วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 7

จูบที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นไอฟางแห้งและฝุ่นดินจากแปลงอ้อยตอสองยังคงลอยอวลอยู่ในห้องทำงานทึบแสงของเรือนพักวิศวกร แรงกดดันในห้องนี้ไม่ได้มาจากอากาศร้อนอบอ้าวของยามบ่าย แต่มาจากร่างสูงใหญ่ของศิลาที่ยืนค้ำโต๊ะไม้สักทอง นัยน์ตาสีสนิมเหล็กคู่นั้นจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยประกายดุร้ายราวกับเสือดาวที่กำลังรอตะครุบเหยื่อ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอยืนหยัดอยู่หลังเก้าอี้ไม้ ปลายคางเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมจำนน แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกก็ตาม "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน ศิลา" เสียงหวานใสที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวสั่นเครือเล็กน้อยในประโยคสุดท้าย "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาท เขาค่อย ๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง แรงกดดันจากร่างกำยำที่แผ่ซ่านออกมาทำให้พื้นที่รอบตัวรินรดาแคบลงเรื่อย ๆ "จำใส่สมองอันดื้อรั้นของคุณเอาไว้ คุณรินรดา ที่นี่ไม่ใช่ห้องประชุมบอร์ดบริหารในเมืองกรุง ที่นี่คือไร่หีบอ้อยของผม ทุกตารางนิ้ว ทุกสิทธิ และทุกชีวิต... อยู่ใต้เงาอำนาจของผมทั้งสิ้น" "คุณมันเผด็จการ ป่าเถื่อน!" "ใช่... ผมมันคนเถื่อน" ศิลาหยุดยืนประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ กลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นเหงื่อจาง ๆ และบุหรี่คาร์ตันราคาแพงโชยเข้าเตะจมูกจนรินรดาหายใจติดขัด เธอผถะถอยหลังโดยอัตโนมัติจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางหนีแล้ว... ร่างบางถูกกักขังไว้ในอ้อมแขนแกร่งที่วางทาบลงบนโต๊ะทั้งสองข้าง สกัดกั้นทุกทางเลือกของเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่เรือนร่างระหง ภายใต้เสื้อเชิ้ตทำงานสีอ่อนที่ยับยู่ยี่จากเหตุการณ์ชุลมุนก่อนหน้า ไล่เรื่อยขึ้นมาจนถึงลำคอระหงที่ชีพจรเต้นตุบ ๆ และหยุดลงที่เรียวปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างหวาดระแวง สัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของวิศวกรหนุ่มพุ่งพล่านอย่างไร้การควบคุม ความออดทนอดกลั้นที่เขาสสะสมมาหลายสัปดาห์ตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาเหยียบไร่นี้ บัดนี้มันขาดผึงลงราวกับเส้นด้ายที่ตึงเกินไป "อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะ..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างที่แน่นขนัดไปด้วยกล้ามเนื้อเพื่อรักษาระยะห่าง แต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการผลักภูเขา "ผมมองคุณด้วยสายตาแบบไหนล่ะ หืม?" ศิโนก้มหน้าลงกระซิบชิดใบหู รอร้อนผ่าวจากลมหายใจของเขาทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง "สายตาของผู้ชายที่อยากจะกลืนกินคุณเข้าไปทั้งตัว... แบบนี้หรือเปล่า?" คำพูดจาอุกหาญและแววตาร้อนแรงดั่งเปลวไฟทำให้รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย เธอเงยหน้าขึ้นหวังจะต่อว่าเขาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ ทว่าจังหวะนั้นเองที่ศีรษะของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้กันเกินกว่าจะคาดคิด รินรดาเสียหลักเพราะข้อเท้าพลิกเล็กน้อยจากการยืนเกร็งเป็นเวลานาน ร่างบางจึงเซถลาเข้าหาแผงอกเขาเต็มแรง อุบัติเหตุเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเปลี่ยนทุกอย่าง... ริมฝีปากอิ่มของรินรดาชนเข้ากับริมฝีปากหนาของศิลาเข้าอย่างจัง ความนุ่มหยุ่นที่แนบชิดกันโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ ศิลาเบิกXตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สัญชาตญาณความกระหายในตัวบุรุษเพศจะเข้าครอบงำอย่างไร้เหตุผล มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะเปลี่ยนเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ปัดสิ่งของตกกระจาย แล้วคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธอ รั้งร่างเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน "อื้อ..." รินรดาครางประท้วงในลำคอ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอยกมือขึ้นทุบไหล่หนาเพื่อประท้วง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะระคายผิวของคนตัวใหญ่ ศิลาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว มืออีกข้างเลื่อนขึ้นไปประคองท้ายทอย ล็อกเส้นผมสลวยไว้มั่นเพื่อไม่ให้เธอเบือนหน้าหนี รสจูบที่เริ่มต้นจากความบังเอิญแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันและเร่าร้อนในทันที ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้กลีบปากนุ่มนวลอย่างเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ความดิบเถื่อนแต่ทว่าเปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงแพรวพราวทำให้รินรดาถึงกับสมองขาวโพลน ขาเรียวอ่อนยวบยาบจนแทบยืนไม่อยู่ หากไม่ได้แขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ร่างของเธอคงทรุดลงไปกองกับพื้นตั้งนานแล้ว ความโกรธเกรี้ยว ความถือดี และศักดิ์ศรีที่เธอพยายามปกป้องมาตลอด ถูกบดขยี้จนแหลکสลายไปกับรสจูบอันวาบหวามและลึกล้ำนี้ ความหอมหวานจากเนื้อตัวเธอมอมเมาวิศวกรเถื่อนให้ออกนอกลู่นอกทาง มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลัง สัมผัสผ่านเนื้อผ้าจนรินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ตีรวนขึ้นมาในอกผสมผสานระหว่างความกลัวและความซ่านสยิว ทำให้เธอเผลอจิกปลายนิ้วลงบนไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เนิ่นนานกว่าศิลาจะยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ เขาดึงร่างหอบสะท้านของเธอขึ้นมาประชิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่แดงก่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่เปลือยที่กระโปรงเสื้อเผยให้เห็นรำไร เสียงหอบหายใจของทั้งสองประสานกันก้องห้องทำงานเงียบงัน "ทีนี้... ยังกล้าบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์อยู่อีกไหม รินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการจูบ ดวงตาสินสนิมมองเธอลึกซึ้งราวกับจะกลืนกินวิญญาณ รินรดาน้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจ เธอกัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ด้วยความเจ็บใจที่ร่างกายตัวเองดันทรยศต่อจิตใจ ยอมสยบให้กับสัมผัสของคนเถื่อนคนนี้อย่างง่ายดาย ทว่า... ก่อนที่เธอจะทันได้กล่าวคำตัดพ้อใด ๆ ออกมา เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลจากด้านนอกที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "นายครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงของไอ้ก้าน ลูกน้องคนสนิทดังทะลุประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "พวกไอ้พยัคฆ์มันพาคนบุกเข้ามาเผาแปลงอ้อยโซน C แล้วครับ! ตอนนี้ไฟกำลังลามหนัก ควบคุมไม่อยู่แล้วครับนาย!" ศิลาชะงักกึก รังสีอำมหิตและไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากร่างของวิศวกรหนุ่มในทันที นัยน์ตาสนิมเหล็กละจากใบหน้าของรินรดา หันขวับไปมองบานประตูไม้สักด้วยแววตาดุดั่งพญามารที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งเป็นชิ้น ๆ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเดือดนี้นะครับ **ธานินทร์แดนเถื่อน**
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%