สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 11

อาหารมื้อดึกและกำแพงที่เริ่มพัง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
กลิ่นหอมฉุยของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเค็มๆ มันๆ ลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอับชื้นของละอองฝนที่เพิ่งซาลงบนถนนสายรองย่านอารีย์ เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะอลูมิเนียมดัง *เคร้ง!* เป็นจังหวะระรัวจากร้านบะหมี่รถเข็นริมทางที่มีแสงไฟนีออนสีส้มสลัวส่องสว่างสะท้อนกับควันสีขาวพวยพุ่ง "บอกว่าจะพาไปร้านดินเนอร์หรูสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ที่ผมเป็นคนรีโนเวทเอง... แต่สุดท้ายคุณก็ลากผมมานั่งเบียดอยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีแดงตัวกระจิ๋วหลิวเนี่ยนะ, คุณรสา" เสียงทุ้มต่ำติดจะรำคาญใจดังขึ้น ทว่าท่าทางของคนพูดกลับตรงกันข้าม กรวีร์ในชุดสูททำงานถอดเนกไทพาดบ่า กำลังใช้ทิชชูเปียกเช็ดทำความสะอาดตะเกียบพลาสติกอย่างพิถีพิถันราวกับมันคือเครื่องมือแพทย์ราคาแพง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเหล่มองเก้าอี้พลาสติกตัวเตี้ยที่แทบจะรับน้ำหนักส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหเซนติเมตรของเขาไม่ไหว รสาหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนภายใต้แสงไฟนีออน เธอเท้าคางมองสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลผู้มักจะเนี้ยบกริบในทุกตารางนิ้ว แต่วันนี้กลับต้องมานั่งขัดสมาธิอยู่หน้าชามบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงพิเศษ "ร้านหรูๆ ของคุณน่ะ เปิดดึกแค่ไหนก็ได้แต่มันไม่มีชีวิตชีวาหรอกค่ะคุณกรวีร์" รสาเอ่ยเสียงใส มือเรียวยกช้อนสังกะสีขึ้นคนเส้นบะหมี่ในชามของตัวเอง "อีกอย่าง... คนที่บ่นว่าหิวจนไส้จะขาดคาจอคอมพิวเตอร์ตอนตีสองครึ่งเมื่อกี้ ก็ไม่ใช่ฉันเสียหน่อย" "ผมไม่ได้บ่น ผมแค่... ประเมินสถานการณ์การทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพต่างหาก" กรวีร์สวนกลับทันควัน ปากร้ายตามสไตล์คนฟอร์มจัด แต่พริบตาเดียวเขาก็เลื่อนชามเกี๊ยวแห้งที่ปรุงพริกป่นและน้ำส้มสายชูเสร็จสรรพมาวางไว้ตรงหน้าเธอ พร้อมกับชามบะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ที่เขาจัดการคีบผักชีออกให้จนเกลี้ยง รสาชะงักไปเล็กน้อย มองการกระทำที่ขัดแย้งกับคำพูดนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในอก เธอมองหน้าเขา สังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาคมคู่นั้นที่บอกชัดเจนว่าช่วงนี้เขาโหมงานหนักแค่ไหนเพื่อโปรเจกต์ใหญ่ประจำปี "เขี่ยผักชีออกให้อีกแล้ว... รู้ได้ไงว่าฉันไม่กิน" เธอกระซิบถาม เสียงอ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อย "เห็นคุณเขี่ยทิ้งทุกครั้งที่มีผักชีแปะมาในกองถ่าย... คนช่างสังเกตแบบผม ไม่จำเป็นต้องมีความจำปลาทองหรอกครับ" กรวีร์ตอบเรียบๆ ก่อนจะคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก เคี้ยวช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองถนนเบื้องหน้า "ว่าแต่... ทำไมจู่ๆ ถึงอยากกินร้านนี้" คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปเล็กน้อย ความเงียบสงบยามดึกเข้าปกคลุมชั่วขณะ ยกเว้นเสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาประปราย รสาช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่ม เธอนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าปกติ "ตอนเด็กๆ... ฉันเคยมีความฝันอยากเป็นผู้กำกับภาพยนตร์แอนิเมชัน" รสาเริ่มต้นเล่า รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับทอประกายไกล กรวีร์ชะงักตะเกียบในมือ เขาวางมันลงบนขอบชามอย่างเงียบๆ ตั้งใจฟังโดยไม่เอ่ยปากขัดจังหวะ "พ่อกับแม่เปิดร้านขายของชำเล็กๆ ชีวิตไม่ได้ร่ำรวยอะไร ฉันนั่งวาดรูปการ์ตูนลงกระดาษสมุดทุกวัน วาดจนดึกดื่นจนแม่ต้องมาดึงปากกาออกจากมือ... ฉันเคยบอกพวกท่านว่าโตขึ้นฉันจะสร้างหนังแอนิเมชันระดับโลกให้ทุกคนดู" รสาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความเศร้าสร้อย "แต่พอโตขึ้น ความฝันมันกินไม่ได้ค่ะคุณกรวีร์ หนี้สินของที่บ้าน ค่าเทอม... สุดท้ายฉันก็ต้องเลือกเรียนบริหารแล้วผันตัวมาเป็นโปรดิวเซอร์ กองถ่ายที่ต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทุกวัน... มันไกลจากความฝันวัยเด็กมากเลยเนอะ" ไม่มีคำปลอบโยนหวานเลี่ยน ไม่มีคำพูดประเภท "คุณเก่งมากแล้ว" ออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่ม กรวีร์เพียงแค่หยิบกระดาษทิชชูอีกแผ่นมาวางไว้ใกล้ๆ มือเธอ สายตาสีเข้มคู่นั้นมองตรงมาที่รสาด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าที่เธอคาดคิด "ความฝันในวัยเด็ก... มันไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะเก็บมันไว้หรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แววตาของเขาไหววูบคล้ายกำลังขุดคุ้ยความทรงจำบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ลึกที่สุด "คุณรู้ไหม... ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้อยากเป็นสถาปนิก" รสาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอนึกภาพผู้ชายคนที่เคร่งครัดกับลายเส้นและสเกลตึกระฟ้าไม่ออกเลยว่าในวัยเด็กเขาจะมีความฝันแบบไหน "แล้วคุณอยากเป็นอะไร?" เธอถาม น้ำเสียงเจือความอยากรู้อยากเห็นอย่างปิดไม่มิด "นักดนตรีแจズ" กรวีร์ตอบสั้นๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะตัวเองเล็กน้อย "ผมอยากเล่นแซกโซโฟนในผับเล็กๆ ใต้ดินที่นิวยอร์ก ใช้ชีวิตอย่างไร้กรอบ ไม่ต้องสนว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเสาเข็มจะรับน้ำหนักได้กี่ตัน... ผมซ้อมเป่ามันทุกวันจนห้องนอนข้างๆ แทบพัง" "แล้วทำไม..." "เพราะพ่อผมเป็นสถาปนิก" กรวีร์ตัดบท สีหน้าของเขาเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่รสาจับสังเกตความตึงเครียดบริเวณกรามที่ขบเข้าหากันแน่นได้ "ท่านคาดหวังให้ผมสืบทอดบริษัท วันที่ผมสอบติดคณะสถาปัตย์... ผมเอาแซกโซโฟนตัวโปรดไปวางไว้บนโต๊ะทำงานของท่าน แล้วบอกท่านว่าผมเลือกทางนี้" น้ำเสียงของเขาเรียաբเฉย ทว่ากลับหนักอึ้งในความรู้สึกของคนฟัง รสารู้สึกได้ทันทีว่าภายใต้กำแพงความเย่อหยิ่งและท่าทีปากร้ายของกรวีร์ มันซ่อนร่องรอยของการยอมจำนนต่อหน้าที่และความคาดหวังไว้มากมายขนาดไหน "เสียดายไหมครับ?" รสาเอ่ยถามเบาๆ ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา กรวีร์เงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ระยะห่างระหว่างโต๊ะพลาสติกตัวเล็กๆ ทำให้เขามองเห็นประกายสะท้อนจากไฟนีออนในดวงตาคู่สวยนั้นได้อย่างชัดเจน หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามเก็บกดไว้ภายใต้เหตุผลและระเบียบวินัย กำลังถูกสายตาของหญิงสาวตรงหน้ากร่อนทำลายลงทีละน้อย "ตอนแรก... โคตรเสียดาย" กรวีร์ยอมรับตามตรง น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนลงเล็กน้อย "แต่ตอนนี้... ผมคิดว่าผมอาจจะเจอความหมายใหม่แล้วก็ได้" "ความหมายใหม่อะไรเหรอคะ?" รสาเอียงคอถามด้วยความสงสัย กรวีร์ไม่ตอบในทันที เขายื่นมือหนาออกไปช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปัดเศษเส้นบะหมี่ที่ติดอยู่บริเวณมุมปากของรสาออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่แตะโดนผิวแก้มทำเอารสาตัวแข็งทื่อ ลลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของกรวีร์มองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ความซึนเดระ และความปากร้ายหายวับไปกับสายลมยามดึก เหลือเพียงความคลั่งรักที่เอ่อล้นออกมาจนปิดไม่มิด "ก็... การได้มานั่งกินบะหมี่ข้างทางตอนตีสาม กับผู้หญิงปากเก่งที่ชอบเถียงผมไม่หยุดไงครับ" รสาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับคำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้ปะรองของคนตรงหน้า หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงกลองชุดในเพลงแจズที่เขาเคยฝันถึง ทว่า... ก่อนที่รสาจะได้อ้าปากสวนกลับด้วยคำคมๆ ตามสไตล์ของเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลัง "โอโหหหห! นี่ผมขัดจังหวะซีนโรแมนติกกลางร้านบะหมี่รถเข็นหรือเปล่าเนี่ย? คุณกรณ์, คุณรสา... แอบมาเดทกันสองต่อสองแบบนี้ ระวังพรุ่งนี้ผมแฉในกรุ๊ปไลน์กองถ่ายนะเว้ย!" ธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มเพื่อนสนิทตัวแสบ โผล่หน้าเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในมือถือแก้วกาแฟเซเว่น ท่ามกลางสีหน้าตกใจของรสาและแววตาดุที่พร้อมจะฆ่าคนของกรวีร์ ************************************************** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ละลายกำแพงของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ / เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%