"ถ้าคุณยังเหนี่ยวไกด้วยความลังเลแบบนั้น กระสุนนัดแรกที่จะเจาะกบาลคุณ... จะมาจากปืนของศัตรู ไม่ใช่เป้าซ้อมตรงหน้า"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่เจือกระแสคำสั่งเด็ดขาดดังขึ้นชิดใบหู แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง ทำให้แผ่นหลังของผมแนบสนิทกับอกแกร่งโดยไม่ต้องอนุญาต
กลิ่นอายเฉพาะตัวของพันโทภาคิน—กลิ่นกระดาษเอกสาร กาแฟดำเข้มข้น และกลิ่นอายฝุ่นควันจางๆ จากสนามฝึก—โอบล้อมผมไว้จนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ผมพยายามจะขยับตัวถอยหนี แต่ท่อนแขนแข็งแรงราวกับเหล็กกล้าก็ยกขึ้นล็อกเอวผมไว้ ปลายกระบอกปืนพกขนาด 9 มม. ในมือถูกมือใหญ่นั้นครอบทับและบังคับให้ยกขึ้นเล็งไปยังเป้ากระดาษรูปเงาคนระยะยี่สิบเมตร
ผมเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ "ผู้บัญชาการครับ มือระดับผมเนี่ย ชำนาญการกดแป้นคีย์บอร์ดสับรหัสพันหลัก ไม่ใช่การมาเหนี่ยวไกฆ่าคนนะครับ"
"โลกไซเบอร์ที่คุณเก่งนักเก่งหนา ไม่มีปุ่ม Ctrl+Z ให้ใช้ตอนที่กระสุนจริงพุ่งแหวกอากาศมาหาหรอกนะครับ, คณิน" ภาคินกระซิบชิดขอบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่างอย่างห้ามไม่อยู่ "ตั้งสติ โฟกัสที่เป้า หายใจเข้าลึกๆ... แล้วทำตามที่ผมบอก"
นี่คือการฝึกภาคภาคสนามวันที่สามที่ฐานปฏิบัติการลับกลางป่าลึก และไอ้ผู้บัญชาการหน้าตายนี่ก็ดูจะสนุกเหลือเกินกับการทรมานผมด้วยหลักสูตรเอาตัวรอดขั้นพื้นฐานที่โหดหินจนนึกว่าเตรียมส่งผมไปรบแนวหน้า เรย์ที่นั่งเช็คระบบโดรนอยู่ห่างออกไปร้อยเมตรแอบส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ผ่านหน้าจอแท็บเล็ต จนผมอยากจะปาปลอกกระสุนใส่หน้ามันสักนัดถ้าไม่ติดว่ากำลังถูกกอดเอวอยู่แบบนี้
"ผมเป็นแฮกเกอร์นะ ไม่ใช่หน่วยซีล" ผมบ่นอุบอิบ พยายามเหลือบตามองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ "ปล่อยก่อนก็ได้ครับ หายใจไม่ออก"
"ถ้าปล่อย คุณก็ยิงพลาดอีกรอบ" ภาคินไม่ยอมขยับเขยื้อน ซ้ำยังขยับเข้ามาแนบชิดกว่าเดิมจนสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อตึงDที่แผ่นหลัง "จับปืนให้มั่น... ปลายนิ้วชี้แตะไกแต่อย่าเพิ่งออกแรง สายตามองที่ศูนย์หน้า... และที่สำคัญ..."
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น
"...อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปนกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด"
คำพูดนั้นสะกิดใจผมอย่างจัง ปมในอดีตเรื่องการถูกหักหลังและทรยศจากคนที่เคยเชื่อใจแวบเข้ามาในหัว สมองของผมประมวลผลความเจ็บปวดนั้นโดยอัตโนมัติ แต่วินาทีนี้ สายตาคมกริบของภาคินที่ก้มลงมองสบตาผ่านเงาสะท้อนของแว่นตานิรภัย กลับดึงสติผมให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายยิ่งกว่ากระสุนปืนในรังเพลิงเสียอีก
กลิ่นอายความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขากำลังละลายกำแพงความเย็นชาที่ผมสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองทีละน้อย หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันผ่านความเงียบของสนามฝึก
"เอาล่ะ... นับสามนะ" ภาคินกระซิบเบาๆ ที่ข้างกกหู มือใหญ่ของเขาซ้อนทับมือผม ออกแรงกดน้ำหนักลงบนไกปืนอย่างมั่น
"หนึ่ง..."
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียดโดยอัตโนมัติ
"สอง..."
สายตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด นัยน์ตาสีเข้มของภาคินไม่มีความเยียบเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความท้าทายและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยปากพูดออกมา
"สาม..."
*ปัง!*
เสียงคำรามของปืนดังสนั่นหวั่นไหว แรงถีบสะท้อนกลับทำให้ร่างของผมแนบชิดติดกับอกแกร่งของภาคินยิ่งขึ้นไปอีก ควันสีขาวจางๆ ลอยกรุ่นออกจากปลายกระบอกปืน และเมื่อผมมองไปยังเป้ากระดาษตรงหน้า รูกระสุนสีดำสนิทก็เจาะทะลุเข้ากลางเป้าหมายพอดิบพอดีอย่างไร้ที่ติ
ผมเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง ไม่ใช่เพราะฝีมือการยิง แต่เพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่ยังคงกุมมือผมไว้ไม่ยอมปล่อยต่างหาก
"เห็นไหมครับ... คุณทำได้" ภาคินกระซิบเสียงนุ่ม รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของคนหน้านิ่งทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบอย่างแรง เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง และมันมีอิทธิพลต่อผมมากกว่าที่ควรจะเป็น
ผมรีบดึงมือตัวเองกลับแล้วก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด "ก็... พอดูได้ครับ ฝีมือครูฝึกดีมีชัยไปกว่าครึ่ง"
ภาคินไม่ได้ว่าอะไร เขาเพียงแค่มองปฏิกิริยาเขินอายที่ผมพยายามกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันไปสั่งการเรย์ที่เดินถือเครื่องมือเข้ามาสมทบ
"พักสิบนาที เตรียมเช็คพิกัดดาวเทียม... ดูเหมือนเราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญเคลื่อนไหวเข้าใกล้เขตหวงห้าม"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที ผมขมวดคิ้ว หันไปเปิดแท็บเล็ตในมือเพื่อตรวจสอบสัญญาณเครือข่ายท้องถิ่นตามสัญชาตญาณ
หน้าจอแสดงผลโค้ดข้อมูลสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็ว ข้อมูลการเคลื่อนไหวที่ไม่ระบุตัวตนกำลังพุ่งตรงมายังจุดที่เรายืนอยู่ด้วยความเร็วสูง และรหัสเข้ารหัสลับที่ใช้... เป็นซิกเนเจอร์เดียวกับกลุ่มคนที่เคยตามล่าผมเมื่อหลายเดือนก่อน
"ผู้พันครับ..." ผมเงยหน้าขึ้นสบตาภาคิน สีหน้าเคร่งเครียดไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่ "พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้... และดูเหมือนเป้าหมายของมัน ไม่ใช่แค่ฐานนี้ แต่คือตัวผม"
ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวผมอีกครั้งในพริบตาเดียว คราวนี้ไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อ มือใหญ่วางทابลงบนไหล่ผมแน่นเพื่อถ่ายทอดความมั่นคง พร้อมกับดึงปืนพกอีกกระบอกออกจากซองคาดเอวมายื่นให้ผมด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด
"อยู่ใกล้ผม... และอย่าคิดจะลุยเดี่ยวเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ, คณิน"
ผมพยักหน้ารับช้าๆ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่บีบไหล่เบาๆ เป็นการให้ความเชื่อมั่น ทว่าก่อนที่เราจะได้ขยับตัวไปตั้งรับ เสียงแจ้งเตือนจากระบบป้องกันรอบนอกก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งฐาน
*ตูม!!*
แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากรั้วทางเข้าทิศเหนือสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ เปลวเพลิงสีส้มแดงพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับร่างของทหารยامคนหนึ่งที่ถูกซัดกระเด็นเข้ามานอนแน่นิ่งอยู่กลางลานฝึก
ควันพิษตลบอบอวล และท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบนั้น ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดรบเต็มยศคนหนึ่งก็ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าที่มีแผลเป็นลากยาวทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ
ผู้พันเดชา...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ บทนี้ฟินและเดือดกันจุใจไหมครับ มาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะครับ!
แฮกเกอร์สายกวนกับผู้บัญชาการหน้าตาย•ตอนที่ 10
การฝึกภาคสนามสุดโหด
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฮกเกอร์สายกวนกับผู้บัญชาการหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!