เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 33

เสียงเรียกจากก้นบึ้ง

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
กลิ่นคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนน่าสะอิดสะเอียน มันไม่ใช่กลิ่นคาวของเนื้อสดที่เพิ่งชำแหละ แต่มันคือกลิ่นของความตายที่หมักหมมมานานปี กวินจ้องมองตัวเลข '95' บนแผ่นอกของร่างนั้น มือของเขาสั่นเทาจนมีดพกในมือแทบจะหลุดร่วง มันเป็นรอยสักที่ชัดเจนและสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกกรีดลงไปเมื่อครู่นี้เอง ทั้งที่เขาไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวกับการสักลายใดๆ บนร่างกายมาก่อน “หมายความว่ายังไง... ยายจันทร์ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” กวินพึมพำกับความมืดมิดในเรือนไม้หลังเก่า เสียงของเขาสั่นพร่าและแหบแห้ง ทันใดนั้น ความเงียบงันของค่ำคืนก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ด้วยเสียงที่เขาสัมผัสได้ถึงความคุ้นเคยจนหัวใจกระตุกวูบ “กวิน... ลูกแม่... เข้ามาหาแม่สิลูก” เสียงนั้นหวานละมุน นุ่มนวล แฝงด้วยความเอ็นดูที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต แต่มันกลับฟังดูแหบพร่าเหมือนเสียงกิ่งไม้เสียดสีกันในพายุ กวินหันขวับไปทางบันไดไม้ที่ทอดตัวขึ้นสู่ชั้นบนของเรือนอาถรรพ์ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “แม่... แม่เหรอ?” กวินทวนคำ เสียงของเขาแผ่วเบาเหมือนคนละเมอ “กวิน... พ่ออยู่นี่ มาหาพ่อสิลูก... ปล่อยให้มันจบลงเสียที” คราวนี้เป็นเสียงทุ้มต่ำของชายวัยกลางคน เสียงของพ่อ... พ่อที่จากเขาไปในกองเพลิงเมื่อยี่สิบปีก่อน พ่อที่เขาฝังใจมาตลอดว่าถูกเรือนหลังนี้กลืนกินไปพร้อมกับแม่ กวินก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเขาชนเข้ากับเสาเรือนที่เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง เขาพยายามดึงสติกลับมา หายใจเข้าลึกๆ จนปอดร้อนผ่าว ทนายความผู้เยือกเย็นอย่างเขาต้องไม่ตกหลุมพรางของภูตผีปีศาจ แต่ทว่า สัญชาตญาณที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษกลับร่ำร้องว่า นี่ไม่ใช่แค่ภาพหลอน นี่คือคำเชิญ... คำเชิญที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ “พวกคุณไม่ใช่พ่อกับแม่ผม!” กวินตะโกนก้อง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วเรือนไม้ที่เริ่มสั่นไหวเหมือนมีชีวิต เขารีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ หยิบเหรียญเก่าที่หลวงตาเมฆให้ไว้ขึ้นมากำแน่น สัมผัสเย็นเฉียบของเหรียญโลหะช่วยดึงสติเขาให้มั่นคงขึ้นอีกนิด แต่ดูเหมือนสิ่งที่อยู่หลังความมืดนั้นจะไม่ได้สนใจความศรัทธาของเขาเลย “กวิน... ทำไมต้องฝืนด้วยล่ะลูก” เสียงของแม่ลอยมาใกล้ขึ้น กระซิบอยู่ข้างหูซ้ายของเขาจนขนอ่อนทั่วร่างลุกเกรียว “เรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่องเลข 95... มันไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของคำสาปที่เลือดของเจ้าต้องรับใช้” กวินหันขวับไปมองที่ต้นเสียง แต่เห็นเพียงความว่างเปล่า ทว่าบนพื้นไม้ที่ว่างเปล่านั้นกลับมีรอยเท้าเปียกชื้น ปรากฏขึ้นทีละก้าว... ทีละก้าว... เดินตรงมาหาเขาอย่างช้าๆ รอยเท้านั้นมีกลิ่นสาบสางของโคลนและซากศพ เขากัดฟันแน่น ตัดสินใจพุ่งตัวไปที่บันไดทางขึ้น ความสับสนปนเปไปกับความอยากรู้อยากเห็นที่น่าสะพรึงกลัว เขาต้องรู้... เขาต้องหาคำตอบจากบันทึกของยายจันทร์ที่ซ่อนอยู่บนนั้น เพราะถ้าเลขบนอกเขาคือ 95 นั่นหมายความว่า ชีวิตของเขาเหลือเวลาอีกไม่มาก ก่อนที่จะกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรือนอาถรรพ์แห่งนี้ เมื่อกวินก้าวขึ้นบันไดขั้นที่สาม ไม้ที่ผุกร่อนก็ส่งเสียง 'เอี๊ยด' แหลมสูงบาดหู ในวินาทีนั้นเอง เขาก็เห็นร่างสองร่างยืนรออยู่ตรงปลายบันได เงาร่างที่คุ้นตา เงาร่างที่เขารอคอยมาตลอดชีวิต แต่เมื่อแสงจันทร์ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือนเข้ามา สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เลือดในกายแทบหยุดไหล มันไม่ใช่พ่อและแม่ในสภาพมนุษย์... ร่างกายของทั้งคู่บิดเบี้ยว เนื้อหนังหลุดลุ่ยจนเห็นกระดูกสีขาวโพลน และที่อกของทั้งสองร่างนั้นมีรอยสักเลข '94' และ '93' ประทับอยู่เช่นเดียวกับเขา แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดวงตาที่โบ๋กลวงของร่างนั้น มันจ้องมองมาที่เขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะกวิน" ร่างที่ดูเหมือนแม่ยกมือขึ้นชี้ที่อกของเขา "เจ้ามาถึงตอนที่ 95 แล้ว... และกุญแจดอกสุดท้ายที่จะปิดฉากตำนานรอยเลือดเก่า ก็คือหัวใจของเจ้าเอง" กวินชะงักงัน ในจังหวะที่มือที่เน่าเปื่อยของร่างนั้นเอื้อมมาแตะที่หน้าอกของเขา สัมผัสที่เย็นเยียบจนเนื้อเยื่อของเขาแทบจะด้านชา เขาก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังร่างทั้งสองคนนั้น... ยายจันทร์! เธอยืนนิ่งสนิท ดวงตาที่เคยขุ่นมัวกลับวาวโรจน์ด้วยอำนาจมืดมิดที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสยองขวัญในค่ำคืนนี้ไปกับเสียงกระซิบยามดึกนะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%