กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นเสียจนแสบโพรงจมูก กวินสำลักออกมาก่อนจะพบว่าตนเองไม่ได้ยืนอยู่หน้าประตูห้องใต้บันไดในเรือนไม้สักทองหลังเก่าอีกต่อไปแล้ว
ความมืดมิดรอบกายถูกแทนที่ด้วยแสงสีส้มแดงวับแวมจากคบเพลิงที่ปักอยู่ตามเสาเรือน เสียงฝ่าเท้าเปล่าที่เคยดังลากยาวเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กรีดแทงโสตประสาท พื้นไม้กระดานใต้ฝ่าเท้าอุ่นวาบ... แต่มันไม่ใช่ความอุ่นจากไอร้อนของแสงแดด มันคือความอุ่นเหนอะหนะของของเหลวสีแดงฉานที่นองท่วมจนเลยข้อเท้า
นี่ไม่ใช่ความฝันธรรมดา... นี่คือนิมิต
กวินยืนตัวแข็งทื่อ ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูอาคม สายตาของเขาถูกบังคับให้มองตรงไปยังโถงกลางเรือน ภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยวคล้ายมองผ่านม่านน้ำตา แต่อุณหภูมิในอากาศกลับลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ชายฉกรรจ์สามคน สวมชุดนุ่งห่มแบบคนโบราณ ใบหน้าเปื้อนรอยสักยันต์ดำทะมึน มือข้างหนึ่งถือมีดดาบเล่มโตที่หยาดหยดไปด้วยหยาดเลือดสดๆ พวกมันกำลังล้อมวงเข้าหาเหยื่อที่หมอบกราบอยู่แทบเท้า
ตรงกลางวงล้อมนั้น... คือหญิงสาวในชุดไทยโบราณที่ขาดวิ่น ใบหน้าอาบไล้ด้วยคราบน้ำตาและรอยฟกช้ำ ในอ้อมแขนของเธอกอดห่อผ้าแพรที่กำลังดิ้นรนและส่งเสียงร้องอุแว้แผ่วเบਾ
"อย่า... ได้โปรด อย่าทำลูกฉันเลย" เสียงสะอื้นไห้ขาดห้วງดังลอดริมฝีปากที่สั่นระริกของหญิงสาว
"นังสารเลว สายเลือดของแกมันต้องล้างด้วยเลือด! มึงคิดว่าหนีพ้นความอับpariวที่ตระกูลพวกมึงทำไว้กับนายท่านหรือไง!" หนึ่งในชายฉกรรจ์คำรามลั่น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความคลุ้มคลั่งและอำมหิต ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ากระชากห่อผ้าในอ้อมแขนนั้นอย่างไม่ไยดี
"ไม่โว้ย! ปล่อยลูกฉัน!"
ฉับ! เสียงคมมีดตัดผ่านอากาศเฉือนเข้ากับเนื้อสดและกระดูกดังสนั่น หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียง ร่างของเธอล้มฟุบลงจมกองเลือดที่สาดกระเซ็นย้อมผนังเรือนให้กลายเป็นสีชาด กวินพยายามจะกรีดร้องห้ามพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วย ทว่าลำคอของเขากลับตีบตัน ไร้ซึ่งเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากปาก ร่างกายของเขาเป็นเพียงผู้ชมนอกจอที่ต้องทนมองดูเหตุการณ์อันทารุณกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ภาพเหตุการณ์หมุนวนรวดเร็วราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว ชายฉกรรจ์ทั้งสามไล่ฆ่าคนในเรือนทีละคน ทีละคน... เสียงเหล็กกระทบเนื้อ เสียงร้องขอชีวิต และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งจนแทบอาเจียน ทำให้สติของกวินหลุดลอย
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของทนายหนุ่มแทบหยุดเต้น คือเมื่อหนึ่งในฆาตกรหันหน้ามาทางเขา...
ใบหน้านั้น... มีดวงตาที่ควักออกจนกลายเป็นเบ้าลึกสีดำสนิท มุมปากฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ มันสวมแหวนหยกโบราณวงเดียวกับที่สวมอยู่บนนิ้วของ "พ่อ" เขาในปัจจุบัน!
"มึง... คือรายต่อไป... ไอ้ลูกทรพี" เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหูของกวิน ทั้งที่เงาร่างนั้นยืนอยู่ห่างออกไปหลายเมตร
กวินสะดุ้งเฮือก เฮือกใหญ่ ลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอนในเรือนอาถรรพ์ ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกกระกระแทกขึ้นลงรุนแรงราวกับคนเพิ่งวิ่งมาราธอน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้าและแผ่นหลังจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม
ความเงียบสงบยามวิกาลเข้าปกคลุมอีกครั้ง ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีกลิ่นคาวเลือด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมจากภายนอกหน้าต่าง และเสียงนาฬิกาแขวนผนังที่ดังติ๊ก... ต็อก... เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
กวินใช้มือสั่นเทาลูบใบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ หัวใจยังคงเต้นระรัวราวกับกลองเพล เขายันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง พยายามปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นเพียงฝันร้าย... เป็นแค่ภาพหลอนจากความหวาดระแวง
ทว่า... ในวินาทีที่เขากวาดสายตาไปยังปลายเตียง ความเย็นยะเยือกก็แล่นพล่านตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าขึ้นมาถึงสันหลัง
บนพื้นไม้กระดานที่ว่างเปล่า... มีรอยเท้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีแดงข้นคลัช... เดินลากยาวจากประตูห้องนอน ตรงมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงของเขาพอดี!
และกลิ่นคาวสนิมเหล็กอันคุ้นเคยจากในความฝัน ก็ลอยวนกลับมาแตะจมูกอีกครั้งอย่างเด่นชัด... พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นชิดใบหูขวา
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกพ่อ"*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - เสียงกระซิบยามดึก
เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 7
นิมิตแห่งอดีต
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!