"มึงจะหุบปากหรือจะให้กูงัดลิ้นมึงออกมาดูว่ามันเน่าไปถึงไหน!"
กวินตวาดเสียงสั่นพร่า มือหนากำด้ามมีดทำครัวจนขึ้นข้อขาว เขาไม่ได้พูดกับใคร แต่พูดกับความเงียบที่กดทับอยู่ในห้องโถงกว้างของเรือนไม้สักเก่าคร่ำ เขาเพิ่งผ่านค่ำคืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิต เสียงกระซิบที่เรียกชื่อเขานับร้อยสายในตอนนั้นยังคงหลอกหลอนประสาทสัมผัส ราวกับมีมดนับพันตัวไชชอนอยู่ในรูหู
เขาค่อยๆ ลดมีดลง เมื่อพบว่าเบื้องหน้าไม่ใช่ผีสางที่ไหน แต่เป็นเพียงไม้กระดานแผ่นเข้มที่ดูเหมือนจะปรกติ... จนกระทั่งสายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่มุมห้อง
รอยเท้าเปล่าเปลือยเปื้อนคราบสีแดงเข้มประทับอยู่บนพื้นไม้ มันไม่ใช่รอยเลือดแห้งกรัง แต่มันสดใหม่ราวกับเพิ่งเหยียบย่ำลงไปเมื่อวินาทีก่อน คราบเหลวนั้นเหนียวเหนอะจนกวินได้กลิ่นคาวสนิมเหล็กคลุ้งอยู่ในอากาศ รอยเท้าเริ่มจากกลางห้อง แล้วลากยาวไปหยุดนิ่งที่หน้าห้องนอนของเขา... ห้องที่เขาขังตัวเองไว้ตลอดคืน
"ทนายกวิน... หลานน่ะมันดื้อพอๆ กับพ่อมันไม่มีผิด"
เสียงแหบพร่าดั่งใบไม้แห้งเสียดสีกันดังมาจากทางขึ้นเรือน กวินสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยายจันทร์ที่มายืนอยู่ตรงเชิงบันไดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครทราบ หญิงชราในชุดไทยห่มสไบสีตุ่นจ้องมองรอยเลือดบนพื้นด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับเห็นเป็นเพียงหยดน้ำฝนที่รั่วซึมจากหลังคา
"ยายจันทร์... นี่มันอะไรกัน" กวินถาม เสียงของเขาแหบแห้งผิดปกติ เขาพยายามควบคุมอาการสั่นของมือ "ใครเข้ามาในเรือนนี้ ใครทำแบบนี้"
ยายจันทร์ไม่ได้ตอบทันที นางก้าวขึ้นเรือนอย่างเชื่องช้า แต่ละจังหวะที่เท้าเหยียบลงบนไม้ เสียงลั่นของมันฟังดูโหยหวนเหมือนเสียงกระดูกถูกบดขยี้ นางเดินมาหยุดลงข้างรอยเท้าเลือดนั้น ใช้ปลายไม้เท้าเคาะลงบนพื้นไม้ที่เปื้อนคราบแดงเบาๆ
"อย่าถามว่าใครทำ แต่จงถามว่ามัน... 'ยังอยู่ไหม'" ยายจันทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาขุ่นมัวของนางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกวิน "คนในตระกูลมึงไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุหรอกนะกวิน พ่อแม่มึง... ก็แค่เดินตามรอยเท้านี้ไป"
กวินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความเย็นเยียบแล่นขึ้นมาจากปลายเท้า เขาทรุดตัวลงนั่งยองๆ สังเกตเห็นรายละเอียดที่ทำเอาลมหายใจสะดุด รอยเท้านั้นไม่ได้มีห้านิ้วเหมือนเท้ามนุษย์ แต่มันมีรอยแฉกยาวเหยียดคล้ายเล็บสัตว์ป่าที่กดลึกจนเนื้อไม้เป็นรอยบุ๋ม
"ผมต้องออกไปจากที่นี่" กวินพึมพำลุกขึ้นยืนด้วยความสับสน
"ออกไปเหรอ?" ยายจันทร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "กุญแจเรือนนี้อยู่ในมือผี แต่มึงถือโฉนดอยู่ในกระเป๋า คิดว่ามันจะปล่อยให้มึงไปง่ายๆ หรือไง? ยิ่งมึงกลัว... กลิ่นเลือดในตัวมึงยิ่งหอมหวน"
ในจังหวะนั้นเอง สายลมวูบใหญ่พัดผ่านเข้าทางช่องหน้าต่างที่ปิดสนิท บานหน้าต่างไม้ลั่นเปรี้ยงปร้างจนเกือบหลุดจากบานพับ กวินหันไปมองรอยเลือดที่พื้นอีกครั้ง และเขาก็แทบหยุดหายใจ เมื่อพบว่ารอยเลือดไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าห้องนอนอย่างเมื่อครู่ แต่มันกำลังขยับ!
มันค่อยๆ เคลื่อนตัวไปข้างหน้าทีละนิ้ว... ราวกับมีเจ้าของรอยเท้าที่มองไม่เห็นกำลังก้าวเดินอย่างช้าๆ ออกจากห้องนอนของเขา!
กวินถอยหลังกรูดไปจนชนฝาผนัง หัวใจเขาเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เขาเห็นคราบเลือดนูนขึ้นเล็กน้อยตามจังหวะที่รอยเท้านั้นประทับลงบนไม้ กวินรีบหยิบเหรียญบาทในกระเป๋าขึ้นมา... เหรียญที่เขาเก็บได้เมื่อวาน—เหรียญที่พ่อเขาเคยพกติดตัวไว้เสมอ
"หลวงตาเมฆบอกว่าเหรียญนี้คือทางออก" กวินกำเหรียญแน่นจนเหงื่อชุ่ม
"หลวงตาก็ช่วยได้แค่คนที่มีบุญบารมีพอจะให้ช่วย" ยายจันทร์เดินเข้ามาใกล้ กลิ่นสาบสางรุนแรงขึ้นจนกวินต้องกลั้นหายใจ นางเอื้อมมือเหี่ยวแห้งมาแตะที่หน้าอกของเขา สัมผัสนั้นเย็นจัดจนเขารู้สึกเหมือนถูกน้ำแข็งนาบ "แต่คนบ้านนี้... ไม่เคยมีใครรอดพ้นบ่วงกรรมที่ขุดหลุมรอไว้"
ทันใดนั้น เสียงกระซิบที่เงียบหายไปก็ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่จากใต้ถุนเรือน แต่ดังมาจาก 'ด้านหลัง' หูของกวินโดยตรง
*“กวิน... กลับมาอยู่กับพ่อแม่สิลูก...”*
กวินสะดุ้งสุดตัว หันไปมองที่รอยเลือดนั้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่เพียงรอยเท้าเปื้อนเลือดอีกต่อไปแล้ว แต่ทว่าที่พื้นไม้ตรงนั้น กลับมีรอยเล็บที่ถูกกรีดลึกลงไปจนเป็นชื่อของเขาเอง... 'กวิน' ถูกเขียนด้วยเลือดสดๆ ที่กำลังเดือดพล่านราวกับน้ำมันร้อน
เขาหันไปหายายจันทร์เพื่อจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่หญิงชราหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเงาดำทะมึนที่ทอดยาวออกมาจากมุมมืดของเรือน ร่างเงานั้นสูงใหญ่ผิดปกติ และมันกำลังก้าวเข้ามาหาเขาพร้อมกับเสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบ
กวินถอยจนสุดทางที่บันไดหลังบ้าน ก่อนที่มือที่มองไม่เห็นจะคว้าหมับเข้าที่ลำคอของเขา แรงมหาศาลกดเขาลงกับพื้นไม้ จนเลือดสดๆ จากรอยเท้านั้นกระเซ็นมาโดนใบหน้าของเขา
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย กวินเหลือบไปเห็นบางอย่างใต้กระดานที่หักพัง—มันคือกรอบรูปเก่าที่ถูกซ่อนไว้ ภายในกรอบรูปใบนั้น คือภาพของ 'ตัวเขาเอง' ในชุดที่เขาสวมใส่อยู่ในตอนนี้... แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น คือในภาพเขากำลังยืนอยู่กับร่างไร้วิญญาณของพ่อและแม่ ที่ใบหน้าถูกลบออกไปจนกลายเป็นความว่างเปล่าที่ดำมืด
และในขณะที่เขาพยายามจะตะโกน ประตูหน้าบ้านที่เขาปิดตายไว้เมื่อคืน ก็เปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของหลวงตาเมฆที่มาถึง... ทว่าใบหน้าของหลวงตากลับซีดเผือด และในมือท่านไม่ได้ถือตาลปัตร แต่กลับถือมีดอาคมเล่มเดียวกับที่กวินถืออยู่!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางสู่ความมืดมิดไปพร้อมกับ "เสียงกระซิบยามดึก" ครับ
เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 3
รอยเท้าปริศนา
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!