เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 6

ห้องที่ปิดตาย

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของไม้เก่าที่ถูกปิดตายมานานหลายสัปดาห์โชยเข้าปะทะจมูกทันทีที่กวินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงโถงทางเดินมืดทึบใต้บันไดวนของเรือนไม้สักทองหลังใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวของทนายความหนุ่มสั่นเทาเล็กน้อย—ความหนابางอย่างที่แผ่ออกมาจากบานประตูไม้เนื้อแข็งตรงหน้าไม่ได้มาจากความเย็นของอากาศภายนอก หากแต่มันคือ "แรงกดดัน" บางอย่างที่กำลังบีบรัดขั้วหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก บานประตูห้องใต้บันไดไม่มีลูกบิด มีเพียงแม่กุญแจทองเหลืองโบราณขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ ล็อคตายด้วยโซ่เหล็กขึ้นสนิมหนาเตอะถึงสามชั้น ราวกับว่าสิ่งที่ถูกกักขังอยู่ภายในไม่อนุญาตให้ใคร ไม่ว่าหน้าไหน เปิดมันออกมาดูโลกภายนอก กวินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขายกตะเกียงโบราณในมือขึ้นส่องสำรวจรอบกรอบประตู รอยขูดขีดลึกยาวนับร้อยรอยปรากฏชัดเจนบนเนื้อไม้ ราวกับมีบางสิ่งพยายามใช้เล็บหรือของมีคมตะกุยตะกายเพื่อหาทางออก จากด้านใน... ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนลมหายใจจะเฮือกสุดท้ายหมดลง *“เอ็งคิดจะทำอะไร... พ่อหนุ่ม”* เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกขัดถู ดังขึ้นอย่างกะทันหันจากความมืดเบื้องบนของบันไดวน ทำให้กวินสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำตะเกียงในมือร่วงหล่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็พบกับร่างเงาดำของยายจันทร์ที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงขั้นบันไดขั้นที่เจ็ด ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นสะท้อนแสงไฟสีส้มวับวาว เต็มไปด้วยความกังวลและคำเตือนที่ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด “ผมต้องรู้ว่าพ่อกับแม่ผมเจออะไรก่อนตายครับ ยายจันทร์” กวินตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “ห้องนี้... มันคือจุดเริ่มต้นทั้งหมด ผมรู้สึกได้” ยายจันทร์ถอนหายใจยาวนาน เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของกาลเวลา หญิงชราค่อยๆ ก้าวเดินลงมาทีละขั้น เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดใต้ฝ่าเท้าดังก้องกังวานในความเงียบสงบ “ความรู้อยากรู้อยากเห็นมันฆ่าคนมานักต่อนักแล้ว กวินเอ้ย...” ยายจันทร์หยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นธูปเก่าและดอกไม้มะลิแห้งลอยคละคลุ้งมาจากตัวแก “ของที่เขาลงอาคมปิดตายไว้ด้วยโซ่สามชั้น... มันไม่ใช่เพราะกลัวคนข้างนอกเข้าไป แต่มันกลัว ‘สิ่งข้างใน’ หลุดออกมาต่างหาก” กวินไม่ตอบ เขาเบนสายตากลับไปยังแม่กุญแจทองเหลือง ดวงตาคมกริบฉายแววแนיแน่ว ชายหนุ่มล้วงมือหยิบชุดเหล็กงัดและประแจพกพาที่เตรียมมาใหม่ออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ด นี่ไม่ใช่เวลามางดงามตามคำเตือน ความจริงเกี่ยวกับการตายปริศนาของพ่อแม่ที่ถูกปกปิดไว้ในบ้านหลังนี้มีค่ามากกว่าความกลัว “ถ้าผีหรือวิญญาณมันมีจริง...” กวินพึมพำกับตัวเองขณะสอดเหล็กแหลมเข้าไปในร่องแม่กุญแจ “มันก็น่าจะรู้ว่า... กฎหมายยังมีช่องโหว่ แล้วทำไมกฎแห่งความตายถึงจะไม่มีล่ะครับ” *แกร๊ก... กริ๊ก!* เสียงโลหะกระทบกันดังลั่น ท่ามกลางความเงียบงัดของตัวบ้านที่ราวกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ ยายจันทร์เบือนหน้าหนี หลับตาลงพร้อมกับท่องคาถาพึมพำเบาๆ ในลำคอ ทันทีที่ข้อต่อโซ่เส้นแรกหลุดออกด้วยแรงงัดอันทรงพลัง ลมเย็นยะเยือกกก้อนใหญ่ก็พวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของบานประตูทันที! ลมนั้นไม่ใช่ลมธรรมดา มันพัดพาเอาเสียงกระซิบโหยหวนนับร้อยเสียง กลิ่นคาวเลือดที่สดใหม่ และความโกรธแค้นที่อัดอั้นมานานหลายปีเข้ากระแทกใบหน้าของกวินเต็มแรง จนเปลวไฟในตะเกียงดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาสลัวๆ กวินยืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อประตูห้องใต้บันไดที่ถูกปิดตายมาตลอดชีวิต ค่อยๆ "แง้ม" เปิดออกเองช้าๆ ทั้งที่ไม่มีใครผลัก... และในความมืดมิดสนิทของห้องเบื้องล่าง มีเสียงฝ่าเท้าเปล่าของใครบางคนกำลังเดินลากยาว ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดกับ "เสียงกระซิบยามดึก" ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%