เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 31

บททดสอบความกล้า

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
กึก... กึก... กึก... เสียงเคาะประตูดังแว่วมาซ้ำจังหวะเดิม มันไม่ใช่เสียงเคาะของคนขี้เกรงใจ แต่มันคือจังหวะของ ‘เจ้าบ้าน’ ที่กำลังโกรธจัดที่ถูกขัดขวางไม่ให้เข้าอาณาเขตของตน กวินหยุดหายใจสนิท มือที่กำปากกาหมึกซึมแน่นจนสั่นระริก สัมผัสพิเศษในสายเลือดของเขาไม่ได้เตือนถึงภยันตรายที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แต่มันกำลังกรีดร้องอยู่ในกระดูกดำ “อย่าเปิดนะกวิน... อย่ามองไปที่ช่องตาแมวนั่นเด็ดขาด” เสียงกระซิบแหบพร่าของยายจันทร์ดังขึ้นในหัว มันเป็นประโยคคำสั่งที่เขาท่องจำไว้ขึ้นใจเสมอ แต่ในวินาทีนี้ ลมหายใจที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งราดรดลงบนต้นคอของเขา กลับบีบบังคับให้กวินต้องขยับตัว สติสัมปชัญญะของทนายความหนุ่มกำลังพร่าเลือน ความมืดในหอจดหมายเหตุเริ่มขยายตัว ราวกับว่าผนังไม้เก่าๆ กำลังบีบอัดพื้นที่ให้แคบลงทุกที กวินตัดสินใจคว้ากริชอาคมที่หลวงตาเมฆให้ไว้ในกระเป๋าเสื้อ ความเย็นของโลหะสัมผัสฝ่ามือช่วยเรียกสติกลับมาได้เพียงเสี้ยววินาที เขาหันไปเผชิญหน้ากับบานประตูไม้สักที่สั่นไหวอย่างรุนแรง “ใครอยู่ข้างนอก” กวินตะโกนออกไป น้ำเสียงของเขาสั่นเครือแต่ยังคงความเยือกเย็นไว้ได้บ้าง ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงคำรามของปีศาจ แต่เป็นเสียง ‘หัวเราะ’ ที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว “กวิน... พ่อเอง” เสียงนั้น... เสียงของพ่อที่จากไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน! กวินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความรู้สึกผิดในอดีตพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจจนแทบแตกสลาย เขาจำเสียงนี้ได้แม่นยำ เสียงที่เคยกล่อมเขานอน เสียงที่เคยบอกให้เขาเป็นคนดี “พ่อ... พ่อตายไปแล้ว” กวินพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนพื้นไม้ “ถ้าพ่อตาย แล้วใครที่ยืนอยู่ตรงนี้ล่ะลูก เปิดประตูสิ... ข้างนอกมันหนาวเหลือเกิน กวิน... ช่วยพ่อด้วย” บานประตูไม้เริ่มเปลี่ยนสี จากสีน้ำตาลเข้มของเนื้อไม้ กลายเป็นรอยเลือดที่ซึมออกมาเป็นทาง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วหอจดหมายเหตุ กวินก้าวเท้าถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือเก่าแก่ ความสมจริงของภาพหลอนนี้มันชัดเจนเสียจนเขาแทบจะแยกไม่ออกว่าเขากำลังฝัน หรือเขากำลังเผชิญหน้ากับความตายจริงๆ เขาเห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนทาบผ่านบานประตู ร่างนั้นก้มต่ำลงมองผ่านช่องว่างใต้ประตู นิ้วมือที่ซีดเผือดและมีเล็บยาวผิดธรรมชาติค่อยๆ สอดเข้ามา กวินพยายามกั้นใจ ไม่ให้ตัวเองเอื้อมมือไปปลดกลอนประตูตามคำสั่งของจิตใต้สำนึกที่โหยหาความรักของพ่อ "ไม่ใช่พ่อ... เจ้าไม่ใช่พ่อ" กวินกัดริมฝีปากจนเลือดซึม ความเจ็บปวดช่วยยึดโยงเขาไว้กับโลกความเป็นจริง เขาหยิบกริชอาคมขึ้นมาชูไว้เบื้องหน้า "อย่าคิดจะหลอกข้าด้วยภาพมายาที่ข้าฝังไว้ในใจ!" ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็เงียบหายไปอย่างกะทันหัน ความเงียบที่เข้ามาแทนที่นั้นกดดันยิ่งกว่าเสียงใดๆ หอจดหมายเหตุทั้งหลังดูเหมือนจะหยุดหายใจ กวินมองไปรอบๆ แสงเทียนที่เคยจุดไว้ดับลงพร้อมกัน ราวกับมีใครบางคนมาเป่าให้มอดไปในคราวเดียว เขารวบรวมสมาธิ พยายามเพ่งมองผ่านความมืด สัมผัสพิเศษของเขาสั่นพ้องรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนปวดร้าวไปถึงขมับ ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อสำรวจประตู สายตาก็ปะทะเข้ากับเงาสะท้อนในกระจกเงาบานเก่าที่แขวนอยู่บนผนัง ในกระจกบานนั้น กวินไม่ได้เห็นแค่เงาของตัวเองเพียงลำพัง ข้างหลังเขามีชายร่างสูงโปร่งในชุดทนายความยุคเก่า สภาพร่างกายซีกหนึ่งแหลกเหลวราวกับถูกของหนักทับ ร่างนั้นยืนซ้อนหลังเขา และกำลังยื่นมือที่เต็มไปด้วยเลือดสดๆ มาแตะที่ไหล่ของกวินอย่างแผ่วเบา พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่สุดเท่าที่กวินเคยสัมผัสมา "ถ้ามึงไม่เปิดประตู... กูจะพามึงไปดูศพที่เหลือในบ้านหลังนี้ด้วยกัน" สิ้นเสียงนั้น ร่างของกวินก็ถูกกระชากอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น มือที่เคยแตะไหล่ของเขาบัดนี้กลายเป็นกรงเล็บที่จิกเข้าที่ต้นคอ กวินดิ้นรนสุดชีวิตพลางคว้ากริชในมือแทงสวนไปข้างหลังโดยไม่มอง แต่ทว่า... กริชอาคมกลับทะลุผ่านความว่างเปล่าไปอย่างน่าประหลาด เมื่อเขาสามารถพลิกตัวกลับมามองได้ สิ่งที่เขาเห็นกลับไม่ใช่ผีหรือวิญญาณร้าย แต่มันคือ ‘ร่างที่แท้จริง’ ของคนที่เขารู้จักดีที่สุดที่ยืนถือตะเกียงอยู่ในความมืด แทนที่ความน่าสะพรึงกลัวจะจางหายไป ความสยดสยองกลับทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ ‘หลวงตาเมฆ’ ที่บัดนี้ดวงตาทั้งสองข้างหายไป เหลือเพียงโพรงดำสนิทที่กำลังหลั่งเลือดสีดำออกมาไม่หยุด! "หลวงตา... นี่ท่าน... หรือว่าเป็นท่านที่..." กวินยังพูดไม่จบประโยค หลวงตาก็เอื้อมมือมาคว้าคอกวินไว้แน่น แรงบีบนั้นมหาศาลเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ พร้อมกับเสียงพูดที่ไม่ได้ออกมาจากปาก แต่ดังสะท้อนอยู่ในกะโหลกศีรษะของเขาโดยตรง "กวิน... เจ้าคิดว่าที่ผ่านมา ใครกันแน่ที่เป็นคนเฝ้าเรือนหลังนี้ให้เจ้ามาโดยตลอด... ถึงเวลาที่เจ้าต้องเลือกระหว่าง 'ความจริง' หรือ 'ความตาย' ที่เจ้าถวิลหา" ก่อนที่กวินจะทันได้โต้ตอบ ประตูด้านหลังที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดก็เปิดอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นทางเดินทอดยาวที่ไม่มีวันสิ้นสุด และสิ่งที่ยืนรออยู่ปลายทางเดินนั้น ทำให้หัวใจของกวินหยุดเต้นไปชั่วขณะ เพราะนั่นคือร่างของ 'แม่' ที่กวินฝังดินไปกับมือเมื่อยี่สิบปีก่อน กำลังยืนกวักมือเรียกเขาด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนเกินมนุษย์! หวังว่าตอนที่ 31 นี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะคะ ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "เสียงกระซิบยามดึก" ค่ะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%