เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 35

การทรยศของมิตร

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
“วางมีดลงเสียเถิดกวิน... เจ้ากำลังเดินเข้าสู่กับดักที่คนใกล้ตัวขุดไว้ให้จนมิดหัว” เสียงของหลวงตาเมฆที่ดังก้องอยู่ในกระจกยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของกวิน แต่ในเวลานี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขากลับไม่ใช่บานกระจกอาถรรพ์ แต่เป็นใบหน้าของ ‘วิทย์’ เพื่อนสนิทที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาตั้งแต่เริ่มเข้ามาสืบคดีเรือนไม้สักเก่าแก่หลังนี้ วิทย์กำลังยืนอยู่กลางโถงเรือน กลิ่นธูปเก่าๆ ที่อบอวลอยู่ในอากาศเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นสาบสางของเนื้อที่เน่าเปื่อย กวินกำด้ามมีดอาคมในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังเพื่อนรักที่บัดนี้รอยยิ้มที่เคยดูซื่อตรงกลับบิดเบี้ยวผิดรูป “ทำไม...” กวินเค้นเสียงออกมาจากลำคอ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “นายเป็นคนบอกฉันเองว่าเรือนนี้มีอะไรผิดปกติ นายเป็นคนช่วยฉันแกะรอยประวัติของเจ้าของเรือน... ตลอดเวลาที่ผ่านมา นายเห็นฉันเป็นอะไรกันแน่?” วิทย์ไม่ได้ตอบในทันที เขาค่อยๆ หยิบตลับสีผึ้งสีแดงฉานขึ้นมาป้ายที่ริมฝีปากอย่างใจเย็น จังหวะการเคลื่อนไหวนั้นเชื่องช้าจนน่าขนลุก ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยแสงสีเขียวประหลาดในความมืดสลัวของโถงเรือน “เป็นอะไรน่ะหรือ?” วิทย์ทวนคำพลางหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนคนหลายคนกำลังหัวเราะพร้อมกัน “เป็นเหยื่อที่แสนโอชะไงล่ะกวิน... นายคิดว่าใครกันที่คอยบอกทางให้นายเข้ามาติดกับที่นี่? ใครกันที่คอยกระซิบข้างหูให้พ่อแม่นายต้องตายไปตั้งแต่วันนั้น?” กวินรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแหลกละเอียด ความทรงจำเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมในอดีตพุ่งเข้าจู่โจมเขาราวกับคลื่นพายุ เขานึกถึงวันที่พ่อแม่จากไป นึกถึงแววตาที่วิทย์มองเขาในงานศพวันนั้น... มันไม่ใช่ความเห็นใจ แต่มันคือความสะใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของเพื่อนที่แสนดี “แก... แกเป็นคนทำ” กวินพุ่งตัวเข้าหาหมายจะปลิดชีพอีกฝ่าย แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น พื้นเรือนไม้กลับสั่นสะเทือน ร่างของวิทย์หายวับไปกับตา ราวกับเขาไม่เคยยืนอยู่ตรงนั้นแต่แรก ทันใดนั้น เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่เสียงของวิทย์ แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เสียงของผู้หญิงที่เขารักและเคารพดั่งแม่... ยายจันทร์ “กวิน... อย่าไปเชื่อมัน” เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ กวินหันขวับไปมองที่หน้าต่างบานเฟี้ยม เห็นเงาร่างหลังค่อมของยายจันทร์ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืด “วิทย์มันแค่เบี้ยตัวหนึ่ง แต่คนที่จะทำให้นายตกลงสู่ขุมนรกจริงๆ คือคนที่นายกำลังวิ่งไปหาเพื่อขอความช่วยเหลือต่างหาก” กวินชะงักฝีเท้า ความสับสนทำให้เขารู้สึกเหมือนจะเสียสติ ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปหาหญิงชรา มือข้างหนึ่งกลับคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของเขา แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือก “อย่าฟังมัน... กวิน” กวินหันกลับมามอง สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ทั้งวิทย์และไม่ใช่ทั้งยายจันทร์ แต่เป็น ‘หลวงตาเมฆ’ ที่เดินออกมาจากมุมมืดของเรือน ร่างของท่านดูโปร่งแสงจนเกือบจะหายไปกับความมืด แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือใบหน้าของหลวงตาเมฆในตอนนี้ กลับมีรอยแผลเป็นที่น่ากลัวเหมือนถูกมีดกรีดจนลึกถึงกระดูก และที่คอของท่านมีรอยรัดของเชือกป่านเส้นหนาที่ยังคงมีเลือดซึมออกมาไม่หยุด “หลวงตา...” กวินครางออกมาด้วยความหวาดกลัว “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หลวงตามรณภาพไปแล้วไม่ใช่หรือ?” หลวงตาเมฆยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มที่ทำให้กวินต้องถอยกรูด “อาตมาตายไปนานแล้วกวิน... ตายเพราะความไว้ใจคนผิดเหมือนเจ้าในตอนนี้ยังไงล่ะ” ในจังหวะนั้นเอง วิทย์ที่หายไปกลับโผล่มาปรากฏกายอยู่ด้านหลังของกวิน พร้อมกับมีดเล่มเดียวกับที่เขามีอยู่ในมือ ความเย็นจากใบมีดจ่อที่ต้นคอของทนายความหนุ่ม กลิ่นเหม็นเน่าที่โชยออกมาจากตัววิทย์รุนแรงจนน่าคลื่นไส้ วิทย์กระซิบที่ข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นเสียงของสิ่งลี้ลับบางอย่างที่สิงสู่อยู่ในเรือนนี้ “ขอบคุณนะกวิน... เลือดของคนที่มีสายเลือดพิเศษอย่างนาย จะทำให้พิธีกรรมปลดปล่อยนายท่านสมบูรณ์เสียที” กวินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาของวิทย์ทอดลงบนพื้นไม่ใช่เงาของมนุษย์ แต่มันคือเงามหึมาของอสูรกายที่มีเขางอกงามและกรงเล็บยาวเฟื้อย เขาเหลือบมองไปที่มุมเรือนอีกครั้ง เห็นยายจันทร์กำลังยืนยิ้มเยาะด้วยสายตาที่ดูแคลน พร้อมกับหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งขึ้นมาฉีกทิ้งต่อหน้าเขา มันคือรูปครอบครัวของเขา... ในวันสุดท้ายที่พ่อกับแม่ยังอยู่ “แกเป็นคนฆ่าพ่อแม่ฉัน...” กวินเค้นเสียงออกมาด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในอก “แล้วคนๆ นั้น ก็คือแก... ยายจันทร์!” หญิงชราหัวเราะลั่นจนเรือนไม้สั่นสะเทือน เธอค่อยๆ ลอกผิวหนังบนใบหน้าออกจนเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม กวินรู้สึกว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายลง เมื่อเขารู้ตัวว่าคนที่เขาส่งอีเมลหาคนสุดท้ายในฐานะที่ปรึกษา ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือปีศาจที่หลอกล่อเขามาตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่หมู่บ้านแห่งนี้ กวินตัดสินใจคว้ามีดในมือแทงสวนกลับไปโดยไม่หันไปมอง แต่สิ่งที่เขาแทงโดนกลับไม่ใช่เนื้อหนังของวิทย์ หากแต่เป็นร่างของหลวงตาเมฆที่พุ่งเข้ามาขวางไว้พอดี เลือดสีดำคล้ำพุ่งกระฉูดออกมาเปรอะเปื้อนใบหน้าของกวิน ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ก่อนที่เสียงกระซิบสุดท้ายจะดังก้องในหัวของเขา *“กวิน... เจ้าพลาดแล้ว เจ้าเพิ่งฆ่าคนเดียวที่จะช่วยเจ้าออกจากที่นี่ได้ และตอนนี้... ประตูเรือนถูกปิดตายจากข้างในแล้ว”* ร่างของหลวงตาเมฆทรุดลงพร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงความลับมหาศาล มือของท่านคว้าข้อมือกวินไว้แน่นก่อนจะสิ้นใจไปจริงๆ ในวินาทีนั้นเอง กวินก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาแทงไปไม่ใช่หลวงตา แต่เป็น ‘เงา’ ของตัวเองที่ถูกสับเปลี่ยนตำแหน่งด้วยอาคมมืด... และที่พื้นใต้เท้าของเขาก็ปรากฏรอยแยกสีแดงฉานเหมือนรอยเลือดที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปวงเวทย์อาถรรพ์ที่ขยับเขยื้อนได้ราวกับมีชีวิต! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับกวินในความมืดมิดครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%