ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 16

ความลับใต้แสงเทียน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
กลิ่นอายความเย็นชื้นของหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกระจกบานใหญ่ภายนอก ไม่ได้ทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของเพนต์เฮوسหรูแห่งนี้เยือกเย็นลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ความเงียบงันที่ถูกคั่นกลางด้วยเสียงหัวใจเต้นโครมคราม กลับทำให้ความร้อนระอุพุ่งทะยานขึ้นจนแทบจะหลอมละลายทุกสรรพสิ่ง ริมฝีปากอุ่นจัดของเขายังคงทาบทับอยู่บริเวณมุมปากของผม ความนุ่มนวลที่ฉาบเคลือบไว้ด้วยความดุดันทำให้ผมเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ในวินาทีที่สายฟ้าฟาดผ่านท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงสว่างวาบนั้นสะท้อนให้เห็นแววตาไหวระริกของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างภูวดล ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของพวกเรา มีเพียงระยะห่างที่แทบไม่เหลือช่องว่าง และลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร "นายยังดื้อตาใสได้อีกนานแค่ไหน... คิมหันต์" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันดังขึ้นชิดริมฝีปากของผม ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้วหูจนขนลุกซู่ ภูวดลผละใบหน้าออกห่างเพียงเล็กน้อยเพื่อสบตา ทว่ามือหนากลับรวบเอวผมไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากเผลอปล่อยมือไปเพียงนิด ตัวตนของผมจะสลายหายไปกับสายฝนด้านนอก ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนเจ็บแปลบที่อกด้านซ้าย ปากที่เคยเก่งกาจและต่อปากต่อคำกับเขามาตลอดกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว "ปล่อยผมก่อนเถอะครับ... คุณภู" ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกกว้างที่กั้นขวางอิสรภาพของผมไว้ แต่แรงแค่นี้ก็ไม่ต่างจากการสะกิดเสาเหล็ก "ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ?" ภูวดลเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง นัยน์ตาคมกริบดร็อปความดุดันลงเหลือเพียงความดื้อรั้นที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้ลึกๆ รอยยิ้มหยันที่มักจะประดับบนมุมปากเขาหายวับไป เหลือเพียงความจริงจังที่ทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง "คุณอยากได้อะไรจากผมกันแน่ ห้ะ?" ผมตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ความอดทนที่มีต่อเกมจิตวิทยาของเขามีขีดจำกัด "เงิน? หุ้นบริษัท? หรือแค่อยากสนุกกับการเห็นผมดิ้นรนเหมือนคนโง่?" คำถามนั้นทำให้แววตาของภูวดลเปลี่ยนไปชั่วขณะ ความเจ็บปวดวูบผ่านนัยน์ตาคู่นั้นอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยตามสไตล์ของประธานหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบ "สนุกงั้นเหรอ?" เขาทวนคำ น้ำเสียงติดจะเย้ยหยันตัวเอง "ถ้าฉันอยากสนุก ฉันคงไม่มานั่งประสาทเสียเพราะความเป็นห่วงนายจนแทบคลั่งแบบนี้หรอก" ผมชะงัก ประโยคคำพูดที่เตรียมจะสวนกลับกลืนหายไปในลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน "นายคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเบื้องหลังรอยยิ้มปากเก่งนั่น นายแบกรับภาระอะไรไว้บ้าง..." ภูวดลถอนหายใจยาว แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน "หนี้สินของครอบครัวที่นายต้องคอยเช็ดล้าง ปัญหาภาระที่นายไม่เคยปริปากบ่นให้ใครฟัง... นายคิดว่าฉันเป็นคนโง่ขนาดที่ไม่สืบเรื่องของคนที่ตัวเองสนใจเลยหรือไง" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่มันคือความเปราะบางที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญหน้ากันตรงๆ ความลับที่ผมพยายามปกปิดเอาไว้ภายใต้เกราะกำบังความแข็งกระด้าง ถูกผู้ชายคนนี้มองทะลุปรุโปร่งทั้งหมด รอยร้าวในใจที่ผมพยายามก่ออิฐถือปูนปิดตายมานานนับปี ราวกับกำลังถูกค้อนเหล็กของช่างตีเหล็กผู้เชี่ยวชาญค่อยๆ ทุบทำลายลงอย่างปราณีต เพื่อดึงเอาเนื้อแท้ข้างในออกมารักษา "คุณ..." ผมเค้นเสียงได้แค่นั้น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "ฉันไม่ใช่คนดี คิมหันต์" ภูวดลขยับเข้ามาใกล้inoอีกนิด นิ้วเรียวอุ่นจัดเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของผมอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้ผมแข็งทื่อ "ฉันเป็นคนเห็นแก่ตัว ปากร้าย และเผด็จการ... แต่กับเรื่องของนายแล้ว ฉันไม่เคยคิดจะมองข้ามมันเลยสักครั้ง" หัวใจที่เคยด้านชาและหวาดระแวงต่อโลกใบนี้ คล้ายกับถูกไฟอุ่นๆ จากเตาหลอมโลหะประคบประหงมนิยามความรู้สึกใหม่ รอยร้าวในใจที่เคยเจ็บแปลบยามเมื่อนึกถึงอดีต ค่อยๆ ถูกสมานเข้าหากันทีละน้อยด้วยความจริงจังที่สะท้อนออกมาจากแววตาของคนตรงหน้า "ทำไม... ถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะครับ?" น้ำเสียงของผมอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความพยศที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสับสนและโหยหาความจริงใจที่โหยหามานาน "เพราะฉันไม่อยากเห็นนายต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวอีกแล้ว..." ภูวดลกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกคลี่ยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง "ให้ฉันได้ยืนข้างๆ นายเถอะนะ... ในฐานะคนที่พร้อมจะปกป้องนายจากทุกอย่าง แม้กระทั่งตัวนายเอง" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้เพียงแค่นั้น แสงเทียนสีส้มอ่อนที่จุดไว้มุมห้องสะท้อนประกายในแววตาของพวกเรา ความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับเดือนได้รับการปลดปล่อย ร่างกายที่เคยต่อต้านค่อยๆ เอนเข้าหาอ้อมแขนที่อ้าต้อนรับอย่างเต็มใจ ผมหลับตาลง ยอมปล่อยให้ความอบอุ่นนี้โอบกอดหัวใจที่เคยเหนื่อยล้า มือเรียวยกขึ้นแตะที่แผงอกด้านซ้ายของเขา สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างชัดเจน ทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย รอยแผลเป็นในอดีตกำลังได้รับการเยียวยา และความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยดีลธุรกิจ กำลังจะแปรเปลี่ยนเป็นบางสิ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำนิยาม... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันแสนเปราะบางนั้นลงอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่ผมจะทันได้ผละตัวออกจากอ้อมกอดของภูวดล ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับเสียงใสที่เอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคยดังแทรกเข้ามาในความมืดสลัว "คุณภูคะ มีนเอาเอกสารด่วนมาให้—อุ๊ย!" มีนาราชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพที่คนทั้งคู่ยืนแนบชิดติดกันในระยะประชิด ท่ามกลางแสงเทียนสลัวและบรรยากาศที่คลุมเครือเกินกว่าจะแก้ตัว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%