ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 26

ประธานหงุดหงิดขั้นสุด

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“ผมนั่งลงตามคำสั่งของคุณแล้วครับ ท่านประธานภูวดล... ทีนี้ ช่วยกรุณาบอกเหตุผลสมเหตุสมผลมาสักข้อสิครับ ว่าทำไมผมถึงต้องมานั่งทนฟังคุณระเบิดอารมณ์ใส่ในห้องทำงานส่วนตัว ที่ไม่เกี่ยวกับงานสักนิดเดียวด้วย” ผมเอ่ยสวนขึ้นทันทีที่หย่อนก้นลงบนโซฟาหนังแท้ราคาแพงระยับ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกหวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณการต่อสู้ในตัวผมให้ลุกโชนขึ้นมาเสียมากกว่า ภูวดลยังคงยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองผมตั้งแต่เส้นผมจรดปลายรองเท้า ราวกับกำลังประเมินสินค้าชิ้นสำคัญที่เขาไมยอมให้ใครหน้าไหนแย่งไปครอง บรรยากาศรอบตัวของประธานหนุ่มผู้เพียบพร้อมในเวลานี้เต็มไปด้วยไอคุกรุ่นของความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม แต่มันช่างตบตาผมไม่ได้เอาเสียเลย “เธอชักจะปากเก่งขึ้นทุกวันนะ คิมหันต์” น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ ราวกับก้อนเหล็กที่ถูกตีด้วยค้อนร้อนๆ บนทั่ง “กล้ามากนะที่ทำเป็นเมินเฉยใส่ฉัน แล้ววิ่งแจ้นไปยิ้มร่าเริงใส่ไอนั่น... ธาม มันเป็นเพื่อนสนิทเธอนักหรือไง ถึงได้ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ขนาดนั้น” ผมเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกขัน ถึงจะพอเดาได้รางๆ ว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ท่าทีหวงก้างแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนี่มันช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน “อ๋อ... คุณหมายถึงธามเหรอครับ?” ผมจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท “เขาก็เป็นเพื่อนสนิทที่น่ารักและรู้ใจผมดีครับ ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้หรอก ที่เก่งแต่สั่ง หงุดหงิดใส่คนอื่นไปทั่ว แถมยังชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในยามที่ไม่มีสิทธิ์ด้วย” *กึก!* เสียงกำปั้นหนาชกเข้ากับพนักพิงโซฟาข้างตัวผมอย่างแรง จนผมต้องสะดุ้งเล็กน้อย ภูวดลโน้มตัวลงมาประชิดใบหน้า พื้นที่ว่างระหว่างเราถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมแบรนด์หรูเป่ารดอยู่ข้างแก้มผม “ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?” เขากัดฟันกรอด นัยน์ตาคมกริบวับวาวด้วยไฟโทสะและอารมณ์บางอย่างที่รุนแรงยิ่งกว่า “จำไม่ได้หรือไงว่าเมื่อคืนใครเป็นคนบอกว่า... ช่างเถอะ! ปากดีนักนะคิมหันต์ คิดว่าฉันไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเธอรึไง ที่ทำตัวห่างเหินทำเป็นสนิทกับไอนั่น ก็แค่อยากจะประชดฉันใช่ไหม!” “ผมจะประชดคุณไปทำไมล่ะครับ ตัวตนของคุณไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้นในชีวิตผมหรอกนะ” ผมสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แม้หัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอกกับระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามนี้ “เราก็แค่คนสองคนที่ทำข้อตกลงทางธุรกิจร่วมกันเท่านั้นแหละครับ ท่านประธาน... กรุณาอย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย” คำพูดตัดเยื่อใยของผมดูเหมือนจะเป็นการราดน้ำมันเข้ากองไฟ ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความดุดัน เขายื่นมือหนามาบีบคางผมไว้ด้วยแรงพอประมาณ ไม่ให้หันหนีไปไหน นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้เบาๆ บนพวงแก้มอย่างถือสิทธิ์ แม้สัมผัสจะแฝงความดุดัน แต่แววตากลับเจ็บปวดและเว้าวอนจนน่าประหลาด “ปากแข็ง... เธอมันเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ คิมหันต์” ภูวดลกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากผม “คิดว่าฉันไม่เห็นสายตาที่เธอใช้มองมันเรอะ คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าเธอจงใจทำให้ฉันคลั่งตายคาโต๊ะทำงานนี่... หึ! เก่งนักใช่ไหม งั้นก็ลองพูดคำเดิมใส่หน้าฉันใหม่อีกสักรอบสิ ว่าฉันไม่มีความสำคัญอะไรกับเธอเลย” ผมเม้มปากแน่น หัวใจเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ เคมีที่ระอุอยู่ระหว่างเรามันรุนแรงเสียจนผมแทบจะหลอมละลายไปกับสัมผัสและแววตานั้นอยู่รำคาญใจ ไอร้อนจากร่างสูงที่ทาบทับลงมาทำให้ห้องทำงานกว้างใหญ่แคบลงถนัดตา สัญชาตญาณเตือนให้ผมผลักเขาออก แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการนิ่งค้าง ปล่อยให้เขาลอบมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ในจังหวะที่ผมกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาตจากเจ้าของห้องแม้แต่น้อย “พูกระดาษ! คุณอยู่นี่เองเหรอคะ นาราตามหาคุณซะทั่วเลย” เสียงหวานใสที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของ *มีนารา* คู่หมั้นทางธุรกิจที่ผู้ใหญ่จัดเตรียมไว้ให้ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เธอหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของเราสองคนที่อยู่ใกล้ชิดกันจนเกินงามบนโซฟา ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเสแสร้งตามแบบฉบับสาวสังคม ภูวดลผละออกจากตัวผมอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและหงุดหงิดขั้นสุดทันทีที่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ ประธานหนุ่มยืนเต็มความสูง ปรับสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด “ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องผม มีนารา?” ภูวดลเสียงแข็งกร้าว ไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ “อ้าว... ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะคุณภู ก็คุณแม่บอกว่าเรามีนัดทานมื้อเที่ยงด้วยกันนี่คะ นาราโทรหาคุณแล้วคุณไม่รับสาย ก็เลยต้องมาตามที่บริษัท...” มีนาราชะงักคำพูดเมื่อหันมาสบตากับผมที่นั่งอยู่บนโซฟา เธอเหยียดยิ้มมุมปากอย่างเยาะเย้ย “อุ๊ย... นาราขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย ดูเหมือนคุณคิมหันต์กับคุณภูจะมี ‘ธุระส่วนตัว’ กันอยู่สินะคะ” ผมลุกขึ้นยืนปัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้ายังคงเรียบเฉยแม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้วกับสถานการณ์น่ารำคาญนี้ การปรากฏตัวของมีนาราในตอนนี้เปรียบเสมือนชนวนระเบิดที่พร้อมจะทำให้ทุกอย่างพังครืนลงมา “ถ้าท่านประธานมีธุระกับคุณมีนาราแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบ “เดี๋ยว!” ภูวดลหันขวับมามองผมทันที แววตาของเขาร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นผมกำลังจะเดินเลี่ยงออกไป “ฉันยังเคลียร์กับเธอไม่จบ คิมหันต์!” “แต่ฉันว่าคุณต้องเคลียร์กับคู่หมั้นของคุณก่อนนะ... ท่านประธาน” ผมส่งยิ้มเย็นชาให้เขานิดๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้ารับมีนาราตามมารยาท แล้วสาวเท้ายาวๆ มุ่งตรงไปยังประตูห้องเพื่อปลีกตัวออกจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ แต่ทว่า... ก่อนที่มือผมจะเอื้อมถึงลูกบิดประตู เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ของภูวดลก็ดังขึ้นด้านหลัง พร้อมกับประโยคที่ทำให้ผมต้องชะביก้าวเท้าค้างไว้กลางอากาศ **“ยกเลิกงานแต่งงานซะมีนารา... เพราะฉันจะไม่แต่งงานกับเธอเด็ดขาด!”** ความเงียบกริบปกคลุมห้องทำงานทันที มีนาราเบิกตากว้างด้วยความตกใจและอับอาย ส่วนผม... ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตู หัวใจกระตุกวูบกับคำประกาศิตที่ดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%