“ถ้าคุณคิดจะใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่นี้ในฐานะทายาทคนใหม่ คุณก็ควรหัดใช้มือคู่นั้นทำประโยชน์เสียบ้าง... ไม่ใช่เอาไว้แค่เชิดหน้าชูตาไปวันๆ”
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของศิลาตอกย้ำลงกลางห้องทำงานกว้าง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อพับแขนจนเห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นภายใต้แสงไฟสีส้มสลัว เขายืนค้ำโต๊ะไม้สักทองตัวใหญ่ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องมองหญิงสาวที่ยืนตัวตรง แววตาดื้อรั้นของรินรดาสะท้อนความกรุ่นโกรธที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นเปลวเพลิง
เอกสารกองโตนับร้อยหน้าเกี่ยวกับบัญชีการส่งออกอ้อย แรงงานในไร่ และระบบชลประทานถูกโยกมาวางตรงหน้าเธออย่างจงใจ นั่นไม่ใช่แค่การมอบหมายงาน แต่มันคือการประกาศสงครามเงียบเพื่อทดสอบขีดจำกัดของหญิงสาวเมืองกรุงผู้ไม่เคยแม้แต่จะก้าวเท้าลงมาเหยียบโคลนตม
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความหยิ่งในศักดิ์ศรีค้ำคอเธอจนไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้ผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้ได้เห็น มือเรียวบางสั่นระริกด้วยความโกรธแต่ก็เอื้อมไปคว้าแฟ้มเอกสารหนาเตอะนั้นขึ้นมาเปิดดู
“ฉันไม่ใช่ลูกน้องไร่ของคุณ ศิลา... และฉันมีสิทธิ์ที่จะตรวจทานทุกอย่างด้วยวิธีของฉันเอง” เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำ น่ากลัว และเต็มไปด้วยอำนาจที่กดดันจนอากาศรอบตัวแทบจะเบาบางลง เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับสัตว์ป่ากำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม กลิ่นอายบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นดิน กลิ่นฝุ่น และกลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงโชยเข้าปะทะจมูกของรินรดารุนแรงจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
“คุณไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้นในดินแดนของผม, รินรดา” ศิลาก้มตัวลงกระซิบชิดใบหูเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั่วร่าง “กฎข้อแรกของคนคุมที่นี่คือ... เชื่อฟัง และถ้าคุณทำไม่ได้ตามกำหนดส่งงานพรุ่งนี้เช้า ผมนี่แหละจะเป็นคนสอนบทเรียนให้คุณเองว่าคนที่นี่เขาจัดการกับคนอวดดีกันยังไง”
ความใกล้ชิดที่รวดเร็วและอันตรายทำให้รินรดากลั้นหายใจ แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับชั้นหนังสือไม้ด้านหลังอย่างไร้ทางหนี ร่างกายของศิลาสูงใหญ่จนแทบจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว มือหนาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตา บังคับให้เธอยอมรับความพ่ายแพ้ทางความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในใจ
ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ความตึงเครียดพุ่งทะยานสู่ขีดสุด แรงดึงดูดทางเพศอันดิบเถื่อนและลึกลับแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง ราวกับแม่เหล็กต่างขั้วที่ดึงดูดเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางความโกรธเกรี้ยว ศิลากลับกวาดสายตามองริมฝีปากอิบอิ่มที่สั่นระริกของเธอด้วยความปรารถนาอันดิบกระด้างที่ไม่อาจซ่อนเร้น
ในวินาทีที่เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อนนั้นอย่างกะทันหัน
“นายครับ! ทางด้านเขตเหนือ... ลูกน้องของไอ้พยัคฆ์มันบุกรุกเข้ามาเผาไร่อ้อยแปลงสามแล้วครับ!”
ศิลาชะงัก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในพริบตา เขละละสายตาจากริมฝีปากของรินรดาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันไปคว้าปืนพกคู่ใจที่วางอยู่บนโต๊ะมาเหน็บไว้ที่เอวด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มหันกลับมามองรินรดาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำสั่งเด็ดขาด “อยู่ที่นี่ ล็อคประตูให้ดี... และอย่าคิดหนีไปไหนเด็ดขาด เพราะเรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้”
พูดจบทหารเสือแห่งไร่อ้อยก็ก้าวเดินออกไปจากห้องอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนหอบหายใจรดความว่างเปล่า หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและแรงปรารถนาที่ยังค้างคา แต่ก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติ ความเงียบสงบในห้องก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นบริเวณระเบียงด้านนอก... และเงาร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นที่หน้าต่างกระจก พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมาให้เธอจากความมืดมิด
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุม
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!