"ถ้าบัทเจตพังเพราะฉากนี้ฉากเดียว เตรียมตัวไปกินแกลบแทนข้าวได้เลยครับคุณผู้จัดการกองถ่าย!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหಂಜอย่างชัดเจนดังขึ้นแทรกกลางความโกลาหลของสตูดิโอขนาดใหญ่ กรวีร์ยืนกอดอกแน่น ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง สายตาดุดันภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองโครงสร้างฉากจำลองที่กำลังสั่นคลอนจากแรงลมของพัดลมตัวยักษ์
รสาที่กำลังงละล่ำงละลั่กเซ็นเอกสารในมือสะดุ้งเฮือก เธอหันขวับกลับมาปะทะสายตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มทันที ปากบางเม้มเข้าหากันนิดๆ ก่อนจะเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
"ถ้าคุณกรณ์มีเวลามา đứng บ่นเรื่องงบประมาณและยืนหน้ายักษ์ใส่ฉัน เอาเวลาไปเช็คสลักยึดคานเหล็กด้านบนโน่นไม่ดีกว่าเหรอคะ? ไม่งั้นฉากที่ว่าแพงนักหนา อาจจะพังลงมาทับหัวนักแสดงก่อนจะได้ถ่ายทำจริงซะอีก!" รสาตอกกลับเสียงใสแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตฉายแววความดื้อรั้นที่พร้อมจะปะทะได้ทุกเมื่อ
บรรยากาศรอบกองถ่ายวันแรกอึมครึมและร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิในเตาอบ ทีมงานหลายชีวิตต่างหลบมุมเงียบ ไม่มีใครกล้าหายใจแรงเมื่อสถาปนิกหนุ่มจอมเนี๊ยบกับผู้จัดการกองถ่ายสาวสายดีไซน์เปิดฉากปะทะคารมกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งตรง
กรวีร์ขบกรามแน่น สันกรามคมชัดขึ้นตามแรงอารมณ์ เขาเกลียดความผิดพลาด และยิ่งเกลียดเข้าไปใหญ่ที่ผู้หญิงคนนี้มักจะมองทะลุความตั้งใจจริงของเขาแล้วสวนกลับมาด้วยเหตุผลกวนประสาททุกครั้ง แต่สิ่งที่น่าหงุดหಂಜยิ่งกว่าคือ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกทีที่เห็นรสาทำหน้ายโสโอหังแบบนี้
"ผมเช็คโครงสร้างเสร็จตั้งแต่ก่อนที่คุณจะก้าวเท้าเข้ามาในกองนี้แล้วครับ รสา... และถ้าคุณจะกรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิดว่า น้ำหนักของโครงสร้างเหล็กมันเกินลิมิตที่ทีมศิลป์ของคุณออกแบบไว้ถึงสามร้อยกิโลกรัม คุณจะรู้ว่าผมไม่ได้บ่นไร้สาระ"
กรวีร์ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันโดยอัตโนมัติจนรสาต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะวางมอนิเตอร์ แต่มือเรียวก็ยังคงยกขึ้นกอดอกทำเป็นไม่สะทกสะท้าน แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วผิดปกติเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินงาม
"อ๋อเหรอคะ? งั้นแปลว่าที่ยืนหน้าบึ้งอยู่เนี่ย เป็นเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของฉัน... หรือกลัวผลงานสถาปัตยกรรมระดับชิ้นเอกของคุณมันจะด่างพร้อยกันแน่ล่ะคะ คุณสถาปนิก" รสาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ ความใกล้ชิดนี้ทำให้กรวีร์ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอ มันรasสติสัมปชัญญะของเขาให้กระเจิดกระเจิงไปชั่วขณะ
สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตาประกายท้าทายนั้น ปากร้ายๆ ที่ชอบพ่นคำพูดกวนประสาทอยากจะเอ่ยอะไรออกไปสักอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว แต่ยังไม่ทันที่กรวีร์จะได้อ้าปากแก้ตัว เสียงตะโกนแสบแก้วหูของธนัตถ์ก็ดังแทรกขึ้นมาผ่ากลางวง
"เฮ้ยๆๆ! กองถ่ายนะเว้ย ไม่ใช่สนามรบ! แยกย้ายครับแยกย้าย นักแสดงพร้อมเข้าฉากแล้วโว้ยคุณกรณ์ คุณรสา!" โปรดิวเซอร์หนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งคู่ พร้อมทำมือห้ามทัพแบบขอไปที แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับฟ้องชัดเจนว่ากำลังสนุกกับการเห็นเพื่อนรักเสียอาการ
รสาผลักอกกรวีร์เบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะคุณสถาปนิก เดี๋ยวเคลียร์คิวถ่ายเสร็จ ฉันจะมาคิดบัญชีเรื่องที่คุณว่าฉันใช้สมองส่วนไหนคิดแน่"
"ผมรอฟังอยู่ครับ... หวังว่าจะมีความฉลาดมากกว่าคำพูดเมื่อกี้นะ" กรวีร์กระซิบตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำชิดริมหู ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีไปทางโครงสร้างฉาก ปล่อยให้รสายืนกำมือแน่นด้วยความหมั่นไส้จนหน้าดำหน้าแดง
การถ่ายทำเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดสมชื่อวันแรก ปัญหาหน้างานถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทั้งไฟสตูดิโอที่เกิดช็อต กลิ่นสีที่ยังไม่แห้งสนิท และอารมณ์ของนักแสดงนำชายที่เกิดอาการงอแงไม่ยอมเข้าฉากเพราะอากาศร้อนจัด รสาต้องวิ่งวุ่นประสานงานจนเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า แต่เธอก็ยังคงจัดการทุกอย่างด้วยความเฉียบขาดและรอยยิ้มมืออาชีพ
กรวีร์ยืนกอดอกมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ จากมุมมึกหลังกองถ่าย สายตาคมกริบไม่ได้ละไปจากร่างบางที่วิ่งวุ่นคอยสั่งการทีมงานเลยแม้แต่วินาทีเดียว แม้เขาจะปากร้ายและชอบขัดคอเธอตลอดเวลา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสามารถและความเป็นมืออาชีพของรสาในยามคับขัน ทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้สั่นไหวอย่างรุนแรง
กระทั่งการถ่ายทำช่วงบ่ายดำเนินมาถึงฉากสำคัญ พระเอกและนางเอกของเรื่องต้องเข้าฉากดราม่าอารมณ์เข้มข้น ทันทีที่ผู้กำกับสั่งแอคชั่น ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจังหวะที่นักแสดงชายต้องก้าวถอยหลังเข้าใกล้เสาโครงสร้างจำลองที่กรวีร์เพิ่งท้วงติงไปตอนเช้า
เปรี้ยะ!
เสียงโลหะลั่นดังสนั่นท่ามกลางความเงียบของกองถ่าย น็อตยึดตัวใหญ่หลุดกระเด็นออกจากฐานรองรับ น้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมกำลังดิ่งพสุธาลงมาตรงจุดที่นักแสดงยืนอยู่พอดี!
"ระวัง!"
กรวีร์ตาดาวโรจน์ สัญชาตญาณความเร็วเหนือมนุษย์ทำงานเร็วกว่าความคิด ร่างสูงพุ่งทะยานเข้าไปผลักนักแสดงหนุ่มกระเด็นหลุดจากรัศมีอันตรายได้ทันท่วงที แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง คานเหล็กขนาดใหญ่กลับสูญเสียการทรงตัวและพับทลายลงมาทับร่างของเขาแทน!
"กรณ์!"
เสียงกรีดร้องของรสาขาดห้วงลงในลำคอ โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างของสถาปนิกหนุ่มจอมกวนประสาทหายลับไปใต้ซากโครงสร้างเหล็ก ท่ามกลางความตกใจสุดขีดของทุกคนในกองถ่าย รสาพุ่งตัวเข้าไปอย่างไร้สติ มือเปล่าระดมรื้อเศษไม้และเหล็กออกอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความกลัวที่เกาะกุมขั้วหัวใจเป็นครั้งแรกในชีวิต
"คุณกรณ์! ได้ยินฉันไหม... คุณกรณ์ อย่าเป็นอะไรนะ!"
เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างร่างที่นอนนิ่งสนิท มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลถลอกและคราบฝุ่นเลอะเปื้อน ทว่าจังหวะที่รสาจะร้องเรียกซ้ำอีกครั้ง ดวงตาคมที่ปิดสนิทอยู่ก็ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ
กรวีร์ขยับตัวด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มมุมปากที่เจือความกวนประสาทออกมาทั้งๆ ที่เลือดไหลซึมบริเวณขมับ
"เป็นห่วงผมเหรอครับ... รสา ตาแดงเชียว"
ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมา แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
เมทริกซ์ซีโร่
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 22
วันเปิดกล้องที่วุ่นวายสุดๆ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!