เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 24

ความจริงเริ่มกระจ่าง

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"อย่าได้มองสบตาพวกมัน..." เสียงแหบพร่าของยายจันทร์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในเรือนไม้สักเก่าคร่ำ ข้าพเจ้าสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือมีดหมอเล่มนั้นสั่นเทาจนเกิดเสียงกระทบกันของโลหะเบาๆ ในเงาสะท้อนบนคมมีดที่ข้าพเจ้าเห็น... ไม่ใช่เพียงแค่เงามืด แต่เป็นใบหน้าของชายชราที่มีดวงตาโบ๋กลวงกำลังแสยะยิ้มอยู่เบื้องหลังเงาของตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้ากวาดมีดหมอในมือฟาดออกไปในอากาศว่างเปล่า ความเย็นเยียบแล่นปราดจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ กลิ่นสาบสางของเนื้อเน่าและควันธูปไหม้ไฟตลบอบอวลขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กวิน... นายต้องตั้งสติ ข้าพเจ้าบอกตัวเองพลางกระชับมีดแน่นจนสันมือขาวซีด "ยายจันทร์..." ข้าพเจ้าเรียกชื่อนางเสียงแผ่ว พยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติแม้จังหวะหัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองรบ "สิ่งที่อยู่ในเงาสะท้อนเมื่อครู่... มันไม่ใช่แค่สัมผัส แต่มันกำลังบอกอะไรบางอย่างกับผม" ยายจันทร์ที่นั่งอยู่บนเสื่อผืนเก่าไม่ยอมเงยหน้าขึ้น นางหยิบเศษดินเหนียวแห้งๆ ที่ขูดออกมาจากซอกไม้ใต้พื้นเรือนขึ้นมาบี้จนละเอียด "เจ้ากำลังสืบหาความตายของพ่อแม่เจ้า กวินเอ๋ย... แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่าว่าเรือนนี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่มันคือ 'คุก' ของวิญญาณที่ถูกกักขังเพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้กับอำนาจมืด" ข้าพเจ้านั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาจับจ้องไปที่คราบสีน้ำตาลเข้มบนพื้นไม้ ซึ่งข้าพเจ้าเพิ่งตระหนักได้ในตอนนี้ว่ามันไม่ใช่คราบน้ำมันดินธรรมดา แต่เป็นคราบเลือดที่ฝังลึกจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อไม้ไปแล้ว "สำนักหมอผีเถื่อน... ใช่ไหมครับ? ที่หลวงตาเมฆเคยเตือนไว้" ยายจันทร์แค่นหัวเราะจนตัวสั่นเทิ้ม "เถื่อนรึ? ไม่ใช่แค่เถื่อนหรอกพ่อทนายความ แต่มันคือสำนัก 'เล่นของ' ที่สร้างชื่อขึ้นมาจากการใช้ชีวิตคนเป็นเครื่องมือต่อรองกับขุมนรก" นางขยับกายเข้ามาใกล้ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ริบหรี่ทำให้เงาบนผนังดูบิดเบี้ยวราวกับกำลังเต้นระบำด้วยความเจ็บปวด "เจ้าเห็นรอยจารึกใต้ฐานเสาเรือนต้นนั้นไหม? นั่นไม่ใช่ยันต์คุ้มครอง แต่มันคือยันต์ 'สะกดวิญญาณร้อยศพ' หมอผีที่นี่ไม่ได้รักษาคนด้วยสมุนไพร แต่มันรักษาด้วยการดึงเอาวิญญาณคนไข้มาเป็นบริวาร" ความเย็นที่ต้นคอเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนมีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมาจากทุกทิศทาง ทั้งจากใต้พื้นเรือน จากช่องลมเหนือประตู และแม้กระทั่งจากในเงามืดที่ทอดยาวมาจากตัวของยายจันทร์เอง "ทำไมต้องเป็นครอบครัวผม..." ข้าพเจ้าเค้นถาม ความโกรธแค้นและความเจ็บปวดพุ่งพล่านอยู่ในอก "ทำไมเรือนนี้ถึงเลือกพ่อกับแม่ผมให้มาจบชีวิตที่นี่" ยายจันทร์เงียบไปอึดใจใหญ่ นางค่อยๆ เอื้อมมือที่เหี่ยวย่นมาแตะที่ข้อมือข้าพเจ้า ผิวหนังของนางเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง "เพราะสายเลือดของเจ้าคือ 'ภาชนะ' ที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างไรล่ะ กวิน... พ่อแม่เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพราะบังเอิญ แต่พวกเขาสูญเสียสัมผัสพิเศษที่เหนือมนุษย์ไปเพียงเพราะพยายามจะมา 'ปลดปล่อย' ดวงวิญญาณที่ถูกจองจำในเรือนนี้" คำพูดของยายจันทร์ดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจข้าพเจ้า ทุกอย่างเชื่อมโยงกันจนน่าสะพรึงกลัว ข้าพเจ้าก้มลงมองพื้นไม้ตรงหน้าอีกครั้ง คราวนี้ข้าพเจ้าตัดสินใจควักเอาตลับแป้งเสกที่หลวงตาเมฆให้มาโรยลงบนคราบเลือดนั้นทันที เมื่อผงสีขาวสัมผัสกับพื้นไม้ มันกลับเดือดปุดๆ ราวกับถูกน้ำกรด และฉายภาพจางๆ ที่ลอยขึ้นมาในอากาศ—ภาพของคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังสวดอ้อนวอนด้วยถ้อยคำที่ไม่ใช่ภาษาไทย ทั้งยังมีการทำพิธีตัดคอไก่ดำและสาดเลือดลงบนพื้นเรือนอย่างบ้าคลั่ง "มันยังไม่ไปไหน..." ยายจันทร์กระซิบ น้ำเสียงของนางเริ่มสั่นพร่า "มันกำลังรอเจ้าอยู่กวิน รอให้เจ้าเดินไปจนถึงห้องใต้ดินนั่น ห้องที่ไม่มีใครเคยได้กลับออกมาอีกเลย" ข้าพเจ้าสูดหายใจเข้าลึก ข่มความกลัวที่พยายามจะกัดกินสติสัมปชัญญะ "ผมจะไปห้องใต้ดินนั่น ยายต้องบอกผมว่าต้องทำอย่างไรถึงจะจบเรื่องนี้ได้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวผม แต่เพื่อดวงวิญญาณทุกดวงที่ถูกขังอยู่ในเรือนนี้" ทันใดนั้นเอง เสียงไม้กระดานลั่นดัง 'เปรี๊ยะ' มาจากห้องโถงด้านหลัง ความเงียบงันที่แสนอึดอัดถูกทำลายลงด้วยเสียงลากวัตถุหนักๆ ไปกับพื้นไม้ ดังครืด... ครืด... ข้าพเจ้าหันไปมองในความมืด และในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้บานเก่าที่เคยปิดตายมานานหลายสิบปีก็ค่อยๆ แง้มเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดมิดในห้องนั้น ข้าพเจ้าเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้ ร่างกายของเขาสวมชุดขาวมอมแมมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเก่ากรัง มือขวาของเขากำลังถือสิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องหยุดหายใจ มันคือรูปถ่ายครอบครัวของข้าพเจ้า... รูปถ่ายที่เพิ่งจะหายไปจากกระเป๋าเสื้อเมื่อครู่นี้เอง ชายคนนั้นค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ... จนกระทั่งข้าพเจ้าเห็นใบหน้าที่ซีกหนึ่งเน่าเปื่อยจนเห็นกระดูกกราม แต่ดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวนั้น กลับเป็นดวงตาคู่เดียวกับที่ข้าพเจ้าเคยเห็นในกระจกเงาทุกครั้งที่ส่องดูตัวเอง! "พบกันเสียที... ภาชนะของข้า" เสียงนั้นแหบพร่าคล้ายเสียงใบไม้แห้งถูกบดขยี้ พร้อมกับที่ร่างนั้นพุ่งทะยานผ่านความมืดเข้ามาหาข้าพเจ้าด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปสู่ความมืดมิดกับข้าพเจ้าในค่ำคืนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%