เสียงกระดาษ A4 สองแผ่นที่ถูกเลื่อนมาหยุดตรงหน้าผม มันดังชัดเจนราวกับเสียงค้อนตีเหล็กกระทบกับทั่งเย็นเฉียบในโรงตีเหล็กของผม ไม่มีเสียงอ้อมแอ้ม ไม่มีแม้แต่การสบตาจากคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานหรูหราตัวนี้
"เซ็นซะ"
น้ำเสียงของภูวดลราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ และนั่นแหละคือสิ่งที่คมกริบที่สุดในความรู้สึกของผมตอนนี้ ประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมและเย่อหยิ่งคนเดิม กลับมาสวมหน้ากากนักธุรกิจอย่างไร้รอยต่อ หลังจากคืนวันอันเร่าร้อนและถ้อยคำที่เกือบจะเรียกว่าความจริงใจในห้องชุดส่วนตัวเมื่อสองวันก่อน
ผมก้มมองเอกสารแผ่นนั้น ตัวอักษรสีดำสนิทบนกระดาษขาวสะอาดตาบาดลึกเข้าไปในจอประสาทตา *'บันทึกข้อตกลงการสิ้นสุดสถานะคู่สัญญา'* ช่างเป็นชื่อเรียกที่ไพเราะเหลือเกินสำหรับคำว่า 'เขี่ยทิ้งเมื่อหมดความจำเป็น'
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบของคนที่นั่งไขว่ห้างมองผมอยู่ ประธานภูวดล... ผู้ชายที่เคยกระชากผมเข้าหาตัวด้วยความหึงหวงจนน่ากลัว ผู้ชายที่เคยบอกว่าเกลียดนักเวลามีคนอื่นเข้ามาใกล้ผม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ยึดติดกับ 'ความเป็นเจ้าของ' ในกรอบของเงินตราเท่านั้น
"คุณภูคงกลัวว่าข่าวเรื่องคุณกับคุณมีนาราจะด่างพร้อยสินะครับ ถึงได้รีบเคลียร์พื้นที่ส่วนตัวให้สะอาดเอี่ยมขนาดนี้" ผมเอ่ยกลั้วเสียงเย้ยหยัน พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงของตัวเองสั่นไหว ปลายนิ้วเรียวจิกเข้าหาฝ่ามือใต้โต๊ะเพื่อดึงสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงกลับมา
ภูวดลขมวดคิ้วมุ่น กรามแกร่งบดเข้าหากันจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "อย่าทำเป็นเก่งให้มันมากนักนะคิมหันต์... ผมให้คุณเลือกทางเดินนี้เองไม่ใช่หรือไง หรือคุณอยากจะอยู่ในสถานะที่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ รอเศษเสี้ยวเวลาจากผมไปจนตาย?"
"ผมไม่ได้อยากได้อะไรจากคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับคุณภู" ผมสวนกลับทันควัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทิฐิที่ถูกกระตุ้นจนพุ่งพล่าน "ผมก็แค่... เด็กในสัญญาที่รับจ้างเล่นละครตบตาผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอครับ? ในเมื่อตอนนี้คุณมีคู่หมั้นตัวจริงเสียงจริงเคียงข้างแล้ว การที่ผมจะถอยออกมาก่อนที่จะกลายเป็นส่วนเกินน่ารำคาญ มันน่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดสำหรับผม... และแฟร์ที่สุดสำหรับคุณแล้วนี่ครับ"
คำว่า 'เด็กในสัญญา' ถูกผมเน้นย้ำทีละคำราวกับต้องการตอกย้ำให้มันฝังลงไปในอกของคนฟัง แต่ดูเหมือนว่าคนฟังจะไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดาอะไรเลยสักนิด ตรงกันข้าม... แววตาของภูวดลกลับวับวามขึ้นด้วยความโกรธกริ้วที่ถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็วดั่งไฟลามทุ่ง
เขาลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง จนเก้าอี้หนังราคาแพงไถลไปด้านหลังเสียงดังลั่นห้องทำงานกว้างขวาง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวในเวลาเพียงไม่กี่วินาที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของผมอย่างแรงจนต้องนิ่วหน้า แต่ไม่อยอมปริปากร้องออกมาสักแอะ
"ปากเก่งนักนะคิม!" ภูวดลโน้มตัวลงมาจนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากผมเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับแก้มของผม "คิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะที่ชิงบอกเลิกก่อน? คิดว่าผมเป็นคนยังไง ถึงได้คิดว่าผมจะเขี่ยคุณทิ้งได้ง่ายๆ แบบนี้ห๊ะ!"
"แล้วที่คุณเรียกผมมาเซ็นนี่คืออะไรล่ะครับ? จะให้ผมเรียกว่าอะไรดี... ความเมตตาจากท่านประธานใจบุญที่สงสารเด็กหนনিยากจนงั้นเหรอ?" ผมเชิดหน้าสู้ สายตาแข็งกรวดไม่ยอมหลบแม้แต่นินทิเดียว แม้ว่าหัวใจข้างในอกจะกำลังเต้นระรัวด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอหอย
"คิมหันต์!" ภูวดลคำรามต่ำในลำคอ มืออีกข้างยกขึ้นบีบคางผมให้เงยรับสัมผัส แรงบีบไม่ได้ถึงกับเจ็บจนทนไม่ได้ แต่มันเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนอัดอั้นที่ระเบิดออกมาจนปิดไม่มิด "คุณมันโง่ หรือแกล้งโง่กันแน่ เรื่องมีนารา... ผมจัดการเคลียร์กับผู้ใหญ่เรียบร้อยแล้ว ผมไม่เคยต้องการยัยนั่น!"
"แต่ข่าวหน้าหนึ่งกับรูปถ่ายแนบชิดในงานเลี้ยงเมื่อคืนมันไม่ได้บอกแบบนั้นนี่ครับคุณภู" ผมยิ้มหยันให้กับตัวเอง "คุณมีนาราเธอเหมาะสมกับคุณทุกประการ ทั้งชาติตระกูล ฐานะ และหน้าตาทางสังคม... ส่วนผม? ผมก็แค่ไอ้เด็กหนุ่มที่ดิ้นรนหาเงินใช้หนี้ไปวันๆ ไม่มีค่าพอที่จะเอาชื่อไปแปะไว้ข้างกายคุณในฐานะอะไรทั้งนั้นแหละครับ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเราชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจกรุ่นโกรธของประธานหนุ่มที่ดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ภูวดลจ้องมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มีทั้งความหงุดหงิด ความไม่เข้าใจ และประกายไฟบางอย่างที่รiorเร้นอยู่ลึกจนน่ากลัว ปลายนิ้วที่บีบคางผมอยู่ค่อยๆ คลายน้ำหนักลง แต่เปลี่ยนเป็นไล้ปลายนิ้วโป้งเบาๆ บนพวงแก้มของผมแทน ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกใจสั่นไหวมากกว่าการถูกตะคอกใส่เสียอีก
"ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่สนเรื่องพวกนั้นล่ะ" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนผมเกือบจะเผลอเคลิ้มไปกับมัน "ถ้าผมบอกว่า ต่อให้คนทั้งประเทศจะมองคุณยังไง แต่มันก็ไม่มีผลอะไรกับผมเลยแม้แต่นิดเดียว... คุณจะยังยืนกรานที่จะไปจากผมอยู่ไหม?"
ผมชะงักไปชั่ววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึกเยียบ1ย็นที่เพิ่งก่อตัวขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความหวาดกลัวต่อความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าข้อตกลง ก็ทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้ม1กันให้ผมต้องดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว
ผมแค่นยิ้มบางๆ แล้วเบือนหน้าหนีจากการสัมผัสอันตรายนั้น "อย่าพูดจาให้ความหวังลมๆ แล้งๆ เลยครับคุณภู... เราต่างกันเกินไป และผมก็เหนื่อยกับการวิ่งตามหลังคนที่อยู่บนหอคอยงาช้างเต็มทีแล้ว ปล่อยผมไปเถอะครับ"
ผมเอื้อมมือไปหยิบปากกาบนโต๊ะ ตั้งใจจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้นเพื่อตัดปัญหาทุกอย่างให้จบลงในวันนี้ แต่ก่อนที่หมึกสีดำจะทันได้สัมผัสกับเนื้อกระดาษ—
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อذنุญาตจากเจ้าของห้อง
"พูกลขา... มีนาราหาตั้งนาน ที่แท้ก็มาหลบอยู่..."
เสียงหวานใสของมีนาราชะงักกึกไปทันที เมื่อเธอก้าวเข้ามาเห็นภาพที่ผมกำลังนั่งถือปากกาอยู่ตรงหน้าภูวดล ในขณะที่ร่างสูงของประธานหนุ่มยืนโน้มตัวคร่อมอยู่เหนือเก้าอี้ของผมอย่างแนบชิด ดวงตากลมโตของคู่หมั้นสาวกวาดมองเราทั้งคู่ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
ภูวดลสบถคำหยาบออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย เขายืดตัวตรงทันที ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิท รังสีความเย็นชาแผ่กระจายออกมาจนน่ากลัวเมื่อมีคนมารบกวนในจังหวะวิกฤตแบบนี้
ผมวางปากกาลงช้าๆ หันไปสบตากับมีนาราด้วยรอยยิ้มจืดเจือความโล่งใจประหลาด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภูวดลที่กำลังส่งสายตาดุดันมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อผม
"ดูเหมือนว่า... ผมจะมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของพวกคุณสินะครับ งั้นผมขอตัวก่อนดีกว่า..." ผมเอ่ยขึ้นเรียบๆ เตรียมจะลุกขึ้นเดินเลี่ยงออกไปจากห้องนี้
แต่ทว่า... ก่อนที่ผมจะได้ก้าวเท้าพ้นจากโต๊ะทำงาน มือหนากลับคว้าต้นแขนของผมไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล
"ใครอนุญาตให้คุณไป?" ภูวดลหันไปตวาดใส่มีนารากร้าว "ออกไปรอข้างนอก!"
"ภู! นี่คุณไลลามีนาเหรอคะ?" คุณหนูตระกูลดังกรี๊ดออกมาด้วยความเหลืออด "นาราเป็นคู่หมั้นคุณนะ!"
"ผมบอกให้ออกไป!" เสียงของประธานหนุ่มตวาดลั่นห้องจนสั่นสะเทือน ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองผมด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมความคลั่งไคล้ที่ถูกกดไว้จนมิด "ส่วนเธอ... นั่งลงตรงนี้ ห้ามขยับไปไหนทั้งนั้นจนกว่าเราจะเคลียร์เรื่องของเราให้จบ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งร้อนแรงและเปราะบางของพวกเขานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 25
สถานะที่สั่นคลอน
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!