“ถ้าหลักฐานนี้เป็นของจริง... คนที่อยู่ในชื่อผู้รับเงินรายสุดท้าย ก็ไม่ใช่คนไกลที่ไหนเลยนะครับ”
คิมหันต์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นราวกับอากาศในห้องกำลังจะหมดลง ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังตัวเลขในรายงานทางการเงินที่ถูกพิมพ์ออกมาเป็นชุด เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้าม นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่คมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม
ภูวดลไม่ได้ตอบในทันที เขาขยับกายพิงเก้าอี้ทำงานราคาแพง สายตาคมปลาบจับจ้องไปที่เอกสารบนโต๊ะก่อนจะเบนมามองคิมหันต์ แววตาของประธานหนุ่มไหววูบชั่วขณะหนึ่ง แต่มันถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่เขาใช้สร้างกำแพงกั้นโลกภายนอกเสมอมา
“เธอรู้ไหมว่าการแตะต้องไอ้ชื่อนี้... มันหมายความว่ายังไง” ภูวดลถามด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าทว่าทรงพลัง
“ผมรู้ครับ และผมก็รู้ด้วยว่าถ้าเราปล่อยให้ ‘หนอน’ ตัวนี้กัดกินโครงสร้างบริษัทต่อไป สุดท้ายคนที่เจ็บหนักที่สุดก็คือคุณ” คิมหันต์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของอีกฝ่ายมากขึ้น ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้กลิ่นกายหอมจางๆ ของภูวดลปะทะเข้ากับจมูกของเขา แต่นี่ไม่ใช่เวลามาหวั่นไหวกับเรื่องหัวใจ “เราต้องถอนรากถอนโคนมันครับ ไม่ใช่แค่ไล่ออก แต่ต้องทำให้มันชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้กับบริษัทนี้”
ภูวดลแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... ถ้าฉันจัดการเรื่องนี้แล้ว เธอจะเอาอะไรมาแลกกับการที่ต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยง?”
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำดีลกับคุณ แต่ผมมาในฐานะพนักงานที่ไม่อยากเห็นบริษัทพังลงเพราะความขี้ขลาดของใครบางคนครับ” คิมหันต์โต้กลับทันควัน ไม่มีการหลบสายตา
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางตึงเครียดจนสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าสถิต ภูวดลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเดินอ้อมโต๊ะมาหาคิมหันต์ ช้าๆ ทว่าคุกคาม เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าจนคนตัวเล็กกว่าต้องแหงนหน้ามอง เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม
“อย่าพยายามทำเป็นคนดีถ้าเธอเองก็ยังรักษาตัวเองไม่ได้” ภูวดลกระซิบเสียงต่ำพลางคว้าข้อมือของคิมหันต์ไว้แน่น “ถ้าจะล่าตัวการ ก็ต้องทำให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ถูกพวกมันลากลงนรกไปด้วย... เข้าใจไหมครับ?”
คิมหันต์ใจกระตุกวูบกับสัมผัสที่คาดไม่ถึง แต่นาทีนี้ศักดิ์ศรีของเขาไม่อนุญาตให้ถอย “ถ้าต้องลงนรก ผมก็จะลากมันลงไปด้วยกันครับ”
ความเด็ดเดี่ยวในแววตาของคิมหันต์ทำให้ภูวดลชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ประธานหนุ่มจะผละออกแล้วเดินไปที่ตู้เซฟหลังรูปภาพขนาดใหญ่ เขาหมุนรหัสด้วยความคล่องแคล่ว ไม่นานนักแฟ้มข้อมูลลับอีกชุดก็ถูกวางลงบนโต๊ะ
“นี่คือประวัติการโอนเงินเข้าออกย้อนหลังสามเดือนที่ฉันแอบเก็บไว้” ภูวดลเอ่ยพลางใช้ปากกาชี้ไปยังชื่อหนึ่ง “คนคนนี้เป็นมือขวาของท่านรองประธาน และถ้าให้เดา... มันไม่ได้ทำคนเดียว”
คิมหันต์ก้มลงอ่านข้อมูลอย่างตั้งใจ สมองเขาสั่งการรวดเร็วราวกับเครื่องจักร ความฉลาดที่เป็นอาวุธสำคัญทำให้เขาสังเกตเห็นจุดผิดปกติบางอย่าง “เงินจำนวนนี้... ถูกโอนผ่านบัญชีบริษัทลูกที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นี่มันฟอกเงินชัดๆ ครับ!”
“ฉลาดดี” ภูวดลยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ใจคนมองเต้นผิดจังหวะ “มีนาราเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า... นั่นคือสิ่งที่ฉันยังหาคำตอบไม่ได้”
ชื่อของ ‘มีนารา’ ที่หลุดออกมาจากปากภูวดลทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที คิมหันต์นิ่งไป เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินชื่อนั้น แต่มันมีความรู้สึกหน่วงๆ ในใจที่เขาก็อธิบายไม่ได้
“ถ้าคุณยังลังเลเพราะเรื่องส่วนตัว เราก็คงจบกันแค่นี้ครับ” คิมหันต์พูดตัดบท น้ำเสียงเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันไม่เคยลังเลกับงาน” ภูวดลตอบกลับเสียงแข็ง “และโดยเฉพาะกับเธอ... ฉันยิ่งไม่เคยลังเล”
คำพูดนั้นทำให้คิมหันต์ต้องหันไปมองคนพูด แต่ภูวดลกลับทำเพียงหันหลังไปหยิบเสื้อสูทมาสวม “เตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้เราจะไปดูให้เห็นกับตาว่า ‘หนอน’ ตัวนี้มันจะทำอะไรต่อไปที่โกดังเก็บสินค้าเขตสี่”
ทั้งสองก้าวออกจากห้องทำงานด้วยความมุ่งมั่น คิมหันต์ก้าวตามหลังร่างสูงของประธานหนุ่มไปอย่างไม่เกรงกลัว ในหัวของเขาประมวลผลถึงแผนการที่จะแฉโฉมหน้าคนทรยศออกมาให้ได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
เมื่อถึงโกดังร้างในยามดึก แสงไฟสลัวจากเสาไฟริมทางส่องให้เห็นรถยนต์หรูคันหนึ่งจอดอยู่หน้าทางเข้า โกดังปิดสนิทแต่มีเสียงการเจรจาเบาๆ ลอดออกมาจากช่องระบายอากาศ ทั้งสองย่องเข้าไปใกล้จนแนบชิดกับผนังเหล็กเย็นเฉียบ
ภูวดลส่งสัญญาณมือให้คิมหันต์เงียบ ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูเหล็กที่ไม่ได้ล็อกสนิทออกเพียงเล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดหายใจ
ชายวัยกลางคนที่ดูน่าเชื่อถือในชุดสูทราคาแพงกำลังส่งแฟ้มเอกสารบางอย่างให้กับบุคคลที่สวมฮู้ดปิดบังใบหน้า แสงไฟจากมือถือที่ส่องลงไปในแฟ้มทำให้คิมหันต์เห็นตราประทับสีแดงฉานบนหัวกระดาษ
มันคือตราประทับที่แสดงถึงการอนุมัติการขายความลับบริษัท... โดยมีลายเซ็นของ 'มีนารา' กำกับอยู่ข้างล่างนั่นชัดเจน!
“นั่นไง หลักฐานมัดตัว” ภูวดลกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด ขณะที่คิมหันต์กำลังจะก้าวเข้าไปเพื่อแสดงตัว แต่ทว่า...
จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา ก่อนที่กระบอกปืนเย็นเฉียบจะถูกจ่อเข้าที่ขมับของคิมหันต์อย่างจัง
“คิดว่าจะแอบมาดูสนุกๆ ได้งั้นเหรอครับ ท่านประธาน?” เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับที่บุคคลภายใต้ฮู้ดค่อยๆ หันกลับมามองพวกเขาทั้งสองคน... และเมื่อใบหน้านั้นปรากฏชัดภายใต้แสงไฟสลัว หัวใจของคิมหันต์ก็แทบหยุดเต้น
นั่นไม่ใช่มีนารา... แต่มันคือคนที่เขาไว้ใจที่สุดมาตลอด!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของตัวละครที่เข้มข้นในบทนี้นะครับ แบล็กสมิธในตำนานสัญญาว่าจะตีเหล็กให้ร้อนกว่านี้ในตอนต่อไปครับ!
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 21
ล่าตัวการ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!