สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 6

คำวิจารณ์ที่ตรงเกินไป

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงเคาะประตูที่ดังรัวระรัวเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ตัดขาดบรรยากาศสีชมพูเจือความร้อนระอุที่เกือบจะทำให้คนทั้งคู่หลุดเข้าไปในวังวนอันตราย รสาได้สติสะดุ้งสุดตัว เธอรีบดันแผงอกกว้างของกรวีร์ให้ออกห่างทันที แรงผลักนั้นไม่ได้รุนแรงนัก แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตฉายแววเลิกลั่กอย่างปิดไม่มิด ขณะที่มือเรียวรีบยกขึ้นมาจัดเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน ตรงกันข้ามกับกรวีร์... ชายหนุ่มขบกรามแน่นด้วยความขัดใจ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองไปที่บานประตูไม้สีเข้มด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญอย่างไม่สบอารมณ์ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงราวกับเครื่องปรับอากาศเสีย ร่างหนายืนนิ่งอยู่กับที่ ลมหายใจอุ่นร้อนยังคงสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ที่ยังค้างคา เขากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่ตอนนี้ทำตัวไม่ถูก ยืนกอดอกหันหน้าหนีไปทางอื่นราวกับผนังห้องมีอะไรน่าสนใจนักหนา "เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเออนุญาตออกไปอย่างห้วนสั้น เจ้าตัวพยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ แต่มันก็ยังคงเจือความหงุดหงิดไว้อย่างปิดไม่มิด ลูกบิดประตูหมุนเปิด พร้อมกับร่างของธนัตถ์ที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ใบหน้าคมคายของโปรดิวเซอร์หนุ่มประดับด้วยรอยยิ้มกวนๆ ตามสไตล์ แต่พรกายที่ก้าวเข้ามาหยุดชะงักลงกะทันหัน เมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่หนาทึบจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ธนัตถ์กวาดสายตามองกรวีร์ที่ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ริมโต๊ะทำงาน ก่อนจะเบนสายมาหยุดอยู่ที่รสา ซึ่งกำลังยืนแก้เขินด้วยการแกล้งหยิบพิมพ์เขียวขึ้นมาสะบัดพัดลมให้ตัวเอง ทั้งที่แอร์ในห้องทำงานสถาปนิกหนุ่มเปิดไว้อย่างเย็นเฉียบ "อ้าว... ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย" ธนัตถ์หรี่ตามองอย่างจับผิด มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทำไมหน้าแดงกันทั้งคู่เลย... หรือว่าคุยงานกันเครียดเกินไป?" "เปล่า" กรวีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัด นัยน์ตาคมตวัดมองเพื่อนสนิทของนางเอกด้วยสายตาที่พร้อมจะควักปืนมายิงทิ้ง "มีอะไรก็พูดมา อย่ามาลีลา" รสาหันขวับมาค้อนใส่ร่างสูงทันที ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างหมั่นไส้ ถึงเธอจะใจเต้นแรงกับเหตุการณ์เมื่อครู่แค่ไหน แต่พอเจอท่าทีตีหน้าตายกลบเกลื่อนความผิดของพ่อสถาปนิกหนุ่มเข้าไป ความเขินอายก็พลันมลายหาย Sไป กลายเป็นหมัดฮุกหมัดโตที่เธอพร้อมจะปล่อยใส่เขาโดยไม่ลังเล "นั่นสิคะ คุณธนัตถ์มีอะไรว่ามาเลยค่ะ ทางนี้... คุย 'ธุระสำคัญ' กันเสร็จพอดี" รสาจงใจเน้นเสียงคำว่าธุระสำคัญ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบไปด้วยยาพิษให้กรวีร์ กรวีร์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบมองรอยยิ้มนั้นอย่างรู้ทัน เขารู้ว่าผู้หญิงปากเก่งคนนี้กำลังหาเรื่องกวนประสาทเขาเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย และเขาก็ไม่ชอบให้เธอเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่ฝ่ายเดียวเสียด้วย "ธุระสำคัญอะไรของเธอกับฉัน ไม่ทราบ" กรวีร์สวนกลับเสียงเรียบ ทว่าแววตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "หรือเธอหมายถึงเรื่องที่เธอกำลังจะสะดุดล้ม แล้วฉันต้องรับไว้... จนเกือบจะเลยเถิดไปกันใหญ่?" ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้! รสาอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเอาเรื่องน่าอายเมื่อครู่มาพูดหน้าตายเฉยแบบนี้ แถมยังพูดต่อหน้าธนัตถ์ที่ยืนทำตาโตอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาทองขาดน้ำอีกต่างหาก ธนัตถ์สลับมองหน้าเพื่อนสาวกับสถาปนิกหนุ่มไปมา สมองประมวลผลความไวแสง "เฮ้ย... เดี๋ยวนะ! เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ กรณ์? เกือบจะเลยเถิดไปกันใหญ่คืออะไรวะ? พวกแกสองคน..." "ไม่มีอะไร!" รสาแว้ดขึ้นเสียงดังลั่น ใบหน้าที่เพิ่งหายแดงกลับมาซับสีเลือดฝาดจัดอีกรอบ เธอส่งค้อนวงใหญ่ให้กรวีร์ชนิดที่ถ้าตาเป็นอาวุธ สถาปนิกหนุ่มคงพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว "คุณกรณ์นี่ชอบพูดจาเพ้อเจอจริงๆ นะคะ สงสัยงานสถาปัตย์จะหนักเกินไปจนสมองเริ่มเพี้ยน... ว่าแต่..." รสาหรี่ตามองสำรวจร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาวิเคราะห์เจาะลึก เธอยกมือขึ้นกอดอก ปลดปล่อยรัศมีผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครออกมาเต็มพิกัด "พูดถึงเรื่องแต่งตัวและมาดขรึมๆ ของคุณเนี่ย..." รสาเริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ "ฉันสงสัยมานานละ สถาปนิกแถวหน้าของประเทศนี่เขาบังคับใส่เสื้อเชิ้ตสีทึบกับสูทสีเทาตลอดเวลา เพื่อพรางตาไม่ให้ลูกค้ารู้ว่าแอบซ่อนความเนิร์ดไว้ข้างในหรือเปล่าคะ?" กรวีร์ชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดๆ เขาก้มมองสำรวจเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มที่ตนสวมอยู่ รวมถึงกางเกงสแลคเข้ารูปสีดำสนิท "ชุดฉันมีปัญหาตรงไหน?" กรวีร์ถามเสียงต่ำ น้ำเสียงเรียบสนิทแต่นัยน์ตากลับไหววูบเล็กน้อยด้วยความเสียอาการแบบที่เจ้าตัวก็ไม่ทันตั้งตัว "มีสิคะ ปัญหาใหญ่เลย" รساก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิดโดยไม่เกรงกลัวรัศมีกดดันที่เขาสร้างขึ้น เธอเอียงคอมองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "มันดู... เนี้ยบเกินไป ไร้ชีวิตชีวาเกินไปค่ะคุณกรณ์ เนี้ยบจนเหมือนหุ่นขี้ผึ้งพิพิธภัณฑ์มาดามตุดซอง มากกว่าจะเป็นสถาปนิกหัวศิลป์ที่ออกแบบฉากภาพยนตร์ให้มีชีวิต... ดูสิคะ ติดกระดุมเม็ดบนสุดแน่นหนาซะขนาดนั้น หายใจหายคอทันไหมคะเนี่ย กลัวคอเสื้อจะสึกหรอหรือไง?" คำแซวที่ตรงเป๊ะและสายตาที่กวาดมองสำรวจเรือนร่างของเขาอย่างเปิดเผย ทำให้กรวีร์ถึงกับไปไม่เป็น ชายหนุ่มเผลอยกมือขึ้นแตะกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิ้ตตามสัญชาตญาณ นัยน์ตาคมหลบวูบไปทางอื่นเสี้ยววินาทีเพื่อซ่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้กล้าเกินไปแล้ว! "เรื่องการแต่งตัวของฉัน มันเป็นรสนิยมส่วนตัว และดูเหมือนมันจะไม่เกี่ยวกับหน้าที่ผู้จัดการกองถ่ายของเธอนะ รสา" กรวีร์พยายามดึงเสียงให้เข้มและนิ่งที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนอาการเสียศูนย์ แต่หูสองข้างที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้น กลับทรยศคำพูดของเขาอย่างสิ้นเชิง ธนัตถ์ที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำจนไหล่สั่น โปรดิวเซอร์หนุ่มไม่เคยเห็นเพื่อนสนิทมาดขรึมคนนี้เสียอาการต่อหน้าผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต ปกติมีแต่กรวีร์ที่จะเป็นฝ่ายทำให้คนอื่นอึดอัดจนมุม แต่วันนี้... เสือหนุ่มนิ่งขรึมกลับโดนแมวสาวขย้ำซะจนมุมเสียเอง "เกี่ยวสิคะ" รสาเถียงหน้าตาเฉย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก "เพราะกองถ่ายเราต้องการความสดใส และฉันในฐานะผู้จัดการกองถ่าย มีสิทธิ์ที่จะคอมเมนต์เรื่องภาพลักษณ์ของทีมงานทุกคน... รวมถึง 'ที่ปรึกษาโปรเจกต์' อย่างคุณด้วย" เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของรสาโชยเข้าจมูกสถาปนิกหนุ่ม กรวีร์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาคมตวัดกลับมาสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน "ถ้าครั้งหน้าคุณยังใส่ชุดเดิมซ้ำซากและทำหน้าบึ้งเป็นยักษ์วัดแจ้งแบบนี้มาคุยงานอีกล่ะก็..." รสาโน้มตัวเข้าไปกระซิบลดเสียงลงต่ำ น้ำเสียงเย้าแหย่แต่จริงจัง "ฉันจะหักคะแนนความหล่อของคุณ... ในฐานะที่ทำให้บรรยากาศกองถ่ายหม่นหมองนะคะ คุณสถาปนิก" กรวีร์ขบกรามแน่น หัวใจในอกกระหน่ำเต้นรัวด้วยแรงอารมณ์ที่ผสมปนเปกันทั้งความหงุดหงิด ความขัดใจ และ... ความหวั่นไหวที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ ร่างสูงขยับตัวเข้าประชิดก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ มือหนาเผลอยกขึ้นหมายจะคว้าเอวบางมาลงโทษคนปากเก่งให้เข็ดหลาบ แต่ทว่า... "อุ๊ย! ขอโทษทีครับ... ผมลืมเอาเอกสารสัญญาลืมทิ้งไว้..." เสียงเปิดประตูพรวดพราดพร้อมกับเสียงทุ้มของทีมงานฝ่ายประสานงานดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ทันได้มองว่าเจ้าของห้องกำลังทำอะไรอยู่ รสาผงะถอยหลังสุดแรงด้วยความตกใจ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงหนักกว่าเดิม เธอรีบหันหลังขวับเดินหนีไปหาธนัตถ์ทันที ขณะที่กรวีร์หลับตาลงพ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความกรุ่นโกรธเป็นรอบที่สองของวัน นัยน์ตาคมตวัดมองลูกน้องหนุ่มที่ทำหน้าเหวอด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ออกไป!" กรวีร์คำรามลอดไรฟัน เสียงต่ำเตี้ยน่ากลัว ทีมงานหนุ่มหน้าซีดเผือด รีบถอยหลังกรูดแล้วปิดประตูห้องดังปังทันที ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง รสาแอบถอนหายใจโล่งอก เธอหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ยืนจ้องเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่กรวีร์จะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวเธอที่ยืนอยู่มุมโต๊ะทำงาน โดยมีธนัตถ์ยืนอ้าปากค้างทำตัวไม่ถูกอยู่ห่างออกไป "สนุกมากไหม... ที่ได้แกล้งฉัน?" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู ร้อนผ่าวจนรสาต้องห่อไหล่ ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างตื่นตระหนกเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้เกินไปเสียแล้ว กรวีร์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นลึกล้ำและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "คะ... คุณกรณ์ ถอยไปเลยนะ!" รสาเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก มือเรียวยันแผงอกกว้างไว้ แต่มันกลับเหมือนการเชื้อเชิญเสียมากกว่า "ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่เธอกล้าวิจารณ์การแต่งตัวของฉันเลย รสา..." กรวีร์กระซิบแผ่วเบา ปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มเนียน รสากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "คืนนี้... เลิกงานแล้ว อย่าเพิ่งกลับ" สถาปนิกหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย นัยน์ตาคมพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ใต้มาดขรึม "อยู่เคลียร์ 'บัญชี' ส่วนตัว... กับฉันให้รู้เรื่องก่อน" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเมทริกซ์ซีโร่นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%