"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คุณกรณ์"
น้ำเสียงของรสาไม่ได้ตะโกน แต่มันดังพอที่จะแทรกผ่านความเงียบงันของห้องประชุมกองถ่ายที่เพิ่งผ่านพ้นมรสุมทางอารมณ์มาหมาดๆ แพรวพรรณที่อ้าปากค้างอยู่เมื่อครู่ รีบหุบปากฉับแล้วค่อยๆ ถอยกรูดไปหลบหลังฉากกระดาษชานอิงอย่างรู้กาลเทศะ ทิ้งให้สถาปนิกหนุ่มมือรางวัลยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทลำลองสีเข้มขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิทตามสไตล์สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความ
อ่อนแอให้ใครเห็น
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังติดค้างอยู่ในอากาศ—จังหวะที่กรวีร์ยื่นมือมาปัดเศษผงสีขาวออกจากปกเสื้อให้เธออย่างถือวิสาสะ พร้อมกับประโยคกำกวมที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รสาเลือกจะจดจำ สิ่งที่เธอแคร์ในเวลานี้คือ 'เส้นแบ่ง'
เธอเป็นแค่ผู้จัดการกองถ่าย ส่วนเขาเป็นสถาปนิกที่ปรึกษาโปรเจกต์ การที่เขาเข้ามาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวบ่อยครั้งเกินไป มันเริ่มทำให้เธรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนลวดสลิงที่ขึงข้ามเหวลึก
"ผมไม่ได้เล่นเกมอะไรทั้งนั้น รสา" กรวีร์ตอบเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ผมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำ"
"สิ่งที่ควรทำเหรอคะ?" รสาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างที่ชอบทำเวลาเจอคนถือดี "การมาทำตัวสนิทสนมเกินหน้าที่ การมาคอยตามแก้ปัญหาให้ฉันลับหลัง หรือแม้กระทั่งการมายืนประชิดตัวเมื่อกี้... คุณเรียกว่าหน้าที่ของสถาปนิกงั้นเหรอ"
กรวีร์ขบกรามแน่น สันจاوโด่งเป็นสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอกจนน่ารำคาญ ผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้น หัวรั้น และไม่เคยยอมให้ใครกุมความได้เสียที ตั้งแต่รู้จักกันมา มีแต่เขาที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้าง คอยมองเธอจากมุมมืด คอยห่วงโดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ แต่พอเขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เธอกลับเลือกที่จะถอยร่นระยะห่างทันทีราวกับเขามีเชื้อโรค
"คุณกำลังกลัวอะไร รสา" กรวีร์ก้าวเข้าไปหาเธอหนึ่งก้าว บีบพื้นที่ในห้องให้แคบลงจนรสาต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "กลัวว่าตัวเองจะเผลอใจ หรือกลัวว่าที่คุณทำเป็นเก่งมาตลอด มันจะพังทลายลงเพราะผู้ชายปากร้ายอย่างผม"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดโกน รสาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธและบางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่อยากยอมรับ กำลังประท้วงเสียงดัง เธอยืดอกขึ้น สบตากับเขาตรงๆ โดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะคุณกรณ์ ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น... ฉันแค่รู้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ ต่างคนต่างอยู่ ทำหน้าที่ของตัวเองให้จบโปรเจกต์นี้ไปซะ นั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา"
เพล้ง!
ประโยคสุดท้ายของรสาคล้ายเสียงกระจกแตกละเอียดในความรู้สึกของกรวีร์ ร่างสูงชะงักกึก ความรู้สึกหงุดหงิดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตา เขาเกลียดที่สุดคือความห่างเหินที่เธอยกขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน และเกลียดมากกว่าคือความจริงที่ว่า... เขากำลังสนใจผู้หญิงคนนี้มากกว่างานตรงหน้าเสียอีก
"งั้นเหรอ..." กรวีร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ย "ถ้าคุณต้องการระยะห่างนัก ผมก็จะจัดให้"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็หมุนตัวกลับทันทีอย่างไร้เยื่อใย แผ่นหลังกว้างเดินดุ่มๆ ไปที่ประตูห้องทำงาน บานประตูไม้เนื้อดีเปิดผางออกด้วยแรงอารมณ์ รสา দাঁড়มองตามร่างสูงที่หายลับไปในโถงทางเดิน ความรู้สึกหน่วงแปลกๆ ตีตื้นขึ้นมาในอกจนเธอต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกตัวเองไว้
*มันก็ควรจะเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ... เราถอยห่างจากกัน มันถูกต้องแล้วนี่* รสาบอกตัวเองซ้ำๆ แต่ทำไมขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ผ่านไปเกือบชั่วโมง บรรยากาศในกองถ่ายกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อปราศจากเงาร่างสูงโปรดปรานของสถาปนิกหนุ่ม ทุกอย่างดูเชื่องช้าและขาดความเฉียบคม ทีมงานเริ่มกังวลกับรายละเอียดโครงสร้างฉากที่ยังแก้ไม่จบ ธนัตถ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มเพื่อนสนิทของรสา เดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"รสา นายกรณ์เป็นบ้าอะไรวะ เดินหน้าบึ้งออกจากห้องประชุมแล้วขับรถออกไปเลย ทีมงานถามหาแปลนฉากส่วนต่อขยาย นายบอกว่าเขาไม่รับสาย ใครไปเหยียบหางพ่อเสือสมิงเข้าล่ะเนี่ย" ธนัตถ์บ่นอุบพร้อมกับเกาหัวแกรก
"ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาสักหน่อย" รสาตอบเสียงเรียบ พยายามก้มหน้าก้มตาตรวจสคริปต์ในมือเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนในใจ
"เอ้า แปลกคน ฉันเห็นนายกรณ์เดินหัวเสียออกไป แกจะไม่ตามไปดูหน่อยเหรอวะ งานนี้ถ้าสะดุดขึ้นมา โปรดิวเซอร์อย่างฉันนี่แหละจะอกแตกตายก่อนเพื่อน" ธนัตถ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินเลี่ยงไปจัดการเรื่องอื่น
รสาเม้มริมฝีปากแน่น สมองตีกันยุ่งเหยิงระหว่างความอีโก้ที่สั่งให้อยู่เฉยๆ กับสัญชาตญาณที่บอกว่ามันมีบางอย่างผิดปกติ กรวีร์ไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ การที่เขาละทิ้งกองถ่ายกลางคันแบบนี้ แปลว่าความรู้สึกของเขาคงติดลบกับเธอจริงๆ แล้วล่ะมั้ง
ตกเย็น แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงสาดส่องผ่านโครงสร้างเหล็กของโกดังร้างที่ใช้เป็นสตูดิโอชั่วคราว รสาเดินตรวจความเรียบร้อยเป็นรอบสุดท้ายก่อนจะหยิบกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน ความเงียบงันเริ่มโรยตัวปกคลุมทั่วพื้นที่ ทีมงานทยอยกันกลับหมดแล้ว เหลือเพียงเธอที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้พับหน้ามอนิเตอร์
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่เบาๆ ดังขึ้น รสาเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจ คิดว่าเป็นธนัตถ์ที่ลืมของ แต่เมื่อเพ่งมองผ่านกระจกเงาสะท้อนยามเย็น เธอกลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ไม่ใช่ธนัตถ์...
ร่างสูงโปร่งในชุดเดิมแต่ยับยื่นเล็กน้อยกำลังยืนพิงกรอบประตู แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้เรียบนิ่งไร้อารมณ์เหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของรสาติดขัด กรวีร์ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ปิดประตูล็อกกลอนด้วยความเงียบเชียบ ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดยืนค้ำหัวเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
"คุณ... กลับมาทำไม ลืมของเหรอคะ" รสาถามเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามรักษาระดับเสียงให้ราบเรียบที่สุด
กรวีร์ไม่ตอบ เขายื่นมือหนาลงมาท้าวกับพนักเก้าอี้ทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเหนื่อยล้าลอยเข้าปะทะจมูก รสาผงะถอยหลังจนแผ่นหลังชิดพนักพิง เงยหน้ามองสถาปนิกหนุ่มที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ผมไม่ได้ลืมของ..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมหีบปากของเธอ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบพักตร์หวานที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความไม่พอใจผสมความเอ็นดู
"แล้วคุณ..."
"ผมลืมคุณต่างหาก... รสา"
กรวีร์พูดตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของรสาหยุดเต้นไปสามวินาที ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่กระซิบแผ่วเบaจะรดรินริมหู "บอกให้ผมถอยห่าง... แต่ทำไมหัวใจบ้าๆ นี่ถึงได้สั่งให้ผมเดินกลับมาหาคุณเร็วกว่าเดิมวะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 20
ความอึดอัดที่เคลียร์ไม่ลงตัว
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!