กลิ่นอับชื้นของดินโคลนเน่าเสียผสมกับกลิ่นคาวเลือดเก่าแก่ตีทะลักเข้าสู่โพรงจมูกของกวินอย่างรุนแรง จนชายหนุ่มเกือบสำลักออกมา เสียงกระซิบที่ดังแนบชิดใบหูเมื่อครู่ยังคงทิ้งไอความเย็นเยียบเยือกไว้ราวกับน้ำแข็งเกาะกุม ผิวหนังทั่วร่างลุกชันขึ้นพร้อมๆ กับหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
*“พ่อ... ลูกมาช่วยแล้วนะลูก...”*
น้ำเสียงนั้น... มันไม่ใช่เสียงของวิญญาณร้ายที่พยายามดัดแปลงเพื่อล่อลวง แต่มันคือเสียงอันคุ้นเคยของบิดาผู้ล่วงลับ บิดาผู้ที่กวินเก็บเถ้ากระดูกและฝังร่างไว้ด้วยมือของตนเองเมื่อหลายปีก่อน เสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงH่วงอาลัยและความอบอุ่นที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต ทว่า ในสถานที่อัปมงคลแห่งนี้ ในเงื้อมมือของเรือนอาถรรพ์ที่กลืนกินวิญญาณมานักต่อนัก เสียงนั้นกลับให้ความรู้สึกบิดเบี้ยวและชวนให้ขนหัวลุกยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ
กวินเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อในวินาทีที่เงาดำมหึมาไร้ใบหน้าพุ่งเข้าประชิด เปลวเพลิงสีเขียวมรกตที่ล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองสั่นไหวรุนแรงราวกับมีชีวิต มันแผ่ไอความร้อนที่แผดเผาจิตวิญญาณ ไม่ใช่เผาร่างกาย—แต่เป็นการเผาไหม้สติสัมปชัญญะทีละน้อย เด็กน้อยในอ้อมแขนของเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงกรีดแหลมเล็กที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ แก้วตาสีดำสนิทของเด็กน้อยสะท้อนภาพเงาดำที่กำลังยื่นมืออันยาวเรียวราวกับกิ่งไม้แห้งเข้ามาใกล้
“อย่ามองมัน... ลูกจ๋า อย่ามองเด็ดขาด!” กวินตะโกนเตือนด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า แม้จะไม่รู้ว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนคือใคร หรือเหตุใดจึงมาติดอยู่ในขุมนรกนี้ด้วยกัน แต่สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์สั่งให้เขากอดร่างเล็กนั้นไว้แน่นจนกระดูกแทบจะแนบติดกัน
ชายหนุ่มรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง พยายามดึงพลังจิตและสัมผัสพิเศษที่สืบทอดทางสายเลือดมาใช้ มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ตเพื่อควานหาวัตถุมงคลที่หลวงตาเมฆเคยเมตตามอบให้—ตะกรุดโทนเนื้อสำริดโบราณที่ผ่านการปลุกเสกมาอย่างเข้มขลัง ทว่า ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวโลหะเย็นเฉียบ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นริ้วขึ้นมา ตะกรุดในมือของเขากำลังร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ ราวกับถ่านไฟที่เพิ่งถูกคีบออกจากเตา ความร้อนนั้นแผดเผาฝ่ามือจนผิวหนังขึ้นรอยแดงก่ำ แต่วินาทีนี้ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความตระหนักรู้ที่ผุดขึ้นมาในหัว
*อาคมถูกปิดตาย...*
กวินกวาดสายตามองไปรอบตัวผ่านม่านเปลวเพลิงสีเขียวมรกต ทัศนียภาพเบื้องหน้าบิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำละลาย ทางออกเดียวที่เขาเดินเข้ามาเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกำแพงไม้สักเก่าแก่ที่อัดแน่นไปด้วยรอยเลือดสีดำคล้ำที่แห้งกรังนับไม่ถ้วน รอยเลือดเหล่านั้นไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่มันกำลังไหลวน ขยับเขยื้อน และส่งเสียงกระซิบกระซาบระงมราวกับเสียงของคนนับร้อยที่กำลังกรีดร้องด้วยความทรมานในขุมนรก
“หนีไม่พ้นหรอก... ลูกจ๋า พ่ออยู่ที่นี่แล้ว...”
เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากด้านหลังของกำแพงไม้สัก กวินหันขวับกลับไปมองด้วยความหวาดระแวง ดวงตาคมกริบฉายแววสับสนและเจ็บปวด หากนั่นคือวิญญาณของพ่อจริง เหตุใดจึงมาติดอยู่ในอาถรรพ์นี้? หรือนี่คือกลลวงของ "เจ้าเรือน" ที่ใช้ความโหยหาในอดีตมาเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายจิตใจของเขา?
“คุณพ่อ... ถ้าท่านคือพ่อจริงๆ ไฉนจึงมาอยู่ในที่อัปมงคลเช่นนี้!” กวินตะโกนออกไป เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ทนายความหนุ่มไม่เคยยอมจำนนต่อความกลัวได้ง่ายๆ แม้สถานการณ์จะบีบคั้นจนแทบไร้ทางออกก็ตาม
เงาดำไร้ใบหน้าที่อยู่เบื้องหน้าชะงักไปชั่วขณะ มืออันยาวเรียวที่เกือบจะคว้าคอของเขาหยุดค้างกลางอากาศ ไอหมอกสีดำทมิฬที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นหมุนวนช้าลง ก่อนที่เงาดำจะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ปลดปล่อยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบตัวหนาแน่นราวกับจมอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร แรงกดดันนี้ทำให้กวินเข่าอ่อนทรุดลงไปข้างหนึ่ง เด็กน้อยในอ้อมแขนส่งเสียงร้องไห้จ้าออกมาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ในจังหวะวิกฤตนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณ
“กวิน! ตั้งสติให้มั่น! อย่าให้อาคมมันลวงตาเจ้า!”
เสียงตวาดก้องอันทรงพลังดังมาจากทิศทางของบันไดเรือน แม้จะอยู่ท่ามกลางม่านเพลิงสีเขียว แต่กวินจำเสียงนี้ได้แม่นยำ—เสียงของหลวงตาเมฆ พระภิกษุดรุณีผู้เฒ่าที่เตือนเขาเสมอเรื่องความอาฆาตมาดร้ายของเรือนหลังนี้ แต่แปลกเหลือเกิน... หลวงตาเมฆไม่ได้เข้ามาในเรือน แต่เสียงนั้นดังมาจากข้างนอก ราวกับท่านพยายามส่งแรงใจและคาถามาช่วยปัดเป่าจากภายนอก
“หลวงตา! ผมออกไปไม่ได้! อาคมมันขังผมไว้!” กวินตะโกนตอบกลับสุดเสียง พร้อมกับใช้มืออีกข้างที่ยังว่างทุบลงไปบนกำแพงไม้สักอย่างบ้าคลั่ง เนื้อไม้แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ไม่มีรอยยุบแม้แต่น้อย กลับกัน แรงกระแทกนั้นสะท้อนกลับมาจนกระดูกข้อมือของเขาปวดร้าว
“จำคำของอาตมาให้ดี... ทางรอดของเรือนหลังนี้ ไม่ได้อยู่ที่มีทางออกให้เดินออกไป แต่รอดได้ด้วยการเผชิญหน้ากับบาปที่เจ้าแบกรับอยู่!” เสียงของหลวงตาเมฆแว่วมาไกลขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสัญญาณกำลังจะขาดหาย “สละสิ่งที่ยึดติด... แล้วความจริงจะปรากฏ!”
*สละสิ่งที่ยึดติดงั้นหรือ?*
กวินหอบหายใจถี่กระชั้น สายตาก้มมองเด็กน้อยในอ้อมแขน เด็กคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น... หากมองผ่านม่านตาที่พร่ามัวด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา แก้วตาดำสนิทคู่นั้นช่างละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองในวัยเด็ก ภาพความทรงจำในวันที่สูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุปริศนาผุดวาบขึ้นมาในหัว สมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ก่อนจากไป คือความจริงที่ว่าครอบครัวของพวกเขาเคยมีความเกี่ยวพันลึกซึ้งกับเรือนหลังนี้
เงาดำไร้ใบหน้าเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนรุนแรง รอยเลือดบนผนังเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่าทวีความรุนแรงขึ้นจนแสบจมูก มืออันยาวเรียวยื่นมาแตะที่ไหล่ของกวิน ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่ผิวเนื้อ ราวกับความตายกำลังเอื้อมมือมาแตะต้องตัวเขาโดยตรง
“พ่อมาแล้ว... ลูกต้องไปกับพ่อ...” เสียงนั้นกระซิบเบาหูอีกครั้ง คราวนี้มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้จิตใจของกวินเริ่มเคลิบเคลิ้ม สติสัมปชัญญะที่เคยเยือกเย็นเริ่มพร่าเลือน ภาพวันวานอันแสนอบอุ่นในอดีตผุดขึ้นมาทับซ้อนกับความมืดมิดเบื้องหน้า ราวกับว่าการเดินตามเงาดำนั้นไป คือการหลุดพ้นจากความเหนื่อยล้าทั้งหมดทั้งมวลในโลกใบนี้
กวินหลับตาลงช้าๆ ร่างกายที่เคยขัดขืนเริ่มผ่อนคลายลง ปลายนิ้วที่กำตะกรุดโทนไว้แน่นเริ่มคลายออกทีละน้อย... ทีละน้อย...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไปในห้วงนิทราแห่งความตาย เสียงทุบประตูด้านนอกเรือนก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแสงสว่างวาบสีทองอร่ามที่สาดส่องทะลุกำแพงไม้เข้ามา ตามมาด้วยเสียงแหบพร่าของใครอีกคน—คนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เด็ดขาด
“อย่าไปฟังมัน, ไอ้หนุ่ม! นั่นไม่ใช่พ่อแก... แต่มันคือเจ้าของเรือนที่รอสลับร่างกับแกต่างหาก!”
เสียงนั้นคือเสียงของ "ยายจันทร์" หญิงชราลึกลับจากท้ายหมู่บ้าน ผู้ซึ่งเคยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันแรกที่เขาย่างก้าวเข้ามาในดินแดนอาถรรพ์แห่งนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเผชิญหน้ากับความกลัวไปด้วยกันนะคะ
เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 43
ทางรอดที่ไม่มีจริง
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!