เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า•ตอนที่ 12

รอยเลือดบนหมอน

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"กวิน... ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้" เสียงกระซิบแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของลำคอที่เต็มไปด้วยเศษดินดังอยู่ข้างหู กวินสะดุ้งสุดตัวจนลมหายใจสะดุด หัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกแทบจะหลุดออกมานอกร่าง ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่แสงแดด แต่เป็นความเหนียวเหนอะหนะที่ซึมลึกอยู่ใต้ท้ายทอย มันเย็นเยียบจนสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง เขากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามประคองสติที่แตกกระเจิงให้กลับเข้าที่ มือหนาสั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสที่หมอนใบเก่ง—หมอนใบที่พ่อเคยใช้หนุนก่อนที่ท่านจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ มันไม่ใช่รอยเปื้อนสีน้ำตาลจางๆ ที่เขาเคยเห็นในฝัน แต่มันคือของเหลวหนืดข้น สีแดงฉานเข้มจัดจนเกือบดำ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งฉุนกึกจนเขาอยากจะอาเจียนออกมาตรงนั้น กวินรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่ง แผ่นหลังชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น เขาไม่ได้อยู่คนเดียวในห้องนี้... เขารู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาจากมุมมืดของเพดานห้อง "ใคร?" กวินเค้นเสียงถาม เสียงของเขาสั่นพร่าเกินกว่าจะบังคับได้ ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงไม้กระดานลั่นดัง 'เอี๊ยด' ราวกับมีน้ำหนักมหาศาลกดทับลงมา กวินคว้าไฟฉายที่หัวเตียงขึ้นมาเปิด แสงสีขาวนวลกวาดไปรอบห้องว่างเปล่า เฟอร์นิเจอร์ไม้สักเก่าแก่ยังคงตั้งอยู่ที่เดิมเหมือนเมื่อคืน ไม่มีใครบุกรุกเข้ามา ไม่มีร่องรอยของการงัดแงะ ทว่าบนหมอนใบนั้น รอยเลือดกลับขยายวงกว้างขึ้น ราวกับว่ามันยังมีชีวิต... มันกำลังซึมลึกเข้าสู่ไส้หมอนอย่างช้าๆ เขาจำได้แม่นว่าเมื่อคืนนี้ก่อนจะหลับไป เขาตรวจสอบประตูและหน้าต่างทุกบานจนแน่ใจว่าลงกลอนแน่นหนาแล้ว หรือว่าเรือนนี้... เรือนที่พ่อเคยหวงแหนนักหนา กำลังจะกลืนกินเขาทีละน้อยเหมือนที่เคยทำกับเจ้าของคนก่อนๆ กวินขยับตัวลงจากเตียงด้วยความระมัดระวัง ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงราวกับไร้กระดูก เขาเดินไปที่กระจกเงาบานใหญ่ในห้อง ความมืดในกระจกสะท้อนให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของตัวเอง และที่คอเสื้อด้านหลังของเขา... มีรอยเลือดจางๆ ประทับอยู่ มันไม่ใช่เลือดของเขา แต่มันคือตราประทับที่ใครบางคน หรือสิ่งใดบางอย่างจงใจทิ้งไว้ เสียงเคาะประตูที่หน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งสม่ำเสมอ... *ตึก ตึก ตึก* ในยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่จะมาเยือนเรือนอาถรรพ์? "ยายจันทร์?" กวินตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมพัดวูบผ่านหน้าต่างที่ปิดสนิทเข้ามา จนผ้าม่านสีหม่นปลิวไสวเหมือนแขนคนกำลังกวักเรียก เขาตัดสินใจเดินไปที่ประตูบ้าน มือจับลูกบิดโลหะที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ใจหนึ่งอยากจะเปิดออกเพื่อเผชิญหน้ากับความจริง อีกใจหนึ่งก็เตือนว่าหากเปิดไป เขาอาจจะไม่เหลือชีวิตกลับมาในเรือนนี้อีก ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหมุนลูกบิด แรงดึงบางอย่างจากด้านหลังกลับกระชากร่างของเขาจนล้มตึง "อย่าออกไป... เจ้าทนายหน้าโง่" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของยายจันทร์ แต่มันคือเสียงของคนตายที่เขาจำได้ดีที่สุด กวินหันกลับไปมองความมืดเบื้องหลัง ท่ามกลางความสลัวนั้น ร่างเงาสีดำทะมึนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรอยเลือดที่กระเซ็นอยู่บนพื้นไม้ มันไม่ได้มีรูปร่างที่ชัดเจน แต่กวินสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมา มันคือความอาฆาตที่ถูกกักขังไว้ในรอยเลือดเก่าแก่ของบ้านหลังนี้มานานนับทศวรรษ "พ่อ... หรือครับ?" กวินครางออกมาด้วยความหวังที่ปนเปไปกับความหวาดกลัวสุดขีด เงาร่างนั้นขยับตัวเข้ามาใกล้ แสงไฟฉายที่เขากำมือไว้แน่นส่องไปกระทบใบหน้าของเงานั้น... มันไม่ใช่ใบหน้าของพ่อ แต่มันคือใบหน้าของกวินเอง! ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความทุกข์ทรมาน ดวงตาที่ควรจะเป็นตาของเขา กลับกลายเป็นหลุมดำมืดสนิทที่จ้องมองมาอย่างว่างเปล่า มันยื่นมือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดมาคว้าคอของกวินไว้ แรงบีบมหาศาลทำให้เขารู้สึกเหมือนลมหายใจกำลังจะขาดห้วง ในขณะที่สติเริ่มพร่าเลือน เขากลับเห็นภาพสะท้อนในดวงตาของ 'ตนเอง' อีกร่างหนึ่ง... ที่นั่น ไม่ใช่ภายในห้องนอน แต่เป็นใต้ถุนเรือนที่เต็มไปด้วยกองกระดูกมนุษย์นับสิบโครงที่ถูกฝังไว้ใต้รอยเลือดที่ไม่มีวันแห้งเหือด กวินพยายามจะกรีดร้อง แต่เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ เมื่อเขารู้สึกได้ว่ามีใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องนอนจากทางหน้าต่าง... เป็นหญิงชราที่ถือตะเกียงไฟเก่าๆ เดินตรงมาที่เขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้กวินต้องใจสั่นสะท้าน "ข้าบอกแล้วไงพ่อทนาย ว่าเลือดมันชอบกลิ่นคาว... ยิ่งเป็นเลือดของคนในตระกูลเจ้า มันยิ่งหอมหวานเหลือเกิน" ยายจันทร์เดินผ่านเงานั้นไปราวกับมันไม่มีตัวตน นางวางตะเกียงลงบนเตียงที่เปื้อนเลือด ก่อนจะโน้มตัวลงมาประชิดหูเขาแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "เตรียมตัวให้พร้อมเถิด เพราะคืนนี้... เจ้าไม่ใช่คนที่กำลังนอนหลับอยู่บนหมอนใบนั้นเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว" ทันใดนั้น กวินเหลือบไปเห็นเงาในกระจกอีกครั้ง... ไม่ใช่แค่ร่างเงาของเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้น แต่ยังมีเงาของผู้หญิงอีกนับสิบคนยืนเรียงรายอยู่รอบตัวเขา ทุกนางยกมือขึ้นปิดปากและกรีดร้องออกมาพร้อมกัน จนผนังเรือนเริ่มแตกร้าวและมีเลือดสีสดทะลักออกมาจากรอยแยกเหล่านั้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในรอยเลือดนี้ไปกับเสียงกระซิบยามดึกนะคะ
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เรือนอาถรรพ์รอยเลือดเก่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%