เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 27

อำนาจมืดทวีคูณ

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"รอยสักนั่น... หลวงตาเมฆ?" กวินพึมพำผ่านลำคอที่แห้งผาก ร่างกายของเขาเกร็งค้างอยู่บนพื้นกระดานไม้เก่าที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะเตือนภัย กลิ่นสาบสางที่อบอวลอยู่ในอากาศบัดนี้เปลี่ยนไป มันไม่ใช่กลิ่นศพเน่าเปื่อยธรรมดา แต่มันคละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือดผสมกับควันธูปไหม้ที่เข้มข้นจนชวนให้อาเจียน เงาร่างของผู้เป็นแม่ที่เคยเลือนรางกลับดูคมชัดและบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักบัดนี้เป็นเพียงหลุมดำมืดสนิทที่จ้องมองมายังเขาด้วยความอาฆาต มือที่เรียวบางซูบซีดของนางขยับเข้ามาใกล้ลำคอของกวิน นิ้วที่ยาวผิดมนุษย์กดลงบนผิวหนังเบาๆ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเหล็กที่ผ่านการเผาไฟจนแดงฉาน "แกกำลังเพ้อหาคนทรยศงั้นรึ กวินทร์..." เสียงของวิญญาณหญิงสาวไม่ได้ออกจากปาก แต่มันดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเขาโดยตรง เสียงนั้นเย็นเยียบและเยาะเย้ย แฝงไปด้วยอำนาจมืดที่ถาโถมเข้ามาดุจคลื่นยักษ์ จนกวินรู้สึกเหมือนวิญญาณของเขากำลังจะหลุดออกจากร่าง "ท่านแม่... ไม่ใช่ ท่านไม่ใช่แม่ของผม" กวินเค้นเสียงออกมา เขาพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด มือที่ถือกริชอาคมสั่นระริก ก่อนจะตัดสินใจแทงกริชลงไปที่พื้นไม้เบื้องหน้าเพื่อสร้างเขตอาคมคุ้มกัน *ฉึก!* แทนที่จะเป็นเสียงไม้แตก กริชกลับจมลงไปในความว่างเปล่าราวกับมันไม่ได้สัมผัสโดนพื้นไม้ แต่สัมผัสโดนก้อนเนื้อที่เต้นตุบๆ อยู่ใต้เรือน! เลือดสีดำข้นคลั่กพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของกระดาน มันไม่ใช่เลือดคน แต่มันคือยางไม้สีดำที่เต็มไปด้วยไสยดำมืดมน กลิ่นของมันฉุนกึกจนกวินสำลัก "เขตอาคมที่หลวงตาเมฆสอนแกมา มันก็แค่เศษกระดาษที่เปื้อนน้ำหมึก" ยายจันทร์ที่ยืนนิ่งอยู่มุมห้องเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบอย่างน่าประหลาด นางไม่ได้ดูตกใจกับการกระทำของวิญญาณตนนั้นแม้แต่น้อย กลับกัน... แววตาของหญิงชรากลับดูภูมิใจอย่างประหลาด "เจ้าคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าเรือนหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยไม้ แต่สร้างขึ้นด้วยสัญญาเลือดที่ไม่มีวันตาย" กวินตวัดสายตาไปมองยายจันทร์ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็นความโกรธแค้น "ยายทำอะไรลงไป? ทำไมรอยสักบนข้อมือมันถึงไปปรากฏอยู่บนร่างนี้! ยายขายจิตวิญญาณให้หลวงตาเมฆตั้งแต่เมื่อไหร่!" ยายจันทร์หัวเราะร่า เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหูจนกวินต้องยกมือขึ้นอุดหู "ข้าไม่ได้ขายให้ใคร... ข้าแค่คืนสิ่งที่มันเคยเป็นของมันตั้งแต่ต้น เรือนหลังนี้คือประตู และตอนนี้บานประตูได้เปิดออกกว้างเต็มที่แล้ว แกคิดว่าทนายความกระจอกๆ อย่างแกจะขวางทางรอยเลือดเก่าได้งั้นรึ?" วิญญาณร้ายพุ่งร่างเข้าหากวิน กรงเล็บที่ยาวแหลมกรีดลงบนอกเสื้อของเขาจนขาดวิ่น กวินพลิกตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่ความเร็วของวิญญาณนั้นเหนือกว่ามาก มันจิกไหล่ของเขาไว้แน่นแล้วเหวี่ยงร่างของเขากระแทกเข้ากับผนังเรือน *ปัง!* เสียงร่างของเขาปะทะผนังดังสนั่น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วกระดูก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความเจ็บคือการที่เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงรอบตัวเรือน ผนังไม้ที่เคยผุพังบัดนี้เริ่มมีเส้นเลือดสีดำไหลเวียนอยู่ใต้พื้นผิว ราวกับเรือนทั้งหลังกำลังมีชีวิตและกำลังกลืนกินเขาทีละน้อย เขาขยับมือไปคว้าสร้อยประคำที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อ หลวงตาเมฆเคยบอกว่าหากถึงคราวคับขันที่สุด ให้ร่ายมนตร์บทที่ไม่มีใครสอน... มนตร์แห่งการสะท้อนเงา แต่ทว่าเมื่อกวินเริ่มท่องบทสวด เสียงของเขากลับถูกกลืนหายไปกับความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากวิญญาณตรงหน้า "หยุดสวดเถอะกวิน..." วิญญาณร้ายโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบสัมผัสกัน กลิ่นศพเน่าเปื่อยหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นดอกราตรีที่หอมฟุ้งจนน่าเวียนหัว "ไม่มีพระที่ไหนช่วยแกได้ ในเมื่อหลวงตาที่แกศรัทธา คือคนแรกที่ลงอาคมกักขังวิญญาณแม่แกไว้ในนี้เพื่อดูดกลืนพลังอำนาจไว้กับตัวเขาเอง" กวินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก "โกหก... หลวงตาไม่มีทางทำแบบนั้น" "ลองดูที่ข้อมือสิ พ่อทนายผู้แสนซื่อ..." วิญญาณร้ายยกข้อมือของมันขึ้นมาเผยให้เห็นอักขระโบราณที่ส่องแสงสีเลือดวับแวม "รอยสักนี้คือตราประทับของ 'ทาสที่จงรักภักดี' และข้อมือข้างที่แกกราบไหว้หลวงตาเมฆทุกวัน... ก็มีตราแบบเดียวกันนี้ประทับอยู่เหมือนกัน แกคิดว่ารอยสักนั่นมันเป็นเครื่องรางคุ้มภัยงั้นรึ? ไม่เลย... มันคือโซ่ตรวนที่ผูกแกไว้กับเรือนอาถรรพ์ตั้งแต่วันที่แกเหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังนี้!" กวินรีบก้มลงมองข้อมือซ้ายของตนเอง หัวใจของเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นรอยหมึกสีดำจางๆ ที่ค่อยๆ เข้มชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นลวดลายอักขระที่เหมือนกับของวิญญาณร้ายไม่มีผิดเพี้ยน ทันใดนั้น เสียงสวดมนตร์ทุ้มต่ำและน่าเกรงขามก็ดังแว่วเข้ามาจากภายนอกเรือน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของหลวงตาเมฆ แต่เป็นเสียงสวดของสตรีที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน พร้อมกับแสงไฟสีน้ำเงินที่สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งเรือน ประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดตายมาตลอดหลายทศวรรษค่อยๆ แง้มออกด้วยตัวของมันเอง พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดขาวที่ก้าวเข้ามา ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ กวินจำใบหน้านั้นได้แม่นยำ... พ่อของเขา... พ่อที่ควรจะตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านรอยเลือดและคำลวงมาด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%