"ถ้าโครงสร้างเหล็กตรงนี้พับตัวลงมาเนื่องจากคำนวณน้ำหนักไฟสตูดิโอผิดพลาด... คนที่ซวยไม่ใช่ผู้รับเหมานะครับคุณรสา แต่เป็นชื่อเสียงของบริษัทสถาปนิกที่เซ็นแบบอนุมัติอย่างผม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดของกรวีร์ดังแทรกเสียงเจาะสว่านและเสียงตะโกนสั่งงานระmเซ็งในไซท์งานก่อสร้างสตูดิโอดัดแปลง รสายืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจ เธอสะบัดหน้าใส่สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลที่วันนี้อยู่ในชุดช่างก่อสร้างพร้อมหมวกนิรภัยสีขาว แต่ถึงกระนั้น เจ้าตัวก็ยังดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นสถาปัตยกรรมอยู่ดี—น่าหงุดหงิดชะมัด
"แล้วถ้าคุณกรณ์ใช้สายตาคู่คมๆ กวาดมองดูพิมพ์เขียวฉบับปรับปรุงล่าสุดที่ฉันส่งให้ทางอีเมลตั้งแต่เมื่อคืนสักนิด... คุณก็จะเห็นว่าฉันสั่งลดขนาดโคมไฟลงสามสิบเปอร์เซ็นต์ และกระจายน้ำหนักไปที่คานหลักฝั่งทิศตะวันตกเรียบร้อยแล้วครับ" รสาเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เลียนแบบน้ำเสียงกวนประสาทของอีกฝ่ายได้อย่างน่าหมั่นไส้ เธอยิ้มหวานหยดแบบที่ถ้าใครไม่รู้จักคงคิดว่าเธอกำลังอวยพร แต่กรวีร์รู้ดีว่าเธอกำลังด่าเขาทางอ้อม
กรวีร์ขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าใบดึงหมวกนิรภัยขึ้นเล็กน้อย เขาก้มลงมองแท็บเล็ตในมือสลับกับโครงสร้างเหล็กตรงหน้า ดวงตาคมกริบกวาดอ่านตัวเลขทางวิศวกรรมที่ถูกแก้ไขด้วยลายมือคล่องแคล่วของผู้จัดการกองถ่ายสาว ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเขาทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างปูนเปลือยที่ยังสร้างไม่เสร็จ
ปัญหาสุดระทึกเกิดขึ้นเมื่อสิบนาทีที่แล้ว เมื่อทีมงานกองถ่ายขนอุปกรณ์ไฟฟอร์มยักษ์เข้ามาเซ็ตอัพล่วงหน้า แต่ขนาดของอุปกรณ์ดันเกินกว่าสเปกที่ระบุไว้ในสัญญาเดิมถึงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ กรวีร์ที่ตรวจงานอยู่พอดีบังเอิญเห็นเข้าและเข้ามาเบรกการทำงานเสียงดัง จนรสาต้องวิ่งหน้าตั้งจากเต็นท์กองถ่ายมาเคลียร์สถานการณ์
และตอนนี้... แทนที่มันจะเป็นหายนะตามที่สถาปนิกหนุ่มคาดการณ์ไว้ มันกลับกลายเป็นเวทีประลองไอเดียเฉพาะหน้าที่เฉียบคมจนน่าตกใจ
"แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เร็วดีนี่ครับ" กรวีร์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงยังคงความเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม แต่แววตาที่มองลอดผ่านเลนส์แว่นสายตากลับไหววับด้วยประกายความยอมรับในตัวตนของหญิงสาว "แต่ครั้งหน้า ถ้ามีความเปลี่ยนแปลงในกองถ่าย กรุณาแจ้งล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ใช้สัญชาตญาณเอาตัวรอดแบบกองโจรแบบนี้"
"กองโจรพะยะค่ะคุณสถาปนิก!" รสาแยกเขี้ยวใส่ทันที ดวงตาวาวโรจน์ "ถ้าฉันไม่แก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ ทีมงานของคุณก็จะยืนอ้าปากค้างแล้วเถียงกันเรื่องความปลอดภัยไปอีกสามชั่วโมง จนแสงธรรมชาติหมดแล้วไม่ได้ถ่ายทำพอดี! ทำงานกับคุณนี่มันเหนื่อยกว่าวิ่งมาราธอนเสียอีกนะคะ... อ๊ะ ขอโทษทีครับ พอดีติดปาก" เธอแกล้งแลบลิ้นใส่เขาอย่างทะ้นคน
กรวีร์แค่น "หึ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ ซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่เกือบจะหลุดออกมาให้เธอเห็น เขาชอบเวลาที่เธอดื้อรั้นและเถียงฉอดๆ แบบนี้เสียจริง มันมีชีวิตชีวาจนทำให้พื้นที่ก่อสร้างดิบๆ แข็งกระด้างแห่งนี้ดูน่ามองขึ้นมาถนัดตา
"โอ้โห! กลิ่นความรักมันคละคลุ้งกลบกลิ่นปูนซีเมนต์หมดแล้วเพื่อนรัก!"
เสียงตะโกนกวนประสาทของธนัตถ์ที่เดินถือแก้วกาแฟเย็นเฉียบเข้ามาขัดจังหวะพอดี โปรดิวเซอร์หนุ่มกวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "นี่พวกคุณเถียงกันเรื่องงานหรือกำลังจีบกันอยู่ครับเนี่ย หน้าแดงกันทั้งคู่เลย... อะไรรสา เหงื่อตกหรือเขินสถาปนิกเขา?"
"ธนัตถ์!" รสาหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทจนหน้าดำหน้าแดง "ถ้าแกยังไม่อยากเอาแฟ้มบทหนังไปกินแทนข้าวเย็น ปิดปากแล้วไสหัวไปตรวจมอนิเตอร์โน่นไป!"
กรวีร์ไม่ได้เอ่ยอะไรแก้ตัว ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิท แต่หูทั้งสองข้างกลับขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ที่แม้เจ้าตัวพยายามจะหลบมุมแสงแค่ไหน ก็ไม่พ้นสายตาคมกริบของผู้จัดการกองถ่ายสาวไปได้ รสาแอบลอบยิ้มสะใจในความซึนปากแข็งของอีกฝ่าย—อย่างน้อย วันนี้เธอก็เป็นฝ่ายชนะคะแนนความนิ่งของสถาปนิกหนุ่มได้เสียที
"เอาล่ะ ถ้าเคลียร์เรื่องโหลดน้ำหนักกันเรียบร้อยแล้ว ผมขออนุญาตตรวจหน้างานต่อ" กรวีร์ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการอย่างรวดเร็ว เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ทว่า... พรึบ! ขาของเขาดันไปสะดุดเข้ากับเศษท่อ PVC ที่วางระเกะระラข้างเสาปูนอย่างไม่ทันตั้งตัว
รสาเบิกตากว้างตามสัญชาตญาณ สองมือพุ่งคว้าหมับเข้าที่แขนแกร่งของสถาปนิกหนุ่มเพื่อดึงรั้งไว้ แต่แรงเหวี่ยงกลับดึงให้เธอล้มตามลงไปด้วยกัน
"ว๊าย!"
ร่างบางเซถลาเข้าสู่อ้อมอกกว้างของกรวีร์อย่างจัง กลิ่นอายความเป็นชายผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นน้ำหอมสะอาดตาโชยเข้าแตะจมูกทันที กรวีร์คว้าเอวบางของเธอไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อพยุงไม่ให้ล้มกระแทกพื้นด้วยกัน แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่เซถลาไปพิงชิดกับผนังปูนเปลือยด้านหลัง
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโกลาหลของคนงานก่อสร้างรอบด้าน แต่ ณ จุดที่พวกเขายืนอยู่ กลับราวกับโลกหยุดหมุน
รสาเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับดวงตาคมเข้มที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มสางของกันและกัน หัวใจดวงน้อยของหญิงสาวเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ขณะที่แววตาของกรวีร์ที่มองลงมานั้น ไร้ซึ่งความเยชาชาหรือมาดนิ่งขรึมอย่างเคย มันเต็มไปด้วยความไหววับลึกล้ำ คล้ายมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วผิวกาย
ดวงตาสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเธอนิ่งๆ
"ถ้าอยากกอดผม... บอกกันดีๆ ก็ได้นะครับคุณรสา ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีสะดุดท่อแบบนี้หรอก"
เสียงกระซิบแหบพร่าและเจือรอยยิ้มหยอกเย้าดังขึ้นใกล้ริมหู ทำเอารสาหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก เธอเตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงตะโกนเรียกจากผู้รับเหมาหลักที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"คุณกรณ์ครับ! แย่แล้วครับ! ท่อระบายน้ำหลักหน้าไซท์งานเกิดแตก ทะลักเข้าพื้นที่กองถ่ายแล้วครับ!"
กรวีร์ผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็วราวกับไฟฟ้าช็อต แม้แววตาจะยังคงฉายความเสียดายจางๆ ลึกๆ เขาจัดปกเสื้อตัวเองให้เรียบร้อยด้วยใบหน้าตึงเครียด ก่อนจะหันมามองหน้ารสาที่ยังคงยืนหน้าแดงก่ำ หายใจหอบถี่
"ดูเหมือนว่าสงครามย่อมๆ ของเรา... จะยังไม่จบแค่นี้นะครับ" กรวีร์กระตุกยิ้มมุมปาก ทิ้งท้ายประโยคด้วยสายตาคมกริบที่ทำเอารสาใจสั่นระรัว ก่อนที่เขาจะหันหลังก้าวฉับๆ ตรงไปยังจุดเกิดเหตุทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมาครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 4
สงครามย่อมๆ กลางไซท์งาน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!