"ถอยไป... อย่าเข้ามา!"
กวินตะโกนสุดเสียง ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมามีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า มือที่เน่าเปื่อยจนเห็นกระดูกสีเหลืองซีดคู่นั้นยังคงเกาะขอบประตูแน่น แรงบีบของมันทำให้เนื้อไม้ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะแตกหัก กวินถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับผนังเรือนที่เย็นเยียบ ความเย็นนั้นไม่เหมือนอุณหภูมิห้องปกติ แต่มันแทรกซึมผ่านเสื้อผ้าเข้าไปจับที่กระดูกสันหลังจนเขาสั่นสะท้าน
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกจนแสบจมูก กลิ่นสาบสางที่โชยมานั้นรุนแรงยิ่งกว่าซากสัตว์เน่าเปื่อย มันคือกลิ่นของดินชื้น กลิ่นเลือดเก่า และกลิ่นของความตายที่ถูกกักขังมานานนับทศวรรษ
"มึง... เอาของ... คืน... มา"
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากหน้าประตู แต่มันดังก้องอยู่ในมโนภาพของเขา—เสียงแหบพร่าคล้ายของแข็งครูดไปบนพื้นหิน กวินกัดฟันแน่น พยายามดึงสติอันน้อยนิดกลับมา เขาเป็นทนายความ เขาอยู่กับตรรกะและเหตุผลมาทั้งชีวิต แต่ในวินาทีนี้ ตรรกะเหล่านั้นกลับไร้ค่าเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตาเนื้อไม่ควรจะเห็น
กวินคว้าหยิบ 'ตะกรุดเก่า' ที่คุณยายจันทร์เคยให้ไว้ขึ้นมากำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดจากฝ่ามือช่วยดึงสติให้เขากลั้นใจมองผ่านช่องว่างของประตูอีกครั้ง ทว่าภาพที่เห็นกลับบิดเบี้ยวไป มือเน่าเปื่อยคู่นั้นจางหายไปราวกับควันไฟ ทิ้งไว้เพียงรอยนิ้วมือสีดำคล้ำที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อไม้
เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ลมหายใจหอบถี่ สายตาพลันเหลือบไปเห็นมุมมืดของห้อง... มุมที่เคยคิดว่าเป็นเพียงเงาไม้พาดผ่าน กลับมีบางอย่างกำลังขยับเขยื้อน
ไม่ใช่แค่หนึ่ง... แต่มีถึงสาม
ร่างสีเทาซีดที่รูปร่างบิดเบี้ยวผิดมนุษย์กำลังก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาของพวกมันไม่มีลูกตาดำ มีเพียงสีขาวขุ่นมัวที่จ้องเขม็งมาที่เขา ราวกับจะฉีกกระชากวิญญาณของเขาออกจากร่างให้ได้ กวินยกมือขึ้นกุมขมับ ความปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วศีรษะราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง นี่คือสัมผัสที่หกที่ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง เลือดในกายของเขากำลังเรียกหาเจ้าของที่แท้จริงของเรือนหลังนี้
"พวกมึงเป็นใคร..." กวินเค้นเสียงถาม แม้รู้ดีว่าไร้ประโยชน์
เงาร่างหนึ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบประชิดตัว กลิ่นเหม็นเน่าทำให้อาเจียนจนแทบขาดใจ มันค่อยๆ ก้มลงมาจนใบหน้าเกือบจะชิดกับหูของเขา เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นแผ่วเบา แต่ทรงพลังจนทำให้น้ำตาของเขาร่วงหล่นโดยไม่รู้ตัว
"พ่อมึง... ก็เป็นทาสที่นี่... มึงก็หนีไม่พ้น"
กวินสะดุ้งสุดตัว มือคว้าคว้างในอากาศพยายามปัดป้องสิ่งเร้นลับนั้น แต่เขากลับพบเพียงความว่างเปล่า หัวใจเต้นรัวดั่งกลองรบขณะที่ภาพอดีต—ภาพของพ่อที่เคยจูงมือเขาเดินผ่านเรือนหลังนี้เมื่อครั้งยังเด็ก—ค่อยๆ ฉายชัดขึ้นในหัว พ่อไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุอย่างที่เขาเคยได้รับรู้มาตลอด... พ่อกลับมาที่นี่ เพื่อทำสัญญาบางอย่างที่เขายังไม่เคยล่วงรู้
กวินพยายามทรงตัวลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นพับจนแทบก้าวไม่ออก เขารู้แล้วว่าการหนีไม่มีความหมาย เขาต้องเผชิญหน้ากับมัน ไม่ใช่ด้วยกำลังกาย แต่ด้วยสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ในสายเลือด
เขาสาวเท้าเดินออกไปที่ระเบียงเรือน ท่ามกลางคืนเดือนดับที่มืดมิดไร้แสงดาว ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่เคยจ้องมองเขาจากมุมมืดก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง... แต่คราวนี้มันไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวขึ้นมาบนบันไดไม้เรือนด้านหน้าดังขึ้นเป็นจังหวะ 'ตึง... ตึง... ตึง...'
ไม่ใช่เสียงของคนแปลกหน้า แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทคู่เดิมที่พ่อเคยสวมในวันที่หายตัวไป และเมื่อเขามองลงไปที่บันไดขั้นล่างสุด แสงจันทร์เสี้ยวที่โผล่พ้นเมฆบางตา ก็เผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนหันหลังให้เขา... กวินเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า เมื่อชายคนนั้นค่อยๆ หันหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู
ใบหน้านั้น... คือใบหน้าของกวินเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสยองขวัญในค่ำคืนนี้ไปกับเสียงกระซิบยามดึกนะคะ
เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 10
สัมผัสที่หกตื่น
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!