทรศัพท์คืน แต่ภูวดลกลับชูกล่องมือถือขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยส่วนสูงที่ต่างกันทำให้คิมหันต์คว้าได้เพียงอากาศ
"คุณมันเผด็จการ! ไม่มีมารยาท!" คิมหันต์ชี้หน้าต่อว่าด้วยความเหลืออด
ภูวดลโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากปลายจมูกของคิมหันต์เพียงคืบเดียว ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่นระทับ
"จำไว้นะครับคิมหันต์..." เสียงทุ้มต่ำเอื้อiนเอ่ยแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "...อยู่ต่อหน้าผม ห้ามสนใจใครอื่น แม้แต่เพื่อนสนิทของคุณก็ไม่มีข้อยกเว้น"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึงกับประโยคแสดงความเป็นเจ้าของที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากร้ายคนนี้ บรรยากาศรอบตัวหยุดชะงัก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับรัวเร็วจนควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้สมองของคิมหันต์ขาวโพลนไปหมด
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะ ทำลายภวังค์ความเงียบงันลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
*ติ๊งหน่อง!*
ภูวดลขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่คิมหันต์แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นจากสถานการณ์ชวนใจเต้นนั้นมาได้ ประธานหนุ่มส่งสายตาคาดโทษมากรดก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลแบบนี้
ทว่า... เมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองภาพบนหน้าจอ ประกายความระแวงและความหงุดหงิดก็พุ่งพล่านขึ้นมาในแววตา จนคิมหันต์ที่ยืนมองอยู่ยังรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
ประตูกระจกอัตโนมัติเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่คิมหันต์ด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
"ภูคะ มีนาแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้... เอ๊ะ? นี่ใครเหรอคะ ทำไมถึงมีคนแปลกหน้ามาอยู่ในห้องของคุณได้?"
มีนารา... คู่หมั้นทางธุรกิจที่ผู้ใหญ่จัดให้ ปรากฏตัวขึ้นกลางดึกที่คอนโดส่วนตัวของภูวดล!
คิมหันต์หรี่ตามองภาพตรงนั้น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปากของนายเอกปากเก่งทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดነมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 5
รูมเมตจำเป็น?
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!