สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 7

ความลับใต้โต๊ะทำงาน

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"บัญชีอะไรของคุณคะ สถาปนิกกรวีร์" น้ำเสียงของรสาติดจะห้วนเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดเพทาย เธอยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสตูดิโอที่ตอนนี้เหลือเพียงความเงียบงัด แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบกรอบหน้าคมคายของชายหนุ่ม ทำให้เงาสะท้อนบนผนังห้องดูราวกับภาพวาดแนวชิอาโรสคูโรที่จงใจเล่นกับแสงและเงา กรวีร์ไม่ได้ตอบทันที เขาค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังสีดำสนิท ความสูงร้อยแปดสิบหซ เซนติเมตรของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตา ชายหนุ่มปัดเศษกระดาษแปลนแปลกปลอมบนโต๊ะออกอย่างไร้ใยดี ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนรสาต้องเป็นฝ่ายเผลอกลั้นหายใจและเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ "บัญชีที่เธอป่วนกองถ่ายของผมเมื่อบ่ายนี้ไงครับ" กรวีร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นกาแฟดำลอยมาปะทะปลายจมูก "เปลี่ยนคิวจัดแสงหน้ากองโดยไม่บอกล่วงหน้า ทำให้มุมกล้องที่ผมอุตส่าห์คำนวณสัดส่วนแสงเงามาอย่างดีพังไม่เป็นท่า... รสา คุณคิดว่าเราควรเคลียร์กันยังไงดี" "นั่นมันหน้างานค่ะคุณกรณ์ โปรดิวเซอร์สั่งเปลี่ยนเพราะบล็อกกิ้งนักแสดงมันไม่ได้ ดึงดันจะเอาตามแบบแปลนกระดาษอย่างเดียว โฆษณาก็เจ๊งพอดีสิคะ" รสาเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตากลมโตฉายแววพยศอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอตอนนี้จะเหลือแค่คืบเดียวก็ตาม "ถ้าคุณเก่งแต่ก้มหน้าก้มตาเขียนแบบในตึกสี่เหลี่ยมโดยไม่สนโลกความเป็นจริง คุณก็ควรมาทำงานสายโปรดักชันเองซะเลยจบเรื่อง!" คำพูดประชดประชันนั้นทำให้มุมปากข้างหนึ่งของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขนัก แต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทายที่ทำเอาคนมองหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนสักที "ปากเก่ง..." กรวีร์พึมพำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ ไล่เรื่อยลงมายังลาดไหล่และมือที่ประสานกันแน่น "ปากเก่งแบบนี้... เวลาอยู่บ้านคงเถียงกับหมอนขาดไปหลายใบแล้วมั้งครับ" "ฉันจะเถียงกับอะไรมันก็เรื่องของฉันค่ะ ถอยไปเลยนะ คุณตัวใหญ่เกินไปแล้ว มากดดันฉันแบบนี้มันขี้โกงชัดๆ" รสาสบถเบาๆ พร้อมกับใช้มือผลักอกแกร่งของเขาออกห่าง แต่แทนที่เขาจะถอย กรวีร์กลับใช้จังหวะนั้นคว้าข้อมือเรียวบางไว้หลวมๆ ไม่ให้เธอขยับหนี ทว่า... ในจังหวะที่ยื้อยุดกันไปมา มือของรสาที่ปัดป่ายหาที่ย้ำเพื่อทรงตัวดันไปปัดถูกกองสมุดบันทึกเก่าๆ ที่วางซ้อนกันอยู่มุมโต๊ะทำงาน สมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าเก็บจนฝุ่นจับเล่มหนึ่งหล่นตุ้บลงมาที่พื้น กระดาษโน้ตและภาพสเกตช์ภายในร่วงกระจัดกระจายออกมาต่อหน้าต่อตา "อุ๊ย..." รสาอุาทานเบาๆ ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธอรีบย่อตัวลงเพื่อเก็บภาพเหล่านั้นขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณของการเป็นคนทำงานศิลปะเหมือนกัน แต่แล้ว... มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบภาพสเกตช์แผ่นหนึ่งก็ต้องชะงักกึก สายตาคมกวาดมองลายเส้นดินสอดำบนกระดาษปอนด์สีนวล ภาพนั้นไม่ใช่แบบแปลนอาคารคอนกรีตสูงเสียดฟ้า ไม่ใช่เส้นพารามิเตอร์ที่คำนวณมุมองศาอย่างเย็นชาเหมือนตัวตนของกรวีร์ที่ทุกคนรู้จัก มันคือภาพวาดพอร์เทรตของผู้หญิงคนหนึ่ง... กำลังเงยหน้าหัวเราะร่าเริงท่ามกลางสายฝนในกองถ่าย เส้นผมเปียกชุ่มลู่แนบกรอบหน้า ดวงตาทอประกายความดื้อรั้นและมีชีวิตชีวาอย่างที่สุด และที่มุมกระดาษด้านขวา มีลายมือหวัดๆ แต่บรรจงเขียนไว้ว่า... *'รสา (วันที่ฝนตกจนงานพัง แต่เธอยังยิ้ม)'* บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลาทันที รสาเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ยืนนิ่งค้าง สีหน้าเรียบเฉยเป็นนิจเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้อย่างแนบเนียน กรวีร์รีบก้มลงกวาดเก็บกระดาษที่เหลือใส่สมุดพรวดพราดด้วยความเร็วกว่าปกติ "เอสมุด... คืนมานี่ครับ" เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งและมาดขรึมหายวับไปกับตา เหลือเพียงชายหนุ่มที่กำลังถูกจับได้ว่าแอบซ่อนความรู้สึกอ่อนโยนเอาไว้ในมุมที่มืดที่สุดของห้องทำงาน รสายังคงถือภาพสเกตช์แผ่นนั้นไว้ในมือ นิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ บนรอยดินสอ เธอมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกที่ตีกันยุ่งเหยิงในอก ทั้งประหลาดใจ ทั้งซาบซึ้ง และแปลกพิลึก... ผู้ชายปากร้าย เย็นชา และชอบจิกกัดเธอทุกครั้งที่มีโอกาส คนนี้น่ะหรือ... ที่นั่งวาดรูปเธอในมุมมองที่อบอุ่นและละมุนละไมขนาดนี้ "คุณ... วาดฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" รساเอמהถามเสียงแผ่วเบา ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอยากรู้ที่ระคนความเขินอายเล็กๆ กรวีร์เม้มริมฝีปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาดึงสมุดในมือเธอกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วโยนมันลงลิ้นชักโต๊ะพร้อมกับล็อกกุญแจเสียงดัง *'คลิก'* ท่าทางนั้นเก้ๆ กังๆ จนดูน่าเอ็นดูสำหรับคนมอง "อย่ามาเพ้อเจ้อครับ นั่นมันแค่... ขยะทดลองมือตอนผมว่างจัดเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไร" กรวีร์เสมองไปทางอื่น ใบหูสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของห้อง รสาแอบอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมา เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เอียงคอมองคนปากแข็งที่ตอนนี้ทำตัวไม่ถูกเสียแล้ว "อ๋อ... ขยะทดลองมือเหรอคะ งั้นขยะแผ่นนี้ ฉันขอซื้อต่อแพงๆ ได้ไหมล่ะ สถาปนิกกรวีร์" กรวีร์หันขวับมามองเธอ ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยเคมีบางอย่างที่ร้อนรุ่มและหวานล้ำเกินกว่าจะบรรยายเป็นคำพูด ทว่า... ก่อนที่กรวีร์จะได้ทันเอ่ยปากแก้ตัวอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่ต้องรออนุญาต "ไอ้กรณ์! กาแฟที่แกสั่ง... เฮ้ย! พวกแกสองคนทำอะไรกันวะ ทำไมหน้าแดงกันหมด หรือว่าเคลียร์บัญชีกันด้วยวิธีแปลกๆ อีกแล้ว?" เสียงตะโกนก้องของธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มเพื่อนสนิทตัวแสบดังทะลุเข้ามาในห้อง พร้อมกับถ้วยกาแฟในมือที่สั่นน้อยๆ ตามจังหวะการก้าวขาเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นสภาพของรสาที่ยืนชิดติดขอบโต๊ะทำงาน กับกรวีร์ที่ยืนบังเธอไว้อย่างหวงๆ ด้วยสายตาดุดันราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อเพื่อนสนิทตัวเองในวินาทีนั้น (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%