วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 3

รอยร้าวในไร่แดง

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นฉุนของน้ำมันเครื่องและไอร้อนจากเครื่องจักรกลหนักในโรงเรือนแปรรูปอ้อย ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งโหมกระพือความระอุในอากาศให้คุกรุ่นขึ้นไปอีก เมื่อร่างระหงของรินรดาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานไม้สักหนาเตอะของศิลา เอกสารบัญชีสต็อกสินค้าถูกโยนลงบนพื้นเสียงดัง *ตุบ* สะท้อนก้องท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังคำราม "คุณคิดว่าคุณเป็นใคร ศิลา?" เสียงหวานทรงพลังเอ่ยขึ้น รินรดากวาดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มผู้มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าวิศวกรและผู้คุมกฎเบ็ดเสร็จแห่งไร่แดงแห่งนี้ เธอยืนหลังตรงเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วงตัว แต่แรงกดดันจากแววตาดื้อรั้นคู่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอยอมจำนนเลยแม้แต่น้อย ศิลาเงยหน้าขึ้นจากพิมพ์เขียวในมือช้าๆ เขายังคงสวมเสื้อเชิร์ตสีเข้มที่พับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและรอยสักจางๆ ที่ลากยาวหายเข้าไปใต้สาบเสื้อ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬจดจ้องมองหญิงสาวราวกับสัตว์ป่ากำลังพิจารณาเหยื่อที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขต "ผมคือคนที่จ่ายเงินเดือนให้คนงานของคุณ และเป็นคนเดียวที่จะค้ำจุนซากไร่ใกล้เจ๊งนี่ไม่ให้ล่มสลายไปมากกว่านี้... คุณหญิงตัวน้อย" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่มันกลับเต็มไปด้วยอำนาจครอบงำที่สั่นประสาทคนฟังได้อย่างประหลาด "ฉันไม่ใช่เด็กฝึกงานที่คุณจะมาออกคำสั่งตามอำเภอใจ! สัญญาจ้างระบุไว้ชัดเจนว่าฉันมีสิทธิ์ขาดในการบริหารจัดการฝ่ายการตลาดและการเงิน ทำไมคุณถึงกล้าสั่งระงับงบประมาณส่วนนี้โดยไม่ปรึกษาฉันก่อน!" รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือเรียวบางตบลงบนพื้นไม้เสียงดังเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอปะปนกับกลิ่นเหงื่อและไอร้อนรอบตัว สร้างแรงปะทะทางอารมณ์ที่แปลกประหลาดในความรู้สึกของวิศวกรหนุ่ม ศิลายังคงนั่งนิ่ง ไม่สะทกสะท้านต่อท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ราวกับกำแพงหินเคลื่อนตัวเข้าหาเธอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทรงพลัง และคุกคามจนรินรดาเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "ปรึกษาคุณงั้นเหรอ?" ศิลาก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของหญิงสาวเกือบจะชนเข้ากับชั้นวางแฟ้มเอกสารด้านหลัง "คุณรู้ไหมว่าเงินที่คุณเซ็นอนุมัติไปเมื่อวาน มันไหลเข้ากระเป๋าใคร? พยัคฆ์... ไอ้คนงานทรยศที่กำลังรอจังหวะแทงข้างหลังเราอยู่ คุณมีความรู้เรื่องเกมธุรกิจในไร่นี้มากแค่ไหน ถึงได้เอาแต่ใช้ความหยิ่งทะนงค้ำคอตัวเองจนเกือบพาคนอื่นฉิบหายไปด้วยกันทั้งหมด" "ฉัน..." รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววูบด้วยความตกใจ แต่เธอก็ยังกัดฟันเถียง "ฉันตรวจสอบรอบคอบแล้ว..." "ตรวจสอบด้วยสมองหรือด้วยอีโก้ของคุณกันแน่ รินรดา" ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ร้อนผ่าวปัดป่านพวงแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นชายที่ดิบเถื่อนและดุดันโอบล้อมร่างของเธอไว้ทุกทิศทาง จนพื้นที่หายใจรอบตัวแคบลงถนัดตา ร่างกายของเธอสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ระเบิดขึ้นจากความใกล้ชิดอันตรายนี้ "คุณมันก็แค่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ที่คิดว่าเอาเงินฟาดหัวแล้วทุกอย่างจะราบรื่น คุณไม่รู้หรอกว่าดินแดนเถื่อนๆ แห่งนี้... เขาใช้กฎข้อไหนตัดสินคน" "ถอยออกไปนะ ศิลา!" รินรดายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเอาไว้ แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนเธอกำลังผลักภูเขาหินทั้งลูก กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้าสะท้อนความร้อนระอุออกมาจนฝ่ามือของเธอร้อนผ่าว "ทำไม? กลัวเหรอ..." ศิหายิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตรายและแรงปรารถนาที่ซ่อนเร้น มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้ตรึงติดกับชั้นวางเอกสารอย่างง่ายดาย แรงบีบที่พอเหมาะไม่ได้ทำให้เธอเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะทำให้รู้ว่าเธอไม่มีทางดิ้นหลุดจากพันธนาการนี้ได้เลย อุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว แสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนสาดส่องลงมาทาบทับเงาร่างทั้งสองที่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจของรินรดากระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์สติหลุด ดวงตาของเธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่กำลังฉายแววท้าทายและโหยหาในเวลาเดียวกัน แรงปะทะทางอารมณ์ที่เคยคุกรุ่นด้วยความเกลียดชังและทิฐิ บัดนี้กลับถูกหลอมละลายด้วยกระแสความต้องการที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว ศิลาก้มมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ แต่กลับสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธ ปลายนิ้วหยาบกร้านอีกข้างเลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความนุ่มนวลกะทันหันนั้น ทำให้รินรดากลั้นหายใจ "ปากเก่งนักนะ... แต่ตัวสั่นเป็นลูกนกทุกทีที่ผมเข้าใกล้" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง "ไอ้... คนฉวยโอกาส..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่กำลังสั่นคลอนสติสัมปชัญญะของเธอ แต่ศิลากลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว มือใหญ่รวบเอวคืบของเธอเข้าหาตัวจนแนบชิดสนิท รสจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และไร้ซึ่งการปรานีถูกทาบทับลงมาปิดปากคำพูดทุกอย่างของเธอทันที ไม่มีการลังเล ไม่มีบทสนทนาใดๆ มีเพียงรสจูบที่ร้อนแรงราวกับเปลวไฟที่เผาผลาญทุ่งอ้อยในยามแล้ง รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจในคราแรก ก่อนที่สติของเธอจะหลุดลอยเมื่อริมฝีปากหนาบดขยี้ความดื้อรั้นของเธอให้สลายกลายเป็นผุยผง ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือเล็กที่เคยพยายามผลักไส เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิร์ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น แรงดึงดูดทางเพศที่อัดอั้นมาหลายวันระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ท่ามกลางกลิ่นไอฝุ่น ควัน และความดิบเถื่อนของไร่แดง ศิลาผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวได้หอบหายใจโกยกอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดกันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นเจ้าของ "จำไว้... ว่าอย่ามาลองดีกับผมอีก รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอաբชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเปี่ยมด้วยอำนาจเผด็จการ "เพราะครั้งต่อไป... ผมจะไม่หยุดแค่แค่จูบแน่" รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบโต้ใดๆ เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของตัวเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุบประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดในห้องทำงานเสียก่อน "หัวหน้าศิลาครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงตะโกนของคนงานคนสนิทดังลั่นผ่านบานประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ไอ้พยัคฆ์มันพาลูกน้องบุกเข้ามาที่โกดังโซนสาม... มันกำลังเผาแปลงอ้อยทดลองของเราวอดวายหมดแล้วครับ!" ศิลาผละตัวออกจากร่างระหงทันที แววตาที่เคยมีความเร่าร้อนแปรเปลี่ยนเป็นประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงหันขวับไปคว้าปืนพกสั้นที่วางอยู่บนลิ้นชักโต๊ะมาเหน็บไว้ที่เอวกางเกงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองรินรดาที่ยืนหอบหายใจพิงชั้นเอกสารด้วยใบหน้าแดงก่ำ "อยู่ในนี้ ล็อคประตูให้ดี... และอย่าออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา" เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดที่ไม่ยอมรับคำปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น ก่อนจะสาวเท้าก้าวพรวดพราดเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับหายนะที่กำลังรออยู่เบื้องนอก โดยทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางกลิ่นกายของเขาที่ยังคงอบอวลติดจมูก และความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ว่า... สงครามที่แท้จริงระหว่างเธอกับศิลายังเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น - ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะครับ -
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%