กลิ่นหอมจางๆ ของชา Earl Grey ผสมกับความเย็นเฉียบของราตรีกาลนอกระเบียง คล้ายจะช่วยดึงสติของรสาให้กลับคืนมาได้บ้าง หลังจากที่ประโยคกำกวมอันตรายจากปากสถาปนิกหนุ่มเมื่อครู่เกือบจะทำให้ระบบประสาทของเธอรวนไปหมด หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความแข็งแกร่งทั้งหมดที่มีดันไหล่กว้างของคนตรงหน้าออกเบาๆ แม้เนื้อตัวจะยังพาลสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวก็ตาม
"คุณกรณ์... ปล่อยก่อนค่ะ เอ๊ย... ปล่อยได้แล้วครับ!" รสาเกือบหลุดคำพูดติดปากแบบผู้หญิงทั่วไปออกไปเสียแล้ว ดีที่ไหวตัวทันปรับสรรพนามกลับมาเป็นปกติ ทว่าดวงตากลมโตที่จ้องมองอีกฝ่ายกลับไม่ได้ดุดันอย่างที่ปากว่า
กรวีร์ยอมถอยหลังออกไปครึ่งก้าวอย่างจำใจ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เพิ่งถอดออกเพราะความรำคาญ) จ้องมองคนตรงนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลายังคงความเรียบเฉึงตามสไตล์ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นอย่างคนกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." สถาปนิกหนุ่มพึมพำเบาๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางจมูก "แต่พอโดนเข้าหน่อย หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกทุกที... นี่เหรอผู้จัดการกองถ่ายมือทองที่ใครๆ ก็เกรงกลัว"
"ฉันไม่ได้หน้าแดงเพราะเขินนะ!" รสารีบเถียงคอเป็นเอ็น มือเรียวยกขึ้นแตะพวงแก้มร้อนผ่าวของตัวเองโดยอัตโนมัติ "อากาศข้างนอกมันร้อนต่างหากล่ะ... เออ ว่าแต่คุณเถอะ ตามฉันออกมาที่ระเบียงห้องพักส่วนตัวแบบนี้ มีธุระอะไรไม่ทราบ ถ้าจะมาพูดจาประชดประชันเรื่องในอดีตล่ะก็เชิญกลับไปนอนเถอะค่ะ ฉันง่วง"
เธอทำท่าจะหันหลังกลับเข้าห้อง ทว่ามือหนากลับคว้าข้อแขนเรียวเอาไว้ ไม่ได้บีบรัดจนเจ็บ แต่กุมไว้อย่างมั่นคงจนเธอขยับไปไหนไม่ได้
"ฟังให้จบก่อน รสา" น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นกะทันหัน ทำให้รสาต้องชะงัก กรวีร์ทอดสายตามองทัศนียภาพเบื้องล่างที่มีแสงไฟจากรีสอร์ตสะท้อนกับผิวน้ำ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคง "เรื่องระหว่างผมกับ... พิมพ์ชนก มันไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งอย่างที่คุณจินตนาการไปไกลถึงไหนต่อไหน"
หัวใจของรสาเต้นกระหน่ำผิดจังหวะ เธอไม่ได้คาดคิดว่าคนอย่างกรวีร์จะหยิบยกเรื่องอดีตคนรักเก่าขึ้นมาอธิบายตรงๆ แบบนี้ ปกติแล้วผู้ชายคนนี้มักจะเลือกใช้วิธีเงียบและปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิดไปเองเสมอ เพราะถือคติว่า 'คนฉลาดไม่ต้องอธิบาย คนโง่เท่านั้นที่แก้ตัว'
"ทำไม... จู่ๆ ถึงมาเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังล่ะคะ" รสาถามเสียงแผ่ว ความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านاتมลายหายไปเกือบหมด เหลือเพียงความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น
"เพราะผมไม่อยากให้ผู้จัดการกองถ่ายปากเก่งแถวนี้ เอาเวลาอันมีค่าไปคิดมากเรื่องไร้สาระ" กรวีร์หันกลับมาสบตา เธอด้วยแววตาที่จริงจังจนน่ากลัว "เราเลิกกันก่อนที่ผมจะมาทำโปรเจกต์นี้ด้วยซ้ำ สาเหตุไม่ใช่เพราะใครเป็นมือที่สาม แต่เพราะเป้าหมายในชีวิตเรามันสวนทางกัน... เธออยากให้ผมทิ้งงานที่กรุงเทพฯ เพื่อตามใจครอบครัวเธอที่ต่างประเทศ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้สำหรับผม"
รสาเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเดิม ความรู้สึกโล่งอกบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ราวกับก้อนหินหนักอึ้งที่คอยถ่วงความรู้สึกตลอดหลายวันที่ผ่านมา ถูกยกออกไปจนหมดสิ้น แต่กระนั้น... ความทิฐิก็ยังทำให้เธอต้องเชิดหน้าขึ้น
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ? คุณจะเลิกกับใคร หรือเหตุผลมันคืออะไร มันก็เรื่องส่วนตัวของคุณ"
"เกี่ยวสิ" กรวีร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง คราวนี้รสาไม่มีทางถอยหนีเพราะแผ่นหลังชนเข้ากับราวระเบียงกระจกใสเข้าอย่างจัง สถาปนิกหนุ่มโน้มใบลงมาให้อยู่ในระดับสายตา ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดป่ามอยู่ใกล้แค่เอื้อม "มันเกี่ยว... เพราะผมไม่อยากให้สายตาคู่สวยคู่นี้มองผมด้วยความเข้าใจผิดอีก"
"คุณกรณ์..." รสาครางชื่อเขาเบาหวิว สติสตางค์ที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมดเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความทะนุถนอมที่ขัดกับบุคลิกปากร้ายโดยสิ้นเชิง
"จำไว้... รสา" กรวีร์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มต่ำสั่นพร่าเล็กน้อย "ผมไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่ปล่อยให้ความสัมพันธ์เรื่อยเปื่อย... และกับคุณ..."
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงเคาะประตูกระจกห้องพักด้านในก็ดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของโปรดิวเซอร์หนุ่มตัวแสบ
"ไอ้กรณ์! น้องรสา! แย่แล้วโว้ย! ทีมงานกองถ่ายฝั่งโลเคชั่นโทรมาแจ้งว่า ไฟป่าริมเขาลามเข้าใกล้พื้นที่เซ็ตถ่ายที่เราจะใช้พรุ่งนี้เช้าแล้ว ผู้กำกับกำลังสติแตกกרי๊ดแตกอยู่ที่ห้องโถง รีบเข้ามาดูด่วนเลย!"
กรวีร์ชะงัก ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อถูกขัดจังหวะสำคัญ เขาสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ขณะที่รสารีบใช้จังหวะนั้นดันอกเขาออกแล้วสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อดึงสติกลับมาสู่โลกความเป็นจริง
ทว่า... ก่อนที่รสาจะทันได้ก้าวเดินหนีเข้าห้อง กรวีร์กลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วโน้มลงกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
"เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่... เตรียมตัวรับมือให้ดีก็แล้วกัน รสา"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของผมเสมอมานะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 21
บทสนทนาเคลียร์ใจริมระเบียง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!