เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นครื้นสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง ตามมาด้วยเม็ดฝนขนาดมหึมาที่เทกระหน่ำลงมาใส่หลังคาตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราวดังสนั่นหูจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน รสาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปิดแฟ้มเอกสารการเซ็ตติ้งฉากลงบนโต๊ะไม้ด้วยความแรงที่มากพอจะแสดงออกถึงความหงุดหงิดในใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่กำลังยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกอย่างสบายอารมณ์
"ฝนตกหนักขนาดนี้ ทีมงานคงเก็บฉากกันไม่ทันแน่ๆ ครับคุณผู้จัดการกองถ่าย"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยตามนิสัยของสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้าย กรวีร์หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพหญิงสาวที่กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่น ปากอิ่มเม้มเข้าหากันด้วยความไม่สบอารมณ์
"ถ้าคุณกรณ์มีเวลาว่างมาเดินลอยชายแซะฉัน ช่วยเดินไปหยิบผ้าใบกันน้ำอีกม้วนที่มุมห้องมาช่วยกันกางกั้นน้ำฝนที่กำลังซึมเข้าทางรอยต่อหน้าต่างโน่นดีกว่าไหมคะ" รสาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความท้าทายตามประสาคนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
กรวีร์ไม่โต้ตอบในทันที เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาใกล้รสามากขึ้น ระยะห่างระหว่างกันถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยแตะจมูก สถาปนิกหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อยยามที่โน้มไปหยิบผ้าใบกันน้ำตามที่เدىเอ่ยปากทวงถาม ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านหลังมือเรียวของเธอไปเพียงนิดเดียว ทว่ากลับทำให้หัวใจของรสาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะจนเธอต้องรีบถอยหลังกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." กรวีร์พึมพำเบาๆ ระหว่างก้มลงจัดการคลี่ผ้าใบด้วยความคล่องแคล่ว "แต่ปากแบบนี้... เวลาสั่งงานทีมงาน น่ากลัวกว่าที่ผมคิดไว้ตอนแรกเสียอีกนะครับ"
"ฉันจะน่ากลัวหรือน่ารำคาญ ก็ไม่เคยสร้างภาระให้ใครจนต้องมาติดแหง็กอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์แคบๆ แบบนี้ก็แล้วกันค่ะ" รสาเชิดหน้าเถียงกลับ แม้ในใจจะเริ่มปั่นป่วนกับระยะประชิดตัวที่ใกล้เกินความจำเป็น พื้นที่ภายในตู้คอนเทนเนอร์ชั่วคราวนี้ไม่ได้กว้างขวางอะไรนัก ยิ่งเมื่อเสียงฝนข้างนอกโหมกระหน่ำจนตัดขาดจากโลกภายนอก บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งอึมครึมและอบอวลไปด้วยเคมีประหลาดที่ทำให้คนหายใจไม่ทั่วท้อง
กรวีร์ชะงักมือที่กำลังขึงผ้าใบ เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง สายตาคมกวาดมองสำรวจใบเนียนใสที่รั้นขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่เจ้าตัวก็ไม่อยากยอมรับ) สถาปนิกหนุ่มซ่อนรอยยิ้มมุมปากไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งสนิทตามเคย
"ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นภาระหรอกนะครับ..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "การได้ติดอยู่ในที่แคบๆ กับคนปากเก่ง... ถือว่าเป็นการทดสอบความอดทนที่ดีทีเดียว"
"คุณกรณ์!" รสาตาดุใส่ทันที เม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ "นี่คุณกำลังชมหรือกำลังกวนประสาทฉันอยู่กันแน่คะ"
"ทั้งสองอย่างรวมกันครับ"
กรวีร์ตอบหน้าตาย ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดหน้าต่างอีกครั้งเพื่อตอกหมุดยึดผ้าใบ รสาจำต้องขยับเข้าไปช่วยจับชายผ้าใบไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางเสียงฟ้าฝนที่กระหน่ำซัดสาด ร่างของทั้งคู่แทบจะแนบชิดกันเมื่อพื้นที่จำกัดบังคับให้ต้องยืนเบียดเสียด สายตาของกรวีร์เหลือบมองลงมาสบกับดวงตากลมโตที่แหงมองขึ้นพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนความเงียบเข้ามาแทนที่บทสนทนากวนๆ เมื่อครู่
รสาชะงักค้าง เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นแววตาไหววูบในดวงตาคมกริบของอีกฝ่าย มันไม่ใช่แววตานิ่งสนิทแบบที่เขาชอบใช้มองคนอื่น แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนแรงจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา
"รสา..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบแข่งกับสายฝน
"คะ...?" รสาขานรับเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุกอกจากอก
กรวีร์เลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาทาบกับขอบหน้าต่างเหนือศีรษะของเธอ กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ ปลายนิ้วเรียวยาวอีกข้างเอื้อมออกไปหมายจะปัดปอยผมที่ลู่แนบแก้มเนียนออกให้อย่างเผลอไผล ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่เปราะบางที่สุด
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของสถาปนิกหนุ่มจะสัมผัสโดนผิวแก้มของเธอ เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันที พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของธนัตถ์ที่ดังทะลุสายฝนเข้ามา
"ไอ้กรณ์! ยัยรสา! อยู่ข้างในกันไหมวะเนี่ย ทีมงานบอกว่าตู้ไฟใหญ่ช็อต รีบออกมาดูเร็วกว่าระบบจะตัดหมด!"
รสาได้สติสะดุ้งสุดตัว เธอรีบดันแผงอกกว้างของกรวีร์ให้ออกห่างทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่กรวีร์ขบกรามแน่นด้วยความขัดใจ นัยน์ตาคมตวัดมองไปที่ประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญอย่างไม่สบอารมณ์
--------------------------------------------------
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ เมทริกซ์ซีโร่
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 5
ฝนตก รถติด และบทสนทนากวนๆ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!