วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ•ตอนที่ 17

หุบเหวแห่งความใคร่

ผลงานโดย ธานินทร์แดนเถื่อน
กลิ่นอายดินชื้นผสมกลิ่นไอน้ำมันเครื่องและคราบเหงื่อกาฬในกระต๊อบไม้เก่าปลายไร่ แตกต่างจากความหรูหราในห้องแอร์ของตึกใหญ่ลิบลับ ทว่ากลับอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ รินรดายืนแนบแผ่นหลังชิดกับเสาไม้เนื้อแข็ง ลมหายใจของเธอกระชั้นถี่จนหน้าอกอิ่มกระเพื่อมไหวภายใต้เสื้อเชิร์ตลินินที่ชื้นเหงื่อ ดวงตาคู่คมจ้องมองร่างสูงใหญ่ของศิลาที่ก้าวเข้ามาปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี แสงตะวันยามเย็นที่ลอดผ่านช่องฝาไม้สาดกระทบใบหน้าคมคาย ดุดัน และนิ่งขรึมของวิศวกรหนุ่ม ทำให้เงาร่างของเขาทาบทับร่างเธอจนมิดชิด "คุณกล้ามากนะรินรดา ที่กล้าเดินเข้ามาในเขตหวงห้ามของพยัคฆ์ตัวคนเดียวแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความขุ่นเคือง ศิลาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนเธอได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายดิบเถื่อนของผู้ชายที่ผ่านงานหนัก เขาไม่ได้โกรธที่เธอดื้อรั้น แต่เขาโกรธที่เธอกล้าเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในดินแดนเถื่อนที่พยัคฆ์ตั้งค่ายคู่ขนานเพื่อจ้องจะเล่นงานเขา "ฉันไม่ใช่เด็กอมมือนะศิลา ฉันแค่อยากรู้ว่าหลักฐานการทุจริตที่คุณซ่อนไว้มันอยู่ที่ไหน... และฉันก็ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตคนเผด็จการอย่างคุณ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขา2ข้างจะสั่นเทาด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ที่เขามอบให้ ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงที่สั่นน้อยๆ อย่างจาบจ้วง ความโกรธที่เธอทำตัวเสี่ยงอันตรายถูกหลอมรวมเข้ากับสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าโดยไม่ได้ตั้งใจ มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกของเธอแนบติดกับแผงอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม "โอ๊ย! คุณศิลา ปล่อยนะ!" เธอดิ้นรนทุบตีลงบนอกเขา แต่มันไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเสือร้าย ศิลาใช้มืออีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แรงกดดันจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่าทำให้รินรคารู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงเล็บที่ไม่มีวันดิ้นหลุด "ปากดีนักนะ... ต้องให้ลงโทษด้วยวิธีไหน ถึงจะจำว่าอย่าเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงในที่แบบนี้อีก" ศิลาไม่รอให้เธอได้ต่อปากต่อคำ ริมฝีปากหยักลึกก้มลงบดขยี้เรียวปากอิ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี รสจูบดิบเถื่อน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความเร่าร้อนแผดเผาจนสมองของรินรดาขาวโพลน ความโกรธที่เคยมีถูกแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและวาบหวามที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนเป็นเลื่อนลงมาโอบรัดสะโพกผายแล้วยกตัวเธอขึ้นจนเรียวขาต้องเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาโดยอัตโนมัติ เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงลมพัดผ่านยอดอ้อยไกลๆ รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง สัมผัสจากมือหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าใต้ร่มผ้าทำให้ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน ความใกล้ชิดที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุมทำให้กำแพงแห่งศักดิ์ศรีที่เธอสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย ความยินยอมพร้อมใจก่อตัวขึ้นเงียบๆท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศอันรุนแรง ศิลาถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้หอบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสนและอารมณ์ที่ปั่นป่วน "คุณมัน... คนอันตราย..." เธอหอบหายใจตัวโยน กระซิบเสียงสั่นพร่า "รู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้ว..." ศิลาพูดเสียงพร่า ก่อนจะอุ้มร่างบางพานั่งลงบนโต๊ะไม้เก่ากลางกระต๊อบ ความเย็นของเนื้อไม้ตัดกับความร้อนระอุของผิวกายที่แนบชิด เสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางแสงสลัวยามเย็น การเคลื่อนไหวของเขาทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทุกสัมผัส รอยจູບ และการสอดประสานเรือนร่างสะท้อนถึงความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม รินรดากรีดร้องครางชื่อเขาเบาๆ ในลำคอเมื่อคลื่นแห่งความสุขสมซัดสาดเข้าใส่จนร่างบางสะท้านเฮือก เธอจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่โถมเข้ามาไม่ยั้ง แรงขับทางอารมณ์ที่ระเบิดออกทำให้ทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ ท่ามกลางหุบเหวแห่งความใคร่ที่ไม่มีใครยอมใคร เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงหอบหายใจเริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่ง ศิลากอดร่างเปลือยเปล่าของรินรดาไว้แนบอก ขณะที่เธอนอนซบหน้ากับไหล่กว้างของเขาอย่างหมดแรง ความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งทำให้ความรู้สึกระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมกระต๊อบหลังน้อย เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ด้านนอก พร้อมกับเสียงกระชากลูกเลื่อนปืนไรเฟิลที่ขึ้นลำอย่างชัดเจน "ศิลา! กูรู้ว่ามึงอยู่ในนั้น ออกมามอบตัวซะดีๆ หรืออยากให้เมียรักของมึงตายคากระต๊อบ!" เสียงตะโกนเหี้ยมเกรียมของ "พยัคฆ์" ดังแทรกเข้ามาในความมืด ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตาเดียว ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความระอุนี้ไปด้วยกัน — *ธานินทร์แดนเถื่อน* ครับ
สารจากนักเขียน (ธานินทร์แดนเถื่อน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรเถื่อนกับเรือนกายที่ต้องพินาศ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%