วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 14

ความหวาดระแวง

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กระดาษรายงานบัญชีแผ่นสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นเบาหวิวแต่กลับดังก้องกังวานในห้องทำงานมืดทึบของเรือนพักใหญ่ รินรดากำลังใช้ปลายนิ้วสั่นเทาไล่เรียงตัวเลขมหาศาลที่ถูกปั๊มตรายางอนุมัติจากส่วนกลาง—ตัวเลขทุนสำรองที่ไร้ที่มาที่ไป เม็ดเงินหมุนเวียนหลักสิบล้านที่ถูกโยกย้ายผ่านบัญชีเงาของไร่อ้อยแห่งนี้ โดยมีลายเซ็นย่อห้วนสั้นของ "ศิลา" กำกับไว้ทุกหน้า ไม่ใช่เงินจากผลผลิตอ้อย ไม่ใช่เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่ทุนรอนที่ตกทอดมาจากตระกูลเก่าแก่ของเธอ "สงสัยอะไรอยู่หรือครับ... คุณหนูคนสวย" เสียงทุ้มต่ำดั่งเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ร่างสูงใหญ่ของศิลาก้าวออกมาจากเงาสลัว กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายดิบเถื่อนเฉพาะตัวโชยเข้าปะทะจมูกจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยแผลเป็นจางๆ บนท่อนแขน เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม รินรดายืดตัวขึ้นพยายามตั้งกำแพงศักดิ์ศรีเข้าสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก เธอกวาดสายตาคมมองหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว "เงินพวกนี้มาจากไหน ศิลา" เธอเอ่ยถาม เสียงของเธอแข็งกร้าวแต่แฝงความสั่นพร่า "บัญชีลับพวกนี้... มันไม่ใช่รายได้จากการทำไร่ นายเอาอำนาจและเงินพวกนี้มาจากไหน สมคบคิดกับพยัคฆ์หรือใครกันแน่ ถึงได้มีตัวเลขมหาศาลหมุนเวียนอยู่ในมือโดยที่สภาผู้ถือหุ้นไม่เคยรู้เรื่อง!" ศิลาไม่ตอบทันที เขายืนค้ำหัวเธออยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มคมกริบมองต่ำลงมาที่เรือนร่างระหงที่กำลังสั่นไหวด้วยความโกรธ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจเลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากหนา ซึ่งมันยิ่งทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังเดินตกลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้ "อยากรู้เรื่องของผมมากขนาดนั้นเลยรึครับ... รินรดา" ศิลาโน้มตัวลงมา กระซิบชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "บางที... ความรู้อยากเห็นมันอาจจะทำให้คุณต้องแลกด้วยอะไรที่มากกว่าแค่กระดาษพวกนี้ก็ได้นะ" "อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง!" รินรดาตบโต๊ะเสียงดังลั่น เธอหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือช่องว่าง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ฉันไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะให้นายหลอกใช้ นายกำลังเล่นเกมสกปรกอะไรอยู่ ศิลา? ถ้าฉันเอาหลักฐานพวกนี้ไปแจ้งตำรวจ ไร่นี่และตัวนาย..." ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ ศิลาก็พุ่งเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วที่เหนือกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางทั้งสองข้างแล้วตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงกดมหาศาลทำให้รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างของเธอถูกดันจนแนบชิดกับแผงอกแกร่งที่ร้อนระอุราวกับเตาไฟ "ปล่อยฉันนะ!" เธอร้องประท้วง พร้อมกับบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้น ศิลากยิ่งออกแรงกดแน่นขึ้น ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดสนิทจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน "ปากเก่งเสียจริงนะคุณหนู" ศิลาคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุดันฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน "อยากรู้นักใช่ไหมว่าผมเอาอำนาจมาจากไหน... งั้นผมจะแสดงให้ดูว่า 'อำนาจ' ที่แท้จริงระหว่างเรามันหน้าตาเป็นอย่างไร" ริมฝีปากร้อนจัดประกบลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของรินรดาทันทีอย่างไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว จูบนั้นไม่ได้นุ่มนวลหรือมีความอ่อนโยน แต่มันคือการรุกรานที่เต็มไปด้วยความดุดัน เอาแต่ใจ และเรียกร้อง ราวกับพายุร้ายที่โหมกระหน่ำซัดสาดทำลายล้างความหยิ่งทะนงทั้งหมดของเธอให้แหลقสลาย รินรดากัดฟันพยายามเบือนหน้าหนี แต่ศิลาใช้มืออีกข้างประคองกรามมนไว้แน่น บังคับให้เธอน้อมรับรสจูบอันเร่าร้อนและวาบหวามนี้อย่างจำยอม สัมผัสจากมือสากที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของเอวคอดกิ่วทำให้ลมหายใจของหญิงสาวสะดุด ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผ่านเนื้อผ้าจนผิวเนื้อสั่นสะท้าน รินรดาพยายามจะต่อต้านด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด แต่ทุกครั้งที่เธอขัดขืน แรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มกลับทำให้เข่าของเธออ่อนยวบลงอย่างน่าสมเพช ร่างกายทรยศต่อจิตสำนึก มันตอบสนองต่อสัมผัสอันช่ำชองและดุดันนั้นอย่างลึกซึ้ง เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังประสานไปกับเสียงลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านหน้าต่าง รสจูบที่เปลี่ยนจากความป่าเถื่อนกลายเป็นความลึกซึ้งและเร่าร้อนเกินกว่าจะหักห้ามใจ ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้รินรดาได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคู่สวยฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทและหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอมองเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ผสมปนเปไปกับความหวามไหวที่ยังคงค้างคาอยู่ในอก "นายมัน... คนสารเลว ศิลา" เธอหอบหายใจตัวโยン พยายามรวบรวมเศษ 1 ส่วน 4 ของสติที่เหลืออยู่ "นายคิดว่าใช้ร่างกายขู่ฉันแล้วฉันจะกลัวเหรอ... ความลับเรื่องเงินพินาศนั่น นายไม่มีวันปิดมันได้พ้นหูพ้นตาฉันแน่!" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขากวาดมองริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบด้วยความพึงพอใจ เขายื่นใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปากของเธออีกครั้ง น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน "ปากดีให้ได้ตลอดเถอะครับ..." ศิลาพูดเสียงกระซิบพร่า "เพราะต่อให้คุณจะขุดคุ้ยความลับของผมจนเจอทางออก... แต่คุณไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือของผมไปได้หรอก" ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังปังๆ รัวเร็วจากด้านนอกห้องทำงานก็ขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ตามมาด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของลูกน้องคนสนิทที่หน้าประตูเรือน "พี่ศิลา! แย่แล้วครับ! ไอ้พยัคฆ์มันพาคนบุกเข้ามาล้อมโกดังสินค้าด้านหลัง... มันบอกว่าเจอ 'หลักฐานสำคัญ' ที่จะกระชากหน้ากากพวกเราหมดเปลือกแล้วครับ!" ศิลาชะงักไปชั่วพริบตา แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที เขายังคงตรึงข้อมือของรินรดาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาแสงไฟฉุกเฉินจากด้านนอก และในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากถาม ศิลาก็โน้มหน้าลงมาประกบกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนสันหลังวาบ "ดูเหมือนว่า... ความลับที่คุณอยากรู้นักหนา กำลังจะถูกเปิดเผยโดยคนอื่นที่ไม่ใช่คุณเสียแล้วล่ะครับ..." ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเร่าร้อนและอุปสรรคอันบีบคั้นหัวใจนี้ไปด้วยกันนะครับ — *ธานินทร์แดนเถื่อน*
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%