“ยินดีกับคุณงั้นเหรอครับ?”
คิมหันต์ทวนคำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่านัยน์ตาเรียวสวยคู่นั้นกลับวาวโรจน์ เขาขยับกายถอยห่างจากภูวดลเพียงครึ่งก้าว ท่าทางเย่อหยิ่งดุจแมวป่าที่พร้อมจะฝากรอยเล็บใส่ใครก็ตามที่บังอาจเข้ามาล้ำเส้น “ผมไม่ได้เป็นคนในครอบครัวหรือหุ้นส่วนรายใหญ่ของภูวดลกรุ๊ป ถึงขั้นต้องมายืนประดิษฐ์รอยยิ้มแสดงความยินดีในเรื่องส่วนตัวของท่านประธานหรอกนะครับ”
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ภูวดลจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เขาสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางนิ่งเฉยนั้น แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาคลั่ง—ความดื้อรั้นที่ไม่มีใครเหมือน
“ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ” ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทคนฟังได้อย่างดีเยี่ยม เขาขยับตัวเข้าใกล้จนคิมหันต์สัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายอีกฝ่าย “แต่ก็นั่นแหละ... ถึงได้บอกไงว่าถ้าอยากรู้ว่าผมจะประกาศเรื่องอะไร ก็ตั้งใจฟังให้ดี”
คิมหันต์เม้มริมฝีปากแน่น มือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวสั่นน้อยๆ เขาเกลียดจังหวะที่ตัวเองต้องมาอยู่ในเกมที่ภูวดลเป็นคนคุมกระดานแบบนี้เหลือเกิน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำลายความเงียบที่กำลังจะปะทุ ทว่ามันไม่ใช่การเคาะขออนุญาตตามมารยาท แต่เป็นการเปิดพรวดพาสเข้ามาโดยไม่รอคำสั่ง
“ภูคะ!”
น้ำเสียงหวานใสดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมสีแดงเพลิง ใบหน้าสวยเฉี่ยวได้รับการแต่งแต้มมาอย่างประณีตราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น มีนาราในลุคคุณหนูผู้สูงส่งก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง รัศมีของความมั่นใจที่แผ่ออกมานั้นข่มทุกคนในห้องให้กลายเป็นเพียงตัวประกอบ
ภูวดลชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเรียบสนิทในทันทีที่เห็นหน้าแขกไม่ได้รับเชิญ “คุณมีนารา? คุณมาทำอะไรที่นี่”
“ก็มาทวงถามถึง ‘สัญญา’ ที่เราเคยคุยกันไว้ยังไงคะ” มีนาราส่งยิ้มหวาน ทว่าสายตาของเธอกลับไม่ได้จดจ้องที่ภูวดลเพียงคนเดียว แต่เธอกำลังกวาดสายตาสำรวจคิมหันต์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามที่ปิดไม่มิด “พอดีฉันเพิ่งแลนดิ้งถึงไทยเมื่อชั่วโมงที่แล้ว พอทราบข่าวว่าคุณเริ่มจะลืมเลือนหน้าที่ของตัวเองไปหน่อย ก็เลยต้องรีบบินมาเตือนความจำ”
คิมหันต์ยืนกอดอก ยืนมองละครฉากนี้ด้วยท่าทีนิ่งสงบ เขาฉีกยิ้มที่เย็นเยียบส่งกลับไป “ดูท่าว่าเรื่องสำคัญที่คุณภูจะประกาศ คงไม่ใช่เรื่องของผมแล้วสินะครับ งั้นผมขอตัว... เพราะผมไม่มีธุระอะไรกับคนนอกที่เดินเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ”
“เดี๋ยว!” ภูวดลกระชากข้อมือคิมหันต์เอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปทางมีนาราด้วยแววตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก “ที่นี่คือบริษัท ถ้าจะคุยเรื่องงานให้ไปที่ห้องรับรอง ถ้าจะคุยเรื่องไร้สาระ... ผมว่าคุณมาผิดที่แล้ว”
มีนาราหัวเราะเบาๆ เดินนวยนาดมาหยุดยืนข้างภูวดลอย่างถือสิทธิ์ เธอจงใจโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขา แต่น้ำเสียงนั้นดังพอที่จะให้คนทั้งห้องได้ยินชัดเจน “คุณพ่อฉันบินไปเจรจากับบอร์ดบริหารที่สิงคโปร์เมื่อเช้านี้ เพื่อยืนยันว่าการแต่งงานของเราสองคนจะเกิดขึ้นภายในปลายปีนี้... ภูคะ หวังว่าคุณคงไม่โง่พอที่จะทิ้งอำนาจในมือ เพื่อไปคว้าเอา ‘ของเล่น’ ราคาถูกมาประดับตัวหรอกนะ”
คำว่า ‘ของเล่นราคาถูก’ กระแทกเข้าที่หน้าคิมหันต์เต็มเปา แต่นายเอกของเราไม่ได้โกรธจนสติแตก เขากลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
“ของเล่นราคาถูกงั้นเหรอครับ?” คิมหันต์สะบัดข้อมือออกจากการกอบกุมของภูวดลอย่างแรง เขาเดินไปยืนเผชิญหน้ากับมีนารา ระยะห่างที่ใกล้จนมองเห็นรูขุมขนของกันและกัน “คุณคงมั่นใจมากสินะครับว่านามสกุลกับสินสอดจะสามารถซื้อตัวเขาได้ แต่เสียใจด้วยนะคุณมีนารา... เพราะภูวดลที่ผมรู้จัก เขาไม่ใช่สินค้าให้ใครมาประมูล”
คิมหันต์หันไปสบตาภูวดลด้วยแววตาที่แข็งกร้าว “ถ้าคุณอยากจะหมั้น อยากจะแต่ง ก็เชิญไปจัดการให้จบที่หน้าห้องนี้ครับ แต่อย่าเอาผมไปเป็นส่วนหนึ่งของละครน้ำเน่าเรื่องนี้... เพราะผมไม่เล่นด้วย”
เขาหันหลังเตรียมก้าวเดินออกไป แต่ทว่ามือแกร่งของภูวดลกลับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนอีกครั้ง ครั้งนี้แรงบีบนั้นรุนแรงและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นจนน่ากลัว
“ใครบอกว่าผมอนุญาตให้คุณไป!” ภูวดลตวาดลั่น ใบหน้าคมเข้มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่คิมหันต์พยายามจะผลักไสเขาไปให้คนอื่น “มีนารา... ฟังให้ชัดนะ ผมไม่เคยตกลงอะไรทั้งนั้น และถ้าคุณอยากจะทวงสัญญา ก็เชิญไปทวงกับบอร์ดบริหารเอาเอง เพราะสำหรับผม... คนที่ผมจะแต่งงานด้วย มีแค่คนเดียวเท่านั้น”
เขาออกแรงดึงคิมหันต์เข้ามาจนอกแกร่งแนบชิดกับแผ่นหลังบาง ก่อนจะกดริมฝีปากลงบนซอกคอขาวอย่างถือสิทธิ์ ท่ามกลางสายตาของมีนาราที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง ‘ของรัก’ ของผม... แม้แต่คู่หมั้นในนามอย่างคุณ!”
คิมหันต์ตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสร้อนผ่าวที่ฝังลึกลงบนผิวหนัง ในขณะที่ภายนอกประตูห้องทำงาน เสียงฝีเท้าของเลขาส่วนตัวและบอร์ดบริหารที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ภูวดลไม่สนโลก เขาจ้องมองมีนาราด้วยสายตาที่พร้อมจะทำลายล้างทุกคนที่ขวางทาง
“ถอยไปซะมีนารา ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนกับคำสั่งของผู้ใหญ่... และอย่าคิดว่าผมจะไม่กล้าทำลายทุกอย่างที่สร้างมาเพื่อแลกกับอิสระที่จะรักใครสักคน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีนาราหน้าซีดเผือด สั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างดูเหมือนจะพังทลาย คิมหันต์ที่กำลังจะเอ่ยปากพูด ประตูก็ถูกเปิดออกกว้างโดยเลขาส่วนตัวที่หน้าตาตื่นตระหนก
“ท่านประธานครับ! บอร์ดบริหารทุกคน... มายืนรออยู่หน้าห้องแล้วครับ พวกเขาต้องการคำตอบเรื่องข่าวลือการแต่งงานในวันนี้เดี๋ยวนี้!”
ภูวดลคลายอ้อมกอดออกช้าๆ เขายังคงมองคิมหันต์ด้วยสายตาที่สื่อถึงความลับบางอย่างที่ยังไม่ได้เปิดเผย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนด้านนอกด้วยใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
“ดี... ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้า ก็ถือโอกาสนี้ประกาศให้รู้กันไปเลยว่า ใครคือ ‘ตัวจริง’ ของภูวดลกรุ๊ป”
คิมหันต์หัวใจเต้นรัวด้วยความสับสน เขากำลังยืนอยู่บนจุดตัดสินใจที่เปราะบางที่สุดในชีวิต ไม่ว่าจะเดินออกไปตอนนี้ หรือก้าวไปข้างหน้าเพื่อยอมรับชะตากรรมที่ภูวดลขีดเส้นไว้ให้...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ หวังว่าบทนี้จะทำให้อรรถรสความเข้มข้นในหัวใจของทุกท่านพุ่งทะยานจนวางไม่ลงนะครับ
แบล็กสมิธในตำนานครับ
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 24
บุคคลที่สามปรากฏกาย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!