กลิ่นธูปเก่าๆ ที่อับชื้นจนแสบจมูก ตลบอบอวลอยู่ในห้องรับแขกมืดสลัว ร่างของหญิงชราในชุดผ้าซิ่นสีมอๆ นั่งหลังงومอยู่บนตั่งไม้ไผ่ ดวงตาฝ้าฟางสีขุ่นค่ำค่อนไปทางสีเทาจับจ้องตรงมาที่กวิน นิ่งสนิท ทว่ากลับมีแรงกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจนขนแขนของทนายความหนุ่มลุกชันโดยอัตโนมัติ
“เอ็งเห็นมันแล้วใช่ไหมล่ะ... ไอ้สิ่งที่เอ็งไม่ควรจะเห็น”
เสียงแหบแห้งราวกิ่งไม้แห้งเสียดสีกันดังขึ้น ทลายความเงียบงันที่กดทับทั้งห้องไว้ ยายจันทร์เอ่ยโดยไม่รอให้กวินตั้งตัว นิ้วเหี่ยวย่นราวรากไม้กวักเรียกเขายิกๆ บ่งบอกว่านางรู้... รู้ดีเสียยิ่งกว่าตัวกวินเองเสียอีกว่าเขาเพิ่งเผชิญกับอะไรมาที่โถงทางเดินชั้นบน
กวินกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก รสฝาดปร่าแล่นพล่านในปาก เขาพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นขณะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นไม้สักที่เย็นเฉียบ
“ยายพูดเรื่องอะไร... ผมเพิ่งมาจากกรุงเทพฯ ผมไม่เข้าใจที่ยายพูด” กวินโกหก แม้เสียงของเขาจะเบาหวิวและไร้พลังสิ้นดี
ยายจันทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหברי้วและชวนให้รู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกดำ นางยกมือขึ้นลูบใบหน้าเหี่ยวย่นของตนเองช้าๆ ก่อนจะชี้มาที่ดวงตาของกวิน
“ดวงตาตี่ๆ คู่นี้มีสายเลือดของ ‘ไอ้เที่ยง’ ตาแก่ผู้สร้างเรือนหลังนี้ไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่ง... หึ แม่ของเอ็งก็เป็นสายเลือดแท้ๆ ของอี ‘คำผ่อง’ เมียบ่าวที่ผูกคอตายคาขื่อเรือนหลังนั้น... เอ็งคิดว่าเอ็งเป็นคนนอกรึไง ไอ้หนوم?”
คำว่า *'แม่ของเอ็งก็เป็นสายเลือดแท้ๆ ของอีคำผ่อง'* กระแทกเข้ากลางใจกวินราวกับถูกค้อนทุบซ้ำ ภาพใบหน้าของผู้หญิงที่ยืนยันว่าเป็นแม่ ซึ่งยืนส่งยิ้มบิดเบี้ยวอยู่ที่ปลายทางเดินเมื่อครู่ผุดวาบขึ้นมาในหัว กวินหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นมาตลอดชีวิตเริ่มปริร้าวออกมาทีละน้อย
“แม่ผม... เสียอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงเทพฯ เมื่อยี่สิบปีก่อน...” กวินฝืนเถียง เสียงสั่นพร่า มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
“รถคว่ำตายงั้นรึ?” ยายจันทร์ยิ้มเหี้ยมเกรียม รอยย่นบนใบหน้ายับย่นยิ่งขึ้นไปอีก “นั่นมันเรื่องที่พ่อกับญาติๆ ฝั่งกรุงเทพฯ ของเอ็งกุขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความอัปยศต่างหาก! แม่ของเอ็งกลับมาที่นี่... กลับมาเพื่อชดใช้กรรมที่บรรพบุรุษก่อไว้ แล้วนางก็ ‘ออกไปไหนไม่ได้อีกเลย’ ตั้งแต่วันนั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของกวินที่ดังสะท้อนก้องในความมืด กวินก้มหน้าลง มองรอยแยกของแผ่นไม้กระดาน ปมในใจตลอดสองทศวรรษเกี่ยวกับการตายของแม่พังทลายลงในพริบตา ความโหยหา ความสงสัย และความโกรธเกรี้ยวผสมปนเปกันอยู่ในอกจนแทบระเบิด
แต่ก่อนที่กวินจะได้เอ่ยถามอะไรเพ้อเจ้อ ยายจันทร์ก็โน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด นางเอื้อมมือเหี่ยวย่นมาคว้าข้อมือของกวินไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลจนทนายความหนุ่มต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“จำคำของกูไว้ให้ขึ้นใจนะไอ้กวิน...” ยายจันทร์กระซิบ น้ำเสียงจริงจังจนน่ากลัว บีบคั้นจนอากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น “เอ็งจะรื้อฟื้นอะไร จะเดินสำรวจมุมไหนในเรือนหลังนั้น กูไม่ห้าม... แต่จำไว้! **ห้ามเปิดตู้ไม้สักโบราณที่ตั้งอยู่ในห้องนอนใหญ่ชั้นบนเด็ดขาด!** ต่อให้มีเสียงร้องไห้ เสียงเรียก หรือเสียงเคาะดังมาจากข้างใน... ห้ามเปิดเป็นอันขาด! ไม่อย่างนั้น... สิ่งที่อยู่ในนั้นจะหลุดออกมา และคราวนี้... ไม่มีใครหน้าไหนบนโลกนี้ที่จะช่วยชีวิตเอ็งได้อีก!”
ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของยายจันทร์แผ่ซ่านเข้าสู่ผิวเนื้อของกวิน ราวกับพิษร้ายที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด เขานิ่งงั้น สมองอื้ออึง ช็อกกับข้อมูลมหาศาลที่ได้รับและคำเตือนที่หนักอึ้งดั่งภูเขา
ก่อนที่กวินจะได้ทันตั้งสติและเอ่ยปากถามถึงสาเหตุ ยายจันทร์ก็สะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย นางหันหลังกลับไปซุกตัวอยู่ในมุมมืดของห้อง พร้อมกับโบกมือไล่ส่งราวกับเห็นเขาเป็นสิ่งอัปมงคล “กลับไปซะ! ก่อนที่ดวงตะวันจะลับขอบฟ้า และก่อนที่มันจะตื่นขึ้นมาทวงร่าง!”
กวินลุกขึ้นยืนอย่างไร้เรี่ยวแรง ขาสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออก เขาเดินออกจากเรือนไม้น้อยของยายจันทร์ด้วยสภาพจิตใจที่แตกสลาย บรรยากาศยามเย็นของหมู่บ้านชนบทที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับดูเวิ้งว้างและเต็มไปด้วยเงาสะท้อนอันน่าสะพรึงกลัว แสงอาทิตย์สีส้มแดงค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับความมืดมิดของผืนป่าทึบเบื้องหลัง
รถยนต์เก๋งคันหรูของกวินจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าเรือนอาถรรพ์ทรงไทยโบราณที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา เรือนไม้หลังใหญ่ที่ดูเหมือนอสุรกายอ้าปากรอเหยื่อ กวินยืนมองหน้าต่างบานกระจกสีชาที่ชั้นสองของเรือนด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
ในความมืดสลัวหลังกระจกบานนั้น... มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนแนบหน้าติดกระจกจ้องมองลงมาที่เขา เงาร่างนั้น... กำลังยกมือขึ้นช้าๆ แล้วทำท่าทางเหมือนกำลังหมุนกุญแจเปิด ‘บางสิ่ง’ จากด้านใน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดด้วยกันครับ (เสียงกระซิบยามดึก)
เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 5
คำเตือนจากยายจันทร์
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!