กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานท่านประธานยามวิกาลไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนระอุที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ลงได้เลยแม้แต่น้อย
คิมหันต์ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานกระจกใสเบื้องหลัง ความมืดมิดของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนสะท้อนเงาสลัวของตึกสูงระฟ้า แต่ออร่าคุกคามที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้ากลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าทิวัศน์ใดๆ
ประโยคท้าทายเมื่อครู่ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ ภูวดลไม่ได้ถอยห่างออกไปตามที่อีกฝ่ายคาดคิด เขากลับใช้มือข้างหนึ่งทาบลงบนกระจกใส กักขังร่างเพรียวบางเอาไว้ในอาณาเขตวงแขนอย่างจงใจ ปลายจมูกโด่งคมอยู่ห่างจากพวงแก้มใสเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรดรินทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก
"คิดว่าผมล้อเล่นอยู่หรือครับ... คิมหันต์"
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหูกร. ภูวดลจงใจลากเสียงยาวในคำสุดท้าย แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่พยายามซ่อนความตื่นตระหนกไว้ใต้หน้ากากความยโส แววตาคู่นั้นสั่นระริกเล็กน้อยแต่ก็ยังอุตส่าห์เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
"ผมไม่ได้ว่างมาเล่นเกมประสาทกับท่านประธานหรอกนะครับ" คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองตอบอย่างไม่เกรงกลัว แม้ฝ่ามือที่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อจะฟ้องว่าเขากำลังประหม่าแค่ไหนก็ตาม "ถ้าไม่มีงานอื่นให้เคลียร์ ผมขอตัวกลับก่อน..."
"แฟ้มงานบนโต๊ะนั่นคือโอทีที่คุณต้องเคลียร์" ภูวดลพยักเพยิดไปยังกองเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กได้สูดหายใจได้เต็มปอด ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มร้ายกาจ "แต่ก่อนจะเริ่มงาน... เรามาตกลง 'เงื่อนไข' กันให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าครับ จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันทีหลัง"
คิมหันต์ขยับตัวออกจากรัศมีพันธนาการอย่างระแวดระวัง เขายกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์มของคนปากเก่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "กฎเกณฑ์อะไรอีกครับ? นี่มันนอกเวลางานแล้วนะครับท่านประธาน"
"กฎสามข้อ... ในการทำงานร่วมกับผมต่อจากนี้ไป" ภูวดลเดินกลับไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ทว่าสายตากลับคมปลาบราวกับนักล่าที่กำลังรอตะครุบเหยื่อ "ฟังให้ดีล่ะ เพราะผมพูดแค่รอบเดียว"
คิมหันต์กลอกตาเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ยอมพยักหน้ารับส่งๆ อย่างเสียไม่ได้
"ข้อแรก..." ภูวดลชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว น้ำเสียงราบเรียบทรงอำนาจถูกเปล่งออกมา "ห้ามปฏิเสธคำสั่งของผม... ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว"
คิมหันต์แค่น "หึ" ออกมาทันที ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างไม่พอใจ "เรื่องงานผมรับผิดชอบอยู่แล้วครับ แต่เรื่องส่วนตัว... ผมว่ามันเกินขอบเขตความเป็นเจ้านายกับลูกน้องไปหน่อยมั้งครับ"
"ผมยังพูดไม่จบ คุณมีหน้าที่ฟัง... คิมหันต์" ภูวดลสวนกลับทันควัน น้ำเสียงดุดันขึ้นเล็กน้อยจนบรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง "ข้อสอง... ห้ามติดต่อ หรือแม้แต่รับโทรศัพท์ของ 'ธาม' นอกเวลางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผม"
คิมหันต์ชะงักกึก ชื่อของเพื่อนสนิทที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที ความไม่พอใจพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนระงับไม่อยู่ "นี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลกันเกินไปแล้วนะครับ! ธามเป็นเพื่อนสนิทผม ทำไมผมจะคุยด้วยไม่ได้!"
"เพราะผมไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมามีอิทธิพลเหนือความสนใจของคุณ... ในเวลาที่คุณควรจะโฟกัสกับผม"
ประโยคที่หลุดออกมาจากปากคนเอาแต่ใจทำเอาคิมหันต์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแปลกๆ กับความหมายแฝงที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดนั้น แต่นายเอกปากเก่งมีหรือจะยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ เขารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วสวนกลับทันควัน
"ท่านประธานกำลังหึง... เอ้ย ห่วงก้างเกินไปแล้วมั้งครับ" คิมหันต์จงใจเปลี่ยนคำพูดเกือบไม่ทัน แต่แววตาวาววับก็ฟ้องชัดเจนว่ารู้ทัน "ผมไม่ใช่สมบัติของคุณนะ ถึงได้มาออกคำสั่งห้ามโน่นห้ามingนี่ตามอำเภอใจ"
"อยากลองพิสูจน์ดูไหมล่ะครับว่าคุณเป็นของใคร..." ภูวดลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนตรงหน้าด้วยความเร็วที่ตั้งตัวไม่ทัน มือหนาคว้าเอวบางเอาไว้ก่อนจะดึงเข้าหาตัวอย่างแรงจนคิมหันต์ต้องใช้มือยันแผงอกกว้างเอาไว้ตามสัญชาตญาณ "ฟังข้อสามให้ดี..."
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาจนชิดริมฝีปาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนพาลให้สมองมึนงง
"ข้อสาม... ห้ามตกหลุมรักผม... เด็ดขาด"
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับคำประกาศิต ทว่าแววตาที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความท้าทายและประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก คิมหันต์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที สมองประมวลผลคำพูดนั้นซ้ำไปซ้ำมา ก่อนที่ความรู้สึกหมั่นไส้และความดื้อรั้นจะตีตื้นขึ้นมากลบความหวั่นไหวเมื่อครู่วูบหายไปจนหมดสิ้น
*ห้ามตกหลุมรักงั้นเหรอ...?*
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตมองสบตากับคนตรงหน้าอย่างท้าทายไม่แพ้กัน ในใจนึกหมั่นไส้ความมั่นหน้าเกินร้อยของประธานหนุ่มคนนี้เสียเหลือเกิน กฎบ้าบออะไรกัน... คนอย่างคิมหันต์ไม่เคยชอบก้มหัวให้ใครอยู่แล้ว ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ!
*ในเมื่อกล้าออกกฎท้าทายแบบนี้... งั้นก็เตรียมตัวรับมือกับความพินาศที่จะเกิดขึ้นได้เลยครับท่านประธาน*
คิมหันต์แย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาภูวดลถึงกับหรี่ตาลงอย่างระแวง มือเรียวเล็กที่ยันอกแกร่งอยู่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปคล้องคอหนาอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าเนียนขยับเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากหยักด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าที่จงใจแกล้งให้คนฟังหัวใจกระวนกระวาย
"กฎสามข้อที่คุณว่ามา..." คิมหันต์ลากเสียงยาวอย่างอารมณ์ดี "ผมจำขึ้นใจเลยล่ะครับ..."
ดวงตากลมโตประกายความซุกซนฉายชัด ก่อนที่ริมฝีปากบางจะกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงท้าทายที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน
"โดยเฉพาะข้อสุดท้าย... ผมรับรองเลยว่าผมจะ 'แหกมันทุกข้อ' ให้ดูครับ ท่านประธานภูวดล"
เพล้ง!
เสียงกระจกแตกดังสนั่นจากด้านนอกห้องทำงาน พร้อมกับบานประตูห้องที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปร่งของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง และน้ำเสียงเกรี้ยวกราดที่ตะโกนแทรกบรรยากาศสีชมพูขึ้นมาทันที
"พี่ภู! ทำไมติดต่อพี่ไม่ได้เลย แล้วนี่... ทำไมพี่ถึงมาอยู่กับเด็กนี่สองต่อสอง!"
มีนารา คู่หมั้นสาวผู้เพียบพร้อมยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ดวงตาคู่สวยมองภาพคนทั้งคู่ที่ยืนแนบชิดกันด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบจะพ่นไฟออกมา
คิมหันต์ชะงักค้าง รอยยิ้มเย้าหยอกเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา เมื่อหันไปสบตากับภูวดลที่ตอนนี้ใบหน้าคมคายกลับมืดมนลงสนิท แววตาที่เคยพราวระยิบระยับเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของแบล็กสมิธในตำนานนะครับ!
ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 3
กฎสามข้อที่ห้ามแหก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับท่านประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!