กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมผสานกับกลิ่นดินฝุ่นแห้งกรังของโรงเกียร์ท้ายไร่อ้อยลอยอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืน แสงไฟจากหลอดฮาโลเจนดวงเดียวสาดส่องลงบนโครงสร้างเหล็กกล้าของรถแทรกเตอร์รุ่นใหญ่ที่ถูกรื้อถอดชิ้นส่วนออกมาวางเรียงราย เสียงเหล็กกระทบกันดังเคร้งจากการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยสะท้อนความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
รินรดายืนอยู่ตรงนั้น มือเรียวบางที่เคยจับแต่ปากกาเซ็นสัญญาในห้องแอร์เย็นฉ่ำ บัดนี้เปื้อนคราบจาระบีสีดำคล้ำที่ข้างแก้ม เธอกำลังใช้ประแจบล็อกขันน็อตตัวสุดท้ายของชุดเกียร์หลักเข้าที่ด้วยความแม่นยำ แม้กล้ามเนื้อต้นแขนจะสั่นเทาด้วยความล้า แต่แววตาของเธอกลับฉายประกายความดื้อรั้นและถือทิฐิอย่างเต็มเปี่ยม
"ถ้าขันแน่นเกินไปเกลียวจะรู่นะคุณหนู... แต่ถ้าหลวมเกินไป แรงบิดจากเครื่องยนต์ห้าร้อยแรงม้านั่นจะฉีกห้องเครื่องคุณกระจายกลายเป็นเศษเหล็กภายในสามนาทีแรกที่ปล่อยลงแปลงใหญ่"
เสียงทุ้มต่ำและดุดันดังขึ้นจากความมืดมุมเสา ศิลาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิร์ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยสักรางเลือนตรงหัวไหล่ แววตาคมกริบของวิศวกรเถื่อนกวาดมองผลงานตรงหน้าด้วยความประหลาดใจแกแกมทึ่งที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งขรึม
รินรดาชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเหนื่อยหอบ ก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงคมกริบไม่แพ้กัน
"ฉันเรียนวิศวกรรมเครื่องกลจากเบอร์ลินมาค่ะคุณศิลา... อย่าเอามาตรฐานคนเถื่อนแถวนี้มาวัดกับความรู้ที่ฉันร่ำเรียนมาเลยดีกว่า"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและสั่นสะเทือนในอก ร่างหนาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออย่างไร้ซึ่งระยะห่าง กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และหยาดเหงื่อจากการทำงานโชยเข้าปะทะนาสิกของหญิงสาวจนเธอต้องผะแผ่วลมหายใจ
"เก่งแต่ทฤษฎีในห้องเรียนมันใช้งานจริงในดงอ้อยไม่ได้หรอกครับ..." ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจครอบงำ "ของจริงมันต้องลองของหนัก... แบบที่คุณยังไม่เคยเจอ"
รินรดาใจกระตุกวูบ เธอก้าวถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับโครงเหล็กเย็นเยียบ แต่ศิลากลับใช้มือหนาข้างหนึ่งยันขอบเหล็กกั้นไว้ กักขังเธอให้อยู่ในวงแขนของเขาอย่างเบ็ดเสร็จ แววตาดุดันคู่นั้นจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธปนความหวาดหวั่น
"ถอยไปนะศิลา! อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉัน เรากำลังคุยเรื่องงาน"
"งานเหรอ..." ศิลาลากสายตาต่ำลงสำรวจเรือนร่างระหงที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจ "ผมก็กำลังคุยเรื่องงาน... งานที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณน่ะ ‘เอาอยู่’ จริงๆ หรือแค่ดีแต่ปาก"
ความอดทนของหญิงสาวขาดผึ่ง เธอง้างมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนความเย่อหยิ่งของไอ้ผู้ชายดิบเถื่อนคนนี้ แต่ศิลารวดเร็วกว่า เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย แรงมหาศาลจากร่างกายที่ผ่านงานหนักมาโชกโชนทำให้เธอไร้ซึ่งทางต่อสู้ ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผดเผาผ่านเนื้อผ้า
"ปล่อยนะ! คนไร้มารยาท!" รินรดาตวาดเสียงสั่น หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความตื่นตระหนกและแรงดึงดูดประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง
"ผมไม่ใช่สุภาพบุรุษตั้งแต่แรกแล้วคุณก็รู้..." ศิลาพูดเสียงพร่า แววตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแห่งความปรารถนาอันดิบเถื่อน เข้มข้น และลึกล้ำ "และผมก็เกลียดคนปากแข็ง... ที่ข้างក្នុងสั่นเป็นลูกนกทุกทีที่ผมเข้าใกล้"
ริมฝีปากหนาฉกวูบลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของเธออย่างอุกอาจ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รสจูบแรกไม่ได้มีความอ่อนโยนหรือประนีประนอม แต่มันคือการประกาศชัยชนะและการรุกรานที่ดุดัน ร้อนแรง ราวกับพายุกลางไร่อ้อยที่โหมกระหน่ำทำลายทุกสิ่งจนราบคาบ
หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่น แต่ศิลากลับใช้นิ้วแข็งแกร่งบีบกรามมนของเธอให้เผยอออก ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดื้อรั้นถูกบดขยี้จนแหลกเหลว กลายเป็นเสียงครางประท้วงในลำคอที่ยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนมาโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางเข้าหาจนแนบสนิทไปทุกสัดส่วน ความต่างของโครงสร้างร่างกายทำให้รินรด้ารู้สึกราวกับตัวเองเป็นเพียงขนนกที่ลอยละล่องอยู่กลางพายุหมุน แรงกดดันจากฝ่ามือที่ลูบไล้ขึ้นตามแนวสันหลังทำให้แผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งรับสัมผัสโดยสัญชาตญาณ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความวาบหวามที่ซ่านสั่นไปทั่วเรือนร่างจนขาแทบทรุด
ศิลารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะท้อนจากร่างกายของหญิงสาว เขายอมผ่อนแรงจูบลงเล็กน้อย เปลี่ยนจากความรุนแรงเป็นการบดเบียดริมฝีปากอย่างลึกซึ้งและเนิ่นนาน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้ว Nuan ของกันและกัน รสสัมผัสที่หอมหวานและดื้อรั้นในเวลาเดียวกันทำให้วิศวกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งถึงกับลืมหายใจ
เมื่อเขาผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง รินรดาหอบหายใจรัวจนอกอิ่มกระפֵּศไหว แววตาฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทมองค้อนเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้เรียวปากจะบวมเจ่อและแดงก่ำจากฝีมือของเขา
"คุณมัน... สารเลว..." เธอกระซิบเสียงสั่น พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความหยิ่งทะนงที่เหลืออยู่
"เก็บแรงไว้ด่าผมบนเตียงดีกว่าครับคุณหนู..." ศิายากระซิบตอบชิดริมฝีปาก นัยน์ตาดำมืดเต็มไปด้วยประกายปรารถนาที่ไม่อาจดับลงได้ "เพราะคืนนี้... เรายังต้องเคลียร์กันอีกยาว"
ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในโรงเกียร์ก็ทำลายความเงียบงันลง ลูกน้องคนสนิทของศิลาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนห่างออกไปสามก้าวด้วยความเกรงใจ
"พี่ศิลา! แย่แล้วครับ... พยัคฆ์พาลูกน้องพร้อมอาวุธบุกเข้ามาถึงแนวเขตโซนสาม มันกำลังเผาแปลงอ้อยแปลงที่สี่วอดไปครึ่งแถบแล้วครับ!"
ศิลาชะงัก ร่างหนาผละออกจากรินรดาช้าๆ แววตาดุดันเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา ความเร่าร้อนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสนามรบธุรกิจที่ไร้ความปรานี
รินรดายืนนิ่งค้าง หัวใจหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินชื่อ "พยัคฆ์" ศัตรูตัวฉกาจที่เธอเคยเซ็นสัญญาลับด้วยโดยไม่รู้เบื้องหลัง
ศิลาหันกลับมามองหน้าหญิงสาวเป็นครั้งสุดท้าย แววตาคมกริบลึกล้ำราวกับต้องการสื่อความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโกลาหล
"อยู่ในนี้... ล็อคประตูให้ดี" ศิลาสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่อนุญาตให้ขัดคำสั่ง ก่อนจะคว้าปืนพกสั้นขึ้นมาเหน็บข้างเอวและก้าวเดินออกไปเผชิญหน้ากับหายนะข้างนอก
รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นควันจางๆ และความเงียบงันที่น่ากลัว... มือเรียวบางสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะริมฝีปากที่ยังคงร้อนผ่าวจากสัมผัสของเขา พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่เพิ่งกระจ่างชัดว่า ศัตรูที่เธอกำลังร่วมมือด้วย อาจไม่ใช่แค่คู่แข่งทางธุรกิจ... แต่มันคือปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินเธอทั้งเป็น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าดงดิบเถื่อนมาถึงบทนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 8
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!