นิ้วเรียวของกวินสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เขาปล่อยให้เสียงแหบพร่าของยายจันทร์สะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องโถง ความจริงที่ว่าหญิงชราผู้นี้ควรจะหายสาบสูญไปนับตั้งแต่วันแรกที่เขาเหยียบย่างเข้ามาในเรือนอาถรรพ์หลังนี้ กลายเป็นก้อนสะเก็ดไฟที่แผดเผาความมั่นใจทั้งหมดที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิต ทนายความหนุ่มผู้เคยเชื่อมั่นในหลักฐาน เหตุผล และตรรกะทางกฎหมาย บัดนี้กลับยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหินท่ามกลางเงาทึบของเสาไม้สักที่ถูกย้อมด้วยคราบเลือดเก่า
"แกคิดว่าความรู้ทางกฎหมายกะดาษไม่กี่แผ่นจะช่วยล้างมลทินที่ฝังรากลึกในเรือนนี้ได้หรือคุณกวิน..."
เสียงนั้นแห้งผากราวกับกระดาษทรายถูกครูดไปกับพื้นไม้ สำเนียงของยายจันทร์เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความเวทนาในคราวเดียวกัน หญิงชรายืนอยู่ตรงธรณีประตู ร่างกายผอมเกร็งห่อหุ้มด้วยผ้าสաբะสีมอซอ เส้นผมสีดอกอ้อรุ่ยร่ายปรกลงมาเคลียใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและจุดด่างดำจากความชราภาพ แววตาของยายจันทร์ไม่ได้สะท้อนความกลัวต่อความมืดมิดในเรือนเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเปล่งประกายความดุดันราวกับเจ้าถิ่นที่กำลังมองดูผู้บุกรุกผู้โง่เขลา
กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลำคอของเขารู้สึกแห้งผากราวกับถูกโรยด้วยทรายร้อน
"ยาย... ยายหายไปไหนมาตลอดหลายวัน ชาวบ้านบอกว่ายายหายตัวไปตั้งแต่วันที่ผมมาถึง..." เขาพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ แต่ความจริงที่ว่าเขาสัมผัสพลังงานแปลกประหลาดรอบตัวมาโดยตลอด ทำให้ประโยคของเขากล้อมแกล้มอย่างไร้พลัง
ยายจันทร์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหลมเล็กและแห้งแล้งนั้นบาดลึกเข้าไปในประสาทสัมผัสของทนายความหนุ่ม
"หายไปไหนอย่างนั้นหรือ... ฉันไม่ได้ไปไหนเลย ฉันก็อยู่ตรงนี้ ในเรือนหลังนี้ ในซอกหลืบที่พวกแกมองไม่เห็นด้วยตาเนื้อยังไงล่ะคุณทนาย... แกต่างหากที่ตาบอด แกคิดว่าการถือพินัยกรรมเก่าๆ กับความกระหายอยากจะรู้ความจริง จะทำให้แกพ้นจากเงื้อมมือของ 'เจ้าของตัวจริง' ได้อย่างนั้นหรือ?"
กวินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ส้นเท้าของเขาชนเข้ากับตู้ไม้โบราณจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ความเชื่อมั่นในตัวเองที่เคยแข็งแกร่งดั่งหินผาเริ่มมีรอยร้าวลึกขึ้นทีละน้อย ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่พ่อกับแม่เคยพยายามเตือนเขาเรื่อง 'สัมผัสพิเศษ' ผุดขึ้นมาซ้อนทับกับสถานการณ์ตรงหน้า พ่อเคยบอกว่าสัมผัสนี้คือพรสวรรค์ แต่ในวินาทีนี้ กวินกลับรู้สึกว่ามันคือคำสาปที่กำลังลากเขาดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความวิกลจริต
"ผมไม่ได้มาเพื่อท้าทาย..." กวินกัดฟันกรวด พยายามดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา เขาเป็นนักกฎหมาย เขาต้องควบคุมสถานการณ์ "ผมมาที่นี่เพื่อหาความยุติธรรมให้คนที่ตายไป... รวมถึงเรื่องราวของครอบครัวผมเอง"
ยายจันทร์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประสาทสัมผัสทางสายเลือดของกวินกรีดร้องเตือนภัยทันที กลิ่นอายของความตายและกลิ่นสาบสางที่โชยมาจากร่างของยายชรานั้นรุนแรงเสียจนเขารู้สึกคลื่นไส้
"ความยุติธรรมเหรอ? ฮึ... ในเรือนรอยเลือดเก่าแห่งนี้ กฎหมายของพวกมนุษย์ไม่มีค่าอะไรเลย นอกจากเศษกระดาษชำระ พ่อแม่ของแกก็ตายเพราะโง่เชื่อในความยุติธรรมแบบนี้แหละคุณกวิน และตอนนี้ แกก็กำลังเดินตามรอยเท้าพวกเขาทีละก้าว... ทีละก้าว... จนกระทั่งจมดิ่งลงไปในหลุมเดียวกัน!"
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของกวินอย่างจัง หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วราวกับจะหลุดออกมาจากอก ภาพเหตุการณ์วันที่พ่อแม่เสียชีวิตในอุบัติหตุปริศนาผุดวาบขึ้นมาในหัว พร้อมกับความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณเขามานานนับปี ความมั่นใจที่ว่าเขาจะสามารถไขปริศนาเรือนอาถรรพ์นี้ได้ด้วยมันสมองและหลักฐาน พังทลายลงไม่เป็นท่า เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจจนแทบหายใจไม่ออก
ในจังหวะที่กวินกำลังจะจมดิ่งลงไปในความสิ้นหวังนั้นเอง เสียงสวดมนต์ทุ้มต่ำและหนักแน่นก็ดังแว่วมาจากนอกหน้าต่าง เป็นเสียงของหลวงตาเมฆที่มักจะมาทันเวลาเสมอเพื่อดึงสติเขาออกจากขอบเหวแห่งความมืดมิด หลวงตาเมฆไม่ได้เข้ามาในเรือน แต่เสียงสวดนั้นทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวของยายจันทร์สั่นไหว
ยายจันทร์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าที่เหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความไม่พอใจ หล่อนเหลียวมองออกไปนอกหน้าต่างแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาหากวินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"พระแก่ๆ รูปนั้นช่วยแกได้แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละคุณกวิน... แต่จำคำฉันไว้ เมื่อใดก็ตามที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า และความมืดกลืนกินเรือนหลังนี้ รอยเลือดบนพื้นไม้จะตื่นขึ้น และในตอนนั้น จะไม่มีใครหน้าไหนช่วยแกได้... แม้แต่เงาของตัวแกเอง"
พูดจบ ยายจันทร์ก็หมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว ร่างผอมเกร็งนั้นก้าวเดินหายเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดินชั้นสองอย่างเงียบเชียบ ราวกับร่างของหล่อนไร้น้ำหนัก ราวกับหล่อนไม่ใช่คนที่มีลมหายใจจริงๆ
กวินยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่ลำพัง ความเงียบสงัดกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเยียบเย็นลงจนน่ากลัว เขายกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ ความสั่นคลอนในจิตใจทำให้เขารู้สึกเคว้งคว้างอย่างไร้ที่
เขาก้มลงมองพื้นไม้สักบริเวณที่ยายจันทร์ยืนอยู่เมื่อครู่ และในวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของเขาก็แทบจะหยุดชะงักลง
คราบสีคล้ำที่เคยแห้งกรังบนพื้นไม้ บัดนี้กำลังเริ่มละลายกลายเป็นของเหลวสีแดงฉานสดๆ ราวกับเพิ่งถูกกรีดออกมาจากบาดแผลสดๆ และมันกำลังไหลซึม คลานกระดึ๊บเข้าหาปลายรองเท้าหนังของเขาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ดังขึ้นจากใต้พื้นเรือน... *'ความจริง... กำลังจะกลืนกินแก...'*
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางในความมืดนี้ไปด้วยกันนะคะ
เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 44
รอยร้าวในใจ
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!