กลิ่นฝุ่นควันและกลิ่นไอร้อนระอุของไร่อ้อยยามบ่ายยังไม่จางหายไปจากบรรยากาศรอบตัว ทว่าภายในห้องทำงานส่วนตัวของเรือนพักใหญ่กลับอวลไปด้วยกลิ่นอายอันตรายที่เข้มข้นยิ่งกว่า แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาของศิลา วิศวกรผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จทั่วอาณาจักรแห่งนี้ สายตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกำลังจดจ้องมองร่างเพรียวบางของรินรดาที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่เบื้องหน้า
"คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับฉันนะศิลา!" รินรดาตวาดกร้าว มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของทายาทนักธุรกิจสาวถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ศิลาเพิ่งจะประกาศิตต่อหน้าคนงานนับร้อยชีวิตในไร่ว่าเธอคือ 'คนของเขา' และห้ามใครหน้าไหนแม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ
ศิลาไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนต่อความเกรี้ยวกราดนั้น เขาย่างสามขุมเข้าไปหาช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชີตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงและรอยสักรางเลือนใต้ร่มผ้า กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกลิ่นอายแดนเถื่อนพุ่งเข้าปะทะนาสิกของเธอจนลมหายใจสะดุด
"ผมมีสิทธิ์ทุกอย่าง... โดยเฉพาะกับคุณ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบข้างหอคอยแห่งความมืดดังลอดไรฟัน มันทั้งดุดันและเอาแต่ใจในคราวเดียวกัน ศิลาหยุดยืนประชิดจนหน้าอกแทบแนบชิดกับแผ่นอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์
รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ เธอยกมือขึ้นหมายจะผลักไสแผงอกแข็งแกร่งนั้นออกไปให้พ้นทาง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานกำแพงมนุษย์อย่างเขาได้ ศิลาคว้าข้อมือเรียวทั้งสองข้างไว้ได้อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด รวบมันขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวด้วยพละกำลังมหาศาล
"ปล่อยฉันนะไอ้คนเผด็จการ!" เธอพยายามบิดข้อมือหนี ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าว "คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร แค่ต้องการเอาชนะศักดิ์ศรีของฉันมันยังไม่สะใจพออีกหรือไง ถึงต้องประกาศให้คนอื่นเขารู้ว่าฉันตกเป็นทาสทางกายของคุณ!"
ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหายที่ยากจะควบคุม "ทาสงั้นเหรอ... คุณคิดว่าผมทำไปเพราะอยากเอาชนะแค่นั้นจริงๆ หรือรินรดา"
นิ้วแกร่งอีกข้างไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหง สัมผัสหยาบกร้านแต่ทว่าเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดทำให้รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ร่างกายของเธอบิดเกร็งด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ระหว่างความเกลียดชังที่พยายามสร้างขึ้น กับกระแสความวאบหวามที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างดื้อด้านทุกครั้งที่ปลายนิ้วของเขาแตะต้อง
"คุณมันบ้า... อื้อ..."
คำต่อว่าถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อศิลาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอื้อnเอ่นวาจาใดอีกต่อไป ริมฝีปากหนาร้อนระอุประกบลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีอย่างเอาแต่ใจ รสจูบในคราแรกดุดันและดลบันดาลด้วยโทสะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเร่าร้อนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้
รินรดาพยายามเม้มปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่วิศวกรเถื่อนผู้เจนจัดจะยอมจำนน มือหนาที่รวบข้อมือเธอไว้เปลี่ยนมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิทไร้ช่องว่าง นิ้วมืออีกข้างบีบกรามมนเบาๆ ให้เธออ้าปากรับสัมผัสอันวาบหวาม ก่อนที่เรียวลิ้นร้อนจะรุกล้ำเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวดังอู้อี้ ยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด
รสจูบยืดยาวและสูญสิ้นลมหายใจดำเนินไปเนิ่นนาน ราวกับต้องการลงทัณฑ์ความดื้อรั้นของเธอให้หลอมละลายคามือ เมื่อศิลายอมผละริมฝีปากออกอย่างนึกเสียดาย รินรดาก็ทรุดฮวบลงไปเกือบติดพื้น หากไม่ได้วงแขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้ตรึงให้แนบชิดกับกายหนา อกบางกระเพื่อมไหวแรง แววตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความพรั่นพรึงและมึนงง
"จำไว้... ว่าคุณเป็นของผม" ศทลากระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอขาวผ่องจนเธอขนลุกชันไปทั้งร่าง "ต่อให้พยัคฆ์มันจะส่งคนมาช่วย หรือต่อให้คุณจะหนีไปสุดขอบโลก... คุณก็ไม่มีวันหลุดพ้นจากเงื้อมมือของวิศวกรเถื่อนคนนี้ไปได้หรอก"
สัมผัสจูบหนักหน่วงประทับลงที่ลาดไหล่เนียนผ่านเนื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ร่างกายของรินรดาสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดหวั่นต่อแรงปรารถนาอันรุนแรงที่เขาหยิบยื่นให้ และเธอก็รู้ตัวดีว่า... กำแพงที่เธอพยายามสร้างขึ้นกำลังพังทลายลงทีละน้อย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดและอบอวลไปด้วยไฟพิศวาสอันเร่าร้อน เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบจากลูกน้องคนสนิทที่หน้าห้อง
"คุณศิลาครับ! แย่แล้วครับ... ทางโกดังสินค้าโซน C เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
ศิลาชะงัก ร่างหนาผละออกจากร่างของหญิงสาวช้าๆ แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุจใบมีดในเสี้ยววินาที รินรดายืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความโล่งอกผสมความสงสัย
ศิลาหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบประโยคสุดท้ายทิ้งท้ายไว้
"เรายังเคลียร์กันไม่จบ... รินรดา"
เขาสบถเบาๆ ในลำคอก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้าก้าวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพัง ทว่าในวินาทีที่ประตูปิดลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนกลับดังแทรกขึ้นมาจากระเบียงด้านหลังห้องนอน ซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ปิดตายไร้ผู้คน... และเงาร่างสูงโปร่งของ "พยัคฆ์" คู่ปรับตัวฉกาจก็ก้าวพ้นม่านบังตาเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น!
"สวัสดีครับ คุณรินรดา... ดูเหมือนศิลาจะละเลยคุณไปหน่อยนะ สนใจเปลี่ยนมาเป็นคนของผมแทนไหมล่ะ?"
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเร่าร้อนและอุปสรรคนี้ไปด้วยกัน — *ธานินทร์แดนเถื่อน*)
วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 15
แรงปรารถนาที่ไม่จบสิ้น
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!