ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 17

เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานหนุ่ม ไม่ได้แปลว่าความตึงเครียดลดระดับลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ หากมีใครสักคนกล้าขยับตัวผิดจังหวะ ดวงตากลมโตของมีนารากวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความตกตะลึง ความไม่เข้าใจ และประกายไฟแห่งความไม่พอใจที่วาบขึ้นในม่านตา ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปยืนแข็งทื่ออยู่ตรงข้ามประตูที่เปิดค้างไว้ ภาพของภูวดลที่ยืนประชิดติดตัวคิมหันต์จนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ท่ามกลางแสงเทียนสลัวจากดินเนอร์ลับที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำแก้ตัวใด ๆ ในโลก "ฉัน... รบกวนเวลาส่วนตัวของพวกคุณหรือเปล่าคะ" น้ำเสียงของมีนารากลั้วหัวเราะเยาะหยันเล็กน้อย พยายามรักษามาارยาทและมาตรศรีหน้าของทายาทตระกูลดังเอาไว้ให้มั่น ทว่าปลายนิ้วที่จิกเข้าหากันจนเล็บจิกเนื้อนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังพยายามควบคุมอารมณ์แค่ไหน คิมหันต์สะดุ้งสุดตัว สติที่เคยกระเจิดกระเจิงไปกับสัมผัสและไอร้อนจากร่างหนาก่อนหน้านี้ กลับคืนสู่ร่างในเสี้ยววินาที ร่างโปร่งรีบผละตัวถอยหลังออกจากวงแขนแกร่งทันที ทว่าความลนลานทำให้ข้อเท้าเกือบสะดุดกับพรมปูพื้น หากไม่มีมือหนาของภูวดลคว้าจับข้อมือเขาไว้เสียก่อน แรงดึงนั้นหนักแน่นแต่มั่นคง ดึงรั้งให้คิมหันต์ทรงตัวได้โดยไม่ต้องอับอายไปมากกว่านี้ แต่แทนที่ภูวดลจะรีบผละออกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจตามสามัญสำนึกของคนที่ถูกจับได้ว่ากำลังกุ๊กกิ๊กกับเลขาฯ ในห้องทำงานลับ ประธานหนุ่มกลับเลือกที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ภูวดลปรายตามองคู่หมั้นทางธุรกิจด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น ความเย็นชาและความเย่อหยิ่งถูกฉาบเคลือบไว้บนใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก มือหนายังคงกุมข้อมือของคิมหันต์ไว้หลวม ๆ เป็นการประกาศอาณาเขตทางพฤติกรรมอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก "รู้ตัวก็ดีครับ มีนา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่เฉียบคมบาดลึก "การเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท โดยไม่เคาะประตูหรือนัดหมายล่วงหน้า มันไม่ใช่พฤติกรรมของผู้มีอารยธรรมที่ควรทำนะครับ" มีนาราหน้าเสียไปเล็กน้อยเมื่อโดนย้อนศร เธอกัดริมฝีปากแน่น ปราบความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ สายตาคมกริบวัดรอยตวัดมองเลยไปยังคิมหันต์ที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างกายชายหนุ่ม "มีนาก็แค่เป็นห่วงคุณค่ะ ภู... คุณหายเข้ามาในนี้นานเกินไป จนบอร์ดบริหารข้างนอกเริ่มถามหา แล้วนี่... มันเรื่องบ้าอะไรกันคะ? คุณเอาเวลาประชุมสำคัญมาดินเนอร์ลับกับเด็กฝึกงาน... อ้อ ไม่สตอนนี้เลื่อนขั้นเป็นเลขาฯ ส่วนตัวแล้วนี่คะ ถึงได้กล้าทำตัวสนิทสนมกันเกินหน้าที่ขนาดนี้" ประโยคหลังมีนาราจงใจเน้นเสียงสูงเพื่อเสียดสี เธอหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน สายตาที่มองคิมหันต์เต็มไปด้วยการเหยียดหยามศักดิ์ศรี คิมหันต์ขบกรามแน่น ความอับอายเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธขึงที่ตีตื้นขึ้นมาในอก มือเรียวที่ถูกจับไว้กำหมัดแน่นเตรียมจะสวนกลับตามนิสัยเดิมที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม *แต่ทว่า...* ก่อนที่ริมฝีปากบางเฉียบจะได้พ่นคำพูดเจ็บแสบออกไป แรงบีบที่ข้อมือจากคนข้างกายกลับเพิ่มน้ำหนักขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนเงียบ ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ ภูวดลขยับตัวก้าวขึ้นมาบังร่างโปร่งของคิมหันต์ไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองมีนาราด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบ "ระวังคำพูดของคุณด้วย มีนา" เสียงของภูวดลทุ้มต่ำและอันตรายยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ "คิมหันต์ทำงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ และหน้าที่ของเขาไม่ได้ต่ำต้อยจนคุณจะมาใช้น้ำเสียงดูถูกเหยียดหยามแบบนี้ได้ และที่สำคัญที่สุด... เรื่องระหว่างผมกับเขา มันไม่ใช่กงการอะไรที่คุณจะต้องมาสอดรู้สอดเห็น" มีนาราเบิกตากว้าง เธอไม่เคยถูกภูวดลพูดจาหักหาญน้ำใจและปกป้องคนอื่นต่อหน้าเธอด้วยถ้อยคำรุนแรงขนาดนี้มาก่อน หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความเจ็บปวดและริษยาที่กัดกินลึกถึงกระดูกดำ "คุณ... คุณกำลังปกป้องเด็กนี่เหรอคะ ภู! คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเรากำลังจะ..." "ผมไม่เคยลืมอะไรทั้งนั้น" ภูวดลตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยความรำคาญอย่างถึงที่สุด "และถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวไร้มารยาท บุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของผมในยามวิกาลแบบนี้ ผมเกรงว่าโปรเจกต์ที่เราคุยกันไว้ อาจจะต้องพิจารณากันใหม่ตั้งแต่ต้น... เชิญครับ!" ประโยคสุดท้ายคือการไล่อยBอย่างไม่ไว้หน้า มีนารากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เธอกวาดตามองคนทั้งคู่ด้วยความแค้นเคืองที่ฝังรากลึก ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้อง ปิดประตูเสียงดังสนั่นลั่นห้องเพื่อระบายอารมณ์ ปัง! ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย คิมหันต์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความตึงเครียดเมื่อครู่ทำให้แผ่นหลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ ร่างโปร่งรีบดึงข้อมือของตัวเองออกจากกอบกุมของชายหนุ่มทันทีเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย "ปล่อยได้แล้วครับ ท่านประธาน" คิมหันต์เอ่ยเสียงห้วน เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ต้องมาตกเป็นเป้าสายตาและเรื่องอื้อฉาวแบบนี้ "เล่นใหญ่ซะขนาดนั้น กลัวคุณคู่หมั้นเขาจะไม่เอาไปฟ้องคุณพ่อคุณหรือไงครับ?" ภูวดลไม่ได้ตอบทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนคิมหันต์ต้องผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังไปชนกับผนังห้องเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มจ้องมองคนปากเก่งนิ่งสนิท ไร้รอยยิ้ม ไร้ความกวนประสาท มีเพียงประกายความห่วงใยล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม ที่ตอนนี้มันเริ่มเอ่อล้นจนปิดไม่มิดเสียแล้ว "เจ็บหรือเปล่า" น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่ได้มีความเกรี้ยวกราดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนที่เจืออยู่ในความทุ้มต่ำ จนคิมหันต์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่คาดคิด "หา...?" "ผมถามว่า เมื่อกี้ที่คุณมีนาราพูดจาดูถูกคุณ คุณเจ็บใจหรือเปล่า" ภูวดลขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนใบหน้าคมคายอยู่ห่างเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน คิมหันต์รู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้ "ผม... ผมไม่ใช่คนอ่อนแอขนาดจะเก็บคำพูดคนอื่นมาใส่ใจหรอกครับ" คิมหันต์เบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น พยายามทำเป็นใจแข็ง ทั้งที่หัวใจข้างในกำลังเต้นรัวรากับกลองชุด "ปล่อยผมได้แล้วครับ ดินเนอร์อะไรนี่ก็เลิกรากันไปเถอะ ผมจะกลับโต๊ะทำงาน" "มองหน้าผม, คิมหันต์" คำสั่งนั้นนุ่มนวลแต่เด็ดขาด มือหนายื่นออกไปประคองปลายคางมนให้หันกลับมาสบตากันตรง ๆ นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยเบา ๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างเผลอไผล สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอมที่ขัดกับภาพลักษณ์ดุดันของเจ้าตัวโดยสิ้นเชิง คิมหันต์ลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อได้สบเข้ากับดวงตาสีนิลที่สะท้อนภาพเงาของตัวเองอยู่ข้างในนั้น มันมีความห่วงใย ความจริงจัง และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายจะมีให้ลูกน้อง... หรือแม้แต่คนรักทั่วไป "อย่าทำเป็นเก่งตลอดเวลาได้ไหม..." ภูวดลกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มลึกสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง "เวลาที่คุณต้องยืนรับคำดูถูกคนเดียว... รู้ไหมว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหนที่ผมต้องคอยยืนมองเฉย ๆ ทั้งที่อยากจะดึงคุณมาซ่อนไว้ข้างหลังไม่ให้ใครทำร้าย..." ตูม! ประโยคคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของประธานหนุ่มซึนปากร้าย ทำเอาคิมหันต์เหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ ร่างกายแข็งทื่อ สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนน่ากลัว นี่เขา... หูฝาดไปหรือเปล่า? คนอย่างภูวดลเนี่ยนะ จะยอมเอ่ยปากพูดอะไรแบบนี้ออกมา? "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." คิมหันต์เสียงสั่นพร่า เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง... บัดนี้มันเริ่มเลือนรางจนแทบมองไม่เห็นแล้ว ภูวดลโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อย ๆ จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับขอบใบหูแดงก่ำของคนตัวเล็ก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง เรียกสั่นสะท้อนความรู้สึกวาบหวามให้แล่นพล่านไปทั่วร่าง "ไม่ได้บ้า... และผมก็ไม่ได้พูดเล่นด้วย" ภูวดลกระซิบเสียงพร่าชิดริมหูด้านขวา น้ำเสียงทุ้มต่ำเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรักที่กักเก็บไว้ไม่ไหวอีกต่อไป "ต่อจากนี้... เลิกทำตัวเป็นเกราะกำบังให้ตัวเองได้แล้ว เพราะผมจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคุณอีก... แม้แต่ตัวคุณเองก็ตาม" สิ้นคำพูดนั้น ภูวดลก็ขยับริมฝีปากหมายจะประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่มที่สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก เพื่อตอกย้ำคำสัญญาและปิดกั้นคำปฏิเสธใด ๆ *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรวดเร็วกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงหอบแฮกของธามเพื่อนสนิทของคิมหันต์ที่ผลักประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต "คิม! แย่แล้วโว้ย! แฟ้มเอกสารโปรเจกต์ด่วนที่แกต้องส่งให้บอร์ดพรุ่งนี้เช้า... อยู่ดี ๆ มันหายไปจากโต๊ะทำงานแกได้ยังไงวะ!" คิมหันต์สะดุ้งสุดแรงเกิด ผลักร่างหนาของภูวดลออกห่างจากตัวทันทีด้วยความตกใจสุดขีด ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างโปร่งรีบหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่ยืนอ้าปากค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มสุดโหดกับเพื่อนรักยืนแนบชิดติดกันในระยะประชิดชนิดลมหายใจรดต้นคอ ภูวดลชะงักกึก ใบหน้าคมคายบึ้งตึงลงในเสี้ยววินาที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงจนธามถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อม ขาสั่นพับด้วยความหวาดผวา ดวงตาสีนิลของประธานหนุ่มตวัดกลับไปมองตัวต้นเหตุที่เข้ามาขัดจังหวะสำคัญในวินาทีชีวิตด้วยแววตาฆาตกรรม... *ให้ตายเถอะ... มันน่าจับเพื่อนสนิทคนนี้ไล่ออกจากบริษัทตั้งแต่วันพรุ่งนี้ซะจริง!* --- *(ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก" มาจนถึงตอนนี้ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้แบล็กสมิธในตำนานด้วยนะครับ)*
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%