แฮกเกอร์สายกวนกับผู้บัญชาการหน้าตาย•ตอนที่ 4

ระบบความปลอดภัยระดับสิบ

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
"ปะทะกันแบบนี้... ดูท่าทางผู้บัญชาการจะไม่ได้พกแค่ระเบียบวินัยมาอย่างเดียวนะครับเนี่ย" เสียงกระซิบผ่านคลื่นความถี่ลับดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากของคณิน ร่างโปร่งในชุดฮู้ดสีดำสนิทนั่งไขว่ห้างอยู่หน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบ แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับนัยน์ตากลมโตที่กำลังพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแป้นพิมพ์รัวเร็วราวกับกำลังบรรเลงเปโตรเพลงรบ ขณะที่หน้าจอหลักของฐานทัพลับหน่วยรบพิเศษกำลังส่งเสียงเตือนระดับสีแดงฉาน ไฟสัญญาณฉุกเฉินกะพริบวับวาบสาดส่องห้องควบคุมมืดทึบให้กลายเป็นสีเลือด คณินกำลังสนุกกับการเล่นซ่อนหากับระบบความปลอดภัยระดับสิบ ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ขึ้นชื่อว่าไร้ช่องโหว่ที่สุดของกองทัพ เขาเจาะทะลวงผ่านไฟร์วอลล์ชั้นที่เก้าเข้ามาได้ด้วยเวลาไม่ถึงสามนาที และเป้าหมายตอนนี้คือการฝังโทรจันตัวแสบเข้าไปเพื่อป่วนระบบจ่ายไฟของห้องทำงานผู้บัญชาการโดยเฉพาะ "ไนน์ นายบ้าไปแล้วหรือเปล่า!" เสียงของเรย์ดังแทรกเข้ามาทางหูฟังบลูทูธ น้ำเสียงอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "นั่นมันระบบของกรมยุทธการนะเว้ย ถ้าภาคินจับไอพีแอดเดรสได้ นายโดนลากตัวไปเข้าคุกทหารแน่!" "ก็ลองดูสิครับเรย์" คณินหัวเราะในลำคอ ดวงตาเป็นประกายท้าทาย "ถ้าผู้บัญชาการหน้าตายคนนั้นเก่งจริงอย่างที่ลือกัน เขาก็ควรจะหยุดฉันให้ได้ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนรหัสผ่านฐานทัพเขาทั้งหมด... เอาล่ะ ชั้นที่สิบกำลังจะเปิด..." นิ้วเรียวกด Enter เป็นคำสั่งสุดท้าย *ตึ้ง!* หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าไม่ได้แสดงผลความสำเร็จอย่างที่คาดไว้ แต่กลับปรากฏหน้าต่างสีดำทึบขึ้นมาแทนที่ พร้อมข้อความตัวอักษรสีแดงสดที่พิมพ์ตอบกลับแบบเรียลไทม์ [ ยินดีต้อนรับสู่ระบบความปลอดภัยระดับสิบครับ คุณแฮกเกอร์ตัวแสบ ] [ ไอพีแอดเดรสของคุณถูกล็อกเป้าหมายแล้ว ] [ ระยะห่างจากตำแหน่งของผม... เจ็ดร้อยเมตร ] คณินชะงัก รอยยิ้มบนริมฝีปากแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่การบล็อกระบบอัตโนมัติ แต่มันคือการ "ดักรอ" ของมนุษย์ต่างหาก! "เฮ้ย เรย์... นายแน่ใจนะว่าซ่อนร่องรอยเน็ตเวิร์กสนิทแล้ว?" คณินถามเสียงเครียด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "สนิทสิ! ฉันเช็กสามรอบแล้ว... เดี๋ยวนะ ไนน์! มีสัญญาณแทรกซึมเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์เรา!" เรย์อุทานลั่นสาย "ชิบหายแล้ว! มันไม่ได้แค่บล็อก แต่มันกำลังย้อนรอยกลับมาหาเครื่องนาย!" ยังไม่ทันที่คณินจะกดตัดการเชื่อมต่อ หน้าจอทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ทั่วทั้งห้องพักมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากหลอดนีออนด้านนอกที่ส่องลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงคู่หนึ่งกำลังดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพักของเขา... *หนึ่ง*... *สอง*... *สามก้าว*... บรรยากาศในห้องกดดันจนแทบหยุดหายใจ คณินก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปหยิบปليสลักมีดพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงาน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบานประตูไม้ที่ปิดสนิท *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างสุภาพ แต่เยือกเย็นและทรงพลังจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกพิพากษาโทษประหารชีวิต "เปิดประตูด้วยครับ คุณแฮกเกอร์... หรือจะให้ผมพังเข้ามาเอง?" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังลอดผ่านเข้ามา คณินเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นระคนหงุดหงิดที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เขาไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ ยิ่งเป็นผู้ชายคนนี้... พันโทภาคิน ยิ่งไม่มีทางยอมเด็ดขาด! คณินสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเดินเข้าไปกระชากประตูห้องให้เปิดออกกว้าง ตั้งใจจะพ่นคำพูดกวนประสาทใส่หน้าอีกฝ่ายให้สาสม ทว่า ทันทีที่ประตูเปิดออก คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอ ภาคินยืนนิ่งสงบอยู่ในชุดเครื่องแบบสนามสีดำสนิท ไหล่กว้างและรูปร่างสูงใหญ่ดูทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงไปถนัดตา ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เขา นิ่งสนิท ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ผู้บัญชาการหนุ่มไม่ได้พกอาวุธใดๆ นอกจากรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น... รอยยิ้มที่ดูอันตรายที่สุดเท่าที่คณินเคยเห็นมาในชีวิต "คิดไม่ถึงเลยสินะครับ ว่าจะเจอผมเร็วกว่าที่คิด" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ก้าวเท้าล่วงล้ำเข้ามาในเขตห้องส่วนตัวของคณินทีละก้าวอย่างจงใจ คณินผถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ แต่ผู้บัญชาการหนุ่มกลับไม่ปล่อยให้เขามีช่องว่าง ขยับเข้ามาประชิดตัวจนไหล่แทบชิดกัน กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นของสนามรบโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณการป้องกันตัวให้พุ่งพล่าน "คุณ... เข้ามาในห้องผมได้ยังไง?" คณินเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาแข็งกร้าวแม้หัวใจจะเต้นรัวผิดจังหวะ "นี่มันบุกรุกนะผู้บัญชาการ!" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน นัยน์ตาสสีเข้มคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าเรียวของแฮกเกอร์หนุ่มตั้งแต่ดวงตากลมโตริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ "ห้องของคุณ... ป้องกันด้วยระบบระดับสิบสินะครับ" ภาคินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาแตะปลายคางคณินเบาๆ บังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตา "แต่สำหรับผมแล้ว... ไม่มีระบบไหนในโลก ที่ผมจะผ่านเข้ามาหา 'เจ้าของห้อง' ไม่ได้หรอครับ" คณินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกลงทันทีเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดลูบไล้อยู่ที่กรอบหน้า ท่าทีคุกคามแบบสุภาพบุรุษจอมปลอมนี้ทำเอาสมองอันปราดเปรื่องของแฮกเกอร์อัจฉริยะรวนเรจนประมวลผลไม่ถูก ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตและความปรารถนาอันตรายที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ และในวินาทีที่คณินกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สำรองที่มุมห้องก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ *ติ๊ด! ข้อความด่วนจากภายนอก: พบการเคลื่อนไหวของกองกำลังผู้พันเดชา กำลังมุ่งหน้ามายังพิกัดนี้!* ภาคินชะงักเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังในพริบตา แต่เขากลับไม่ได้ถอยตัวออกห่าง กลับยิ่งใช้มืออีกข้างรวบเอวบางของคณินเข้ามาแนบชิดติดตัวจนแทบไม่เหลือช่องว่าง "ดูเหมือนว่า... เราจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขัดจังหวะเสียแล้วสิครับ ไนน์" ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากของคนในอ้อมแขน สายตาคมกริบมองเลยผ่านไหล่บางไปยังหน้าต่างห้องที่เงาตะคุ่มของกลุ่มคนกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ทุกที "แต่มือถือของคุณ... ยังอยู่กับผมนะ" -------------------------------------------------- ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความแสบและแซ่บของคู่นี้ด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แฮกเกอร์สายกวนกับผู้บัญชาการหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%