เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 18

กุญแจสำคัญ

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"ถ้าคุณยังดึงดันจะไขมัน... ประตูบานนั้นจะไม่เพียงแค่เปิดรับความจริง แต่มันจะปล่อย 'บางสิ่ง' ที่เคยถูกจองจำไว้ออกมาด้วย" เสียงของยายจันทร์ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของกวิน แม้ว่าหญิงชราจะลับสายตาไปตั้งแต่พลบค่ำ ทนายความหนุ่มยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงใหญ่ของเรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า กลิ่นอับชื้นของไม้สักโบราณผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่ในอากาศ ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด แสงไฟจากตะเกียงเจ้าพายุสาดส่องกระทบกับเงาตะคุ่มของเสาเรือน จนดูคล้ายร่างไร้วิญญาณที่กำลังยืนรายล้อมตัวเขาอยู่ กวินก้มมองวัตถุในมือ มันคือสิ่งเดียวที่ยายจันทร์ทิ้งไว้ให้ก่อนจะหายตัวไปในความมืด—กุญแจทองเหลืองโบราณขนาดเท่าฝ่ามือ เนื้อโลหะด้านชาไร้ประกาย แต่ทว่ากลับเย็นเฉียบราวกับถูกแช่ไว้ในน้ำแข็ง ลวดลายสลักบนดอกกุญแจเป็นรูปงูพันเกลียวรอบก้านเหล็ก ดวงตาของงูถูกฝังด้วยนิลดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟวับวาวราวกับมีชีวิต สัมผัสพิเศษทางสายเลือดเริ่มทำงานทันที ปลายนิ้วของกวินชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก เมื่อผิวเนื้อสัมผัสกับผิวโลหะ ภาพนิมิตวูบวาบก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองของเขา เสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้หญิง เสียงโลหะกระทบกัน และกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นขึ้นจนแทบสำลัก กวินเซถอยหลังไปสองก้าว มือข้างที่ถือกุญแจสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ *นี่ไม่ใช่แค่กุญแจธรรมดา... แต่มันคือโซ่ตรวนที่ล่ามวิญญาณของเรือนหลังนี้เอาไว้* เสียงเตือนของหลวงตาเมฆดังขึ้นในใจ *“โยมกวิน... ของสิ่งใดที่ถูกปิดตายด้วยเลือด ย่อมมีเหตุผลของมัน อย่าหาญกล้าท้าทายสิ่งที่บรรพบุรุษของโยมพยายามปกปิดด้วยชีวิต”* แต่ความอยากรู้และความจริงเกี่ยวกับการตายอันปริศนาของพ่อแม่ กลับมีพลังดึงดูดมากกว่าความกลัว กวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเยือกเย็น แม้หัวใจข้างในจะเต้นรัวระทึกราวกับกลองศึก เขากวาดสายตามองไปรอบห้องโถง ประตูไม้บานทึบจำนวนมากที่เคยปิดตายมานานหลายสิบปี บัดนี้ดูเหมือนจะส่งเสียงกระซิบเรียกหาเขา กวินก้าวเท้าช้าๆ ไปยังประตูบานที่อยู่ลึกที่สุดในมุมมืดของโถงชั้นสอง ประตูบานนี้ไม่มีลูกบิด ไม่มีรูกุญแจที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันเรียบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับผนังไม้สักทอง ทว่าเมื่อกวินเดินเข้าไปใกล้ กุญแจทองเหลืองในมือก็สั่นกระพือขึ้นเองอย่างรุนแรง ราวกับมันกำลังดึงดูดเข้าหากลอนประตูลับที่ซ่อนอยู่หลังแผ่นไม้ ทนายความหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขายกมือขึ้นสัมผัสกับเนื้อไม้เย็นเฉียบ บริเวณรอยต่อของไม้มีร่องรอยการแกะสลักเป็นรูปกลีบดอกบัวตูม กวินลองกดนิ้วลงไปตามสัญชาตญาณ เสียง "คลิก" เบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับรอยแยกที่ค่อยๆ ปรากฏออกเป็นรูปรูกุญแจขนาดพอดีกับดอกกุญแจทองเหลืองในมือ มือเรียวสั่นน้อยๆ ขณะสอดกุญแจทองเหลืองเข้าไปในร่องลึก ขนาดและร่องฟันของกุญแจรับกับกลไกภายในได้อย่างพอเหมาะราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกันและกัน กวินสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ก่อนจะออกแรงหมุนกุญแจ *แกร๊ก... โครน!* เสียงกลไกโบราณทำงานดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วเรือนที่เงียบสงบ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการจำศีล กลิ่นอับชื้นถูกแทนที่ด้วยลมเย็นยะเยือกพัดสวนออกมาจากรอยแยกของประตู กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นของธรรมชาติ แต่มันคือกลิ่นศพเน่าเปื่อยผสมกับกลิ่นธูปเทียนบูชาคนตาย กวินผับมือกลับด้วยความตกใจ แสงไฟจากตะเกียงวูบดับลงทันที ความมืดมิดสนิทเข้าโอบล้อมร่างของเขาในเสี้ยววินาที พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นจากด้านหลัง... เสียงฝีเท้าที่ย่ำบนพื้นไม้กระดานดัง *เอี๊ยด... อาด...* ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หัวใจของกวินหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขายืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูที่เพิ่งปลดล็อก ขนลุกซู่ไปทั้งร่างเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจเย็นเฉียบที่เป่ารดต้นคอ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหู "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกพ่อ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาด้วยกันจนถึงบรรทัดนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%