วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 1

ผู้มาเยือนจากเมืองหลวง

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
เสียงเครื่องยนต์กระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่บดขยี้ผ่านถนนลูกรังแห้งแล้ง ฝุ่นตลบอบอวลเป็นทางยาวราวกับหางนาคราช นั้นคือสัญญาณเตือนภัยเดียวที่พวกคนงานในไร่อัญชันอ้อยรับรู้ว่า "ผู้มาเยือน" จากเมืองหลวงได้เดินทางมาถึงถิ่นเถื่อนแห่งนี้แล้ว รินรดากำพวงมาลัยรถยุโรปราคาแพงจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมภายใต้แว่นกันแดดราคาแพงกวาดมองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหงุดหงิดกับสภาพทางที่กันดาร และตื่นตระหนกกับความเวิ้งว้างของไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตาที่นี่ ที่นี่ไม่ใช่ห้องแอร์เย็นฉ่ำในตึกสูงใจกลางกรุงเทพฯ ที่เธอคุ้นชิน แต่มันคืออาณาจักรดิบเถื่อนที่ถูกปกครองด้วยกฎแห่งอำนาจ และเธอกำลังจะก้าวเข้ามาเพื่อทวงทุกอย่างที่เป็นของตระกูลเธอกลับคืน ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าสำนักงานใหญ่ประจำไร่ รินรดาก็ผลักประตูลงมาด้วยท่าทีเชิดหยิ่งเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เธอก้าวเท้าลงเหยียบบนพื้นดินสีแดงกรังด้วยรองเท้าส้นสูงคู่โปรด—ซึ่งดูไร้สาระสิ้นดีเมื่ออยู่ท่ามกลางไร่อ้อยแห่งนี้—ก่อนจะถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียวคมที่เชิดขึ้นอย่างไม่ยอมใคร "ฉันมาพบผู้จัดการไร่... คนที่ชื่อศิลา" รินรดากล่าวกับคนงานผิวคล้ำแดดคนหนึ่งที่ยืนมองเธออยู่ด้วยสายตากล้าๆ กลัวๆ "อ๋อ นายหัวเหรอครับ... อยู่โน่นครับ หลังโรงคั้นน้ำอ้อย" คนงานผู้นั้นพยักเพเยิดหน้าไปทางด้านหลัง รินรดาไม่รอช้า เธอก้าวฉับๆ ไปตามทิศทางนั้นด้วยความมั่นใจ แม้เสียงส้นสูงที่กระทบพื้นคอนกรีตจะฟังดูเปราะบางท่ามกลางเสียงเครื่องจักรคำรามและกลิ่นฉุนของน้ำอ้อยดิบ แต่เธอก็ไม่คิดจะแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นเด็ดขาด เบื้องหลังโรงคั้นน้ำอ้อยขนาดใหญ่ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อสีเข้มพับแขนขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้ออัดแน่นและเส้นเลือดที่ปูดโปนตามสัญชาตญาณแรงงานกำลังยืนสั่งการลูกน้อง ศิลา วิศวกรผู้คุมไร่ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่นี่ เขามีใบหน้าคมเข้มดุดัน ผิวพรรณกร้านแดดตามแบบฉบับผู้ชายที่คลุกคลีอยู่กับดินและงานหนัก ดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและอำนาจล้นมือที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางทาง รินรดายืนมองแผ่นหลังกว้างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น "คุณคือศิลาใช่ไหม ฉันรินรดา... เจ้าของใหม่ของที่นี่" ร่างสูงชะงักเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ชั่วขณะนั้น อากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงอย่างกะทันหัน สายตาคมดุของศิลาตวัดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่สายตาสนอกสนใจแบบผู้ชายมองผู้หญิง แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังประเมิน "เหยื่อ" ที่เดินเข้ามาในกรงด้วยความโง่เขลา ศิลาย่างสามขุมเข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนรินรดาต้องเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอ้อยคั่วลอยเข้าปะทะจมูกจนเธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "เจ้าของใหม่?" ศิลายกยิ้มมุมปาก เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในป่าลึกดังลอดไรฟัน "ที่นี่ไม่มีเจ้าของใหม่... มีแต่คนที่รอดตายกับคนที่จะต้องออกไปจากไร่นี้อย่างไร้กระดูกสันหลัง คุณคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจากเมืองกรุง จะมาสั่งอะไรผมได้เหรอครับ คุณคุณหนู" คำพูดเย่อหยิ่งและสายตาดูแคลนนั้นจุดชนวนโทสะในตัวรินรดาขึ้นมาทันที เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "นั่นมันพินัยกรรมของพ่อฉัน! ฉันมีสิทธิ์ตามกฎหมายทุกประการ และฉันมาที่นี่เพื่อสะสางบัญชี เนรคุณคนแบบคุณออกจากไร่!" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏชัดเจนบนใบหน้าคมคาย เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่ใกล้จนเกินงาม รินรดาผงะถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาเหล็กของโรงงานโดยไม่มีทางหนี ร่างกายของเขาสูงใหญ่จนแทบจะกลืนกินร่างบอบบางของเธอเข้าไปทั้งตัว "กฎหมายเหรอครับ?" ศโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วGเนียนของเธอ "จำไว้ให้ดีนะคุณรินรดา ไร่นี้หล่อเลี้ยงด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของผม ไม่ใช่ลายเซ็นสวยๆ บนกระดาษราคาแพง ถ้าคุณคิดจะอยู่ที่นี่ คุณก็ต้องเล่นตามเกมของผม... และเกมที่นี่ มันอันตรายกว่าที่คุณคิดเยอะ" รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอโกรธจนตัวสั่น แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดดิบเถื่อนที่แผ่ออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้กลับทำให้หัวใจเธอดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่น่าให้อภัย "ถอยออกไปนะ!" เธอตวาดเสียงแข็ง พยายามผลักอกแกร่งของเขาออก แต่ร่างของศิลากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหิน ศิลายื่นมือหนาขึ้นมาจับข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นตรึงไว้ข้างลำตัว แรงบีบมหาศาลทำให้เธอเจ็บแปลบแต่ไร้ซึ่งหนทางขัดขืน นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความโกรธของเธอก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่สั่นสะเทือนทุกอณูความรู้สึก "ยินดีต้อนรับสู่นรกนะครับ... คุณหนู" ศิลาผละตัวออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับปล่อยข้อมือเธอเป็นอิสระ ทิ้งให้รินรดายืนหอบหายใจด้วยความคับแค้นใจและหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากด่าทอนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศิลาก็แผדเสียงดังขึ้น เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากเธอ "ว่าไง... ไอ้พยัคฆ์?" ศิลาเอ่ยชื่อคู่ปรับคนสำคัญออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยประกายสังหาร "มึงบอกว่ามันกำลังพาคนบุกเข้ามาที่เขตเหนือของไร่เราอย่างนั้นเหรอ?" รินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อนั้น พยัคฆ์... คู่แข่งทางธุรกิจที่พ่อของเธอเคยเตือนไว้ก่อนตายกำลังเคลื่อนไหวแล้ว และเธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าเธอก้าวเข้ามาอยู่ท่ามกลางสงครามระหว่างเสือสองตัวเสียแล้ว ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ดินแดนอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%