"ผมคิดว่าโปรดิวเซอร์อย่างคุณธนัตถ์ควรไปตรวจเช็กสายตาก่อนจะก้าวขาเข้าสตูดิโอแห่งนี้... หรือไม่ก็ควรพกแว่นขยายมาด้วย เผื่อจะได้มองเห็นป้าย 'ห้ามบุคคลภายนอกรบกวนเวลาทำงาน' ที่แปะหราอยู่หน้าประตู"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างชัดเจนดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันในสตูดิโอชั่วคราว รสาถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างโล่งอกพร้อมกับปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะยังเต้นรัวด้วยความตกใจจากการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเพื่อนสนิท
ธนัตถ์กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มกริ่ม ส่งสายตากรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์มองเลยร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มเจ้าของพื้นที่ไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลัง
"แหม... คุณสถาปนิกครับ ใจเย็นก่อนสครับ ผมแค่วิ่งเอาเอกสารปรับแก้งบการผลิตฉากล็อตสุดท้ายมาให้กองถ่ายต่างหาก ไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะ... เอ่อ... บรรยากาศการทำงานอันเคร่งเครียดของพวกคุณสองคนหรอกนะครับ" ธนัตถ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ พร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตาเป็นเชิงแซว
กรวีร์ขบกรามแน่นจนสันกรมนูนเด่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ เขารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเพื่อนสนิทตัวแสบของรสาคนนี้ดี ธนัตถ์มักจะโผล่มาในจังหวะเวลาที่ชวนให้เข้าใจผิดอยู่เสมอ
"วางไว้ตรงนั้นแล้วก็เชิญกลับออกไปได้แล้วครับ งานของผมยังต้องสะสางอีกมาก ไม่ว่างมาต่อปากต่อคำกับแขกไม่ได้รับเชิญ" กรวีร์เอ่ยปากไล่อย่างไร้เยื่อใย ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างธนัตถ์กับรสาโดยอัตโนมัติ ราวกับต้องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวของเขากับเธอจากสายתตาอยากรู้อยากเห็นของบุคคลภายนอก
รสาปรายตามองแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนบังเธอเสียมิด มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างนึกขันในความหวงก้างแบบเนียนๆ ของอีกฝ่าย ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังพร้อมกับเอ่ยตัดบท
"ขอบใจมากนะธนัตถ์สำหรับเอกสาร เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง นายรีบกลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องเซ็ตติ้งแต่วันไม่ใช่หรือไง"
ธนัตถ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ส่งสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งให้รสาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปโค้งศีรษะให้กรวีร์แบบกวนๆ "ครับผม... งั้นผมไม่กวนเวลาอันมีค่าของสถาปนิกมือหนึ่งกับผู้จัดการกองถ่ายคนเก่งแล้วดีกว่า เชิญทำงาน 'ข้ามคืน' กันตามสบายนะครับ"
เน้นย้ำคำว่า 'ข้ามคืน' จนน่าหมั่นไส้ ก่อนที่ธนัตถ์จะหมุนตัวเดินลิ่วออกจากสตูดิโอไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงปิดประตูดังปังที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง
ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ได้เบาบางลงเลย บรรยากาศรอบตัวกลับยิ่งทวีความอึดอัดและเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าบางอย่างที่สัมผัสได้ด้วยผิวหนัง
กรวีร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองไปยังบานประตูที่ปิดสนิท ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้า
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." กรวีร์พึมพำเบาๆ แต่รสาได้ยินชัดเจน
"ฉันจะถือว่านั่นเป็นคำชมนะคะคุณกรวีร์" รสาตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตสบตากับเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "แต่ถ้าคุณมัวแต่มายืนแขהะฉันเรื่องเพื่อนสนิท แบบแปลนโครงสร้างฉากเซ็ตที่สามคงไม่ได้เกิดแน่ๆ ค่ะ"
สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนปัญญา เขาพ่ายแพ้ให้กับความปากเก่งและความเป็นมืออาชีพของเธอทุกครั้งไป กรวีร์สะบัดหน้าหนีเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีกระดาษไข โครงสร้างสถาปัตยกรรม และโมเดลจำลองฉากวางเกลื่อนกลาด
"ถ้าไม่อยากให้งานเสร็จช้า ก็เข้ามาดูตรงนี้ รายละเอียดโครงสร้างรับน้ำหนักของฉากหลังที่คุณต้องการ มันมีจุดที่เสี่ยงต่อการพังทลายถ้าผู้กำกับสั่งเคลื่อนกล้องเร็วเกินไป" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจริงจัง ดึงบรรยากาศกลับสู่โหมดการทำงานอย่างรวดเร็ว
รสาขยับเข้าไปใกล้ ย่อตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สมองที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันถูกบังคับให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้งเมื่อสายตาปะทะเข้ากับลายเส้นสถาปัตยกรรมที่ละเอียดอ่อนและเฉียบคม ฝ่ามือเรียวสวยชี้ไปยังจุดที่กรวีร์เพิ่งพูดถึง
"ตรงนี้ถ้าเราเสริมโครงเหล็กฉากรับน้ำหนักเพิ่มอีกสองจุด จะช่วยกระจายน้ำหนักเวลาดอลlyกล้องผ่านได้ใช่ไหมคะ?" รสาเอ่ยถาม พลางเงยหน้าขึ้นมองเขา
กรวีร์ก้มลงมองตามปลายนิ้วเรียวที่แตะอยู่บนกระดาษพิมพ์เขียว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอตอนนี้แทบจะแนบชิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของหญิงสาวโชยแตะนาสิกท่ามกลางกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ สถาปนิกหนุ่มชะงักไปชั่ววินาที หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
"อ... อืม ใช่" กรวีร์ตอบเสียงพร่าลงเล็กน้อย เขารีบเบนสายตาออกจากการจ้องมองใบเนียนใสใกล้ๆ นั้น แล้วใช้ดินสอในมือขีดเขียนแก้ไขเพิ่มเติมลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในแววตาของตนเอง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างเงียบเชียบ นอกหน้าต่างกระจกบาน
กว้างของสตูดิโอ แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าเริ่มหรี่แสงลง ความมืดมิดของยามวิกาลเข้าปกคลุมทั่วทั้งเมือง เหลือเพียงแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานที่ส่องสว่างสะท้อนใบหน้าของคนทั้งคู่
กองเอกสารและโมเดลจำลองถูกจัดระเบียบใหม่ทีละชิ้น รสากวาดตามองความสำเร็จตรงหน้าด้วยความเหนื่อยอ่อน เปลือกตาคู่สวยเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ สมองที่เคยแล่นเร็วปรี๊ดตอนนี้กลับเริ่มตื้อตัน ความอ่อนล้าสะสมจากการทำงานติดต่อกันหลายสิบชั่วโมงเริ่มออกฤทธิ์
เธอพยายามกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความง่วงงุน แต่ศีรษะเจ้ากรรมกลับเริ่มโคลงเคลงอย่างไร้การควบคุม
กรวีร์ที่กำลังงงกับการคำนวณสเกลฉากสุดท้าย เงยหน้าขึ้นมองเพื่อจะปรึกษาบางอย่างกับผู้จัดการกองถ่ายสาว แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
รสายอมแพ้ให้กับความเหนื่อยล้าโดยสมบูรณ์ เปลือกตาปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ และในวินาทีต่อมา ศีรษะทุยของเธอก็เอนเอียงลงมาซบสนิทอยู่บนลาดไหล่กว้างของสถาปนิกหนุ่มอย่างพอดิบพอดี
กรวีร์ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ฝ่ามือที่ถือดินสอค้างกลางอากาศสั่นระริกเล็กน้อย เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวว่าเสี้ยววินาทีนี้จะหลุดลอยหายไป
ดวงตาคมกริบมองร่างบางที่นอนหลับพริ้มอย่างไร้การป้องกันอยู่บนไหล่ของตนเอง ความเย่อหยิ่ง ทิฐิ และมาดนิ่งขรึมที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความอ่อนโยนล้ำลึกที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คม
กรวีร์ค่อยๆ วางดินสอในมือลงอย่างแผ่วเบาที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของคนตัวเล็ก เขาขยับตัวเข้าหาอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง แล้วใช้แขนข้างหนึ่งโอบประคองเอวบางไว้เบาๆ ดึงร่างที่อ่อนปวกเปียกให้เอนเข้าหาอกร้อนของเขาอย่างมั่นคง เพื่อให้เธอนอนหลับได้อย่างสบายที่สุด
"ยัยตัวแสบเอ๊ย... ปากเก่งนัก ทำไมเวลาหมดฤทธิ์ถึงได้น่ารักขนาดนี้..." กรวีร์กระซิบพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนแทบละลายหายไปกับอากาศ ปลายจมูกโด่งรั้นกดลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว
ทว่า ในขณะที่สถาปนิกหนุ่มกำลังปล่อยใจให้จมดิ่งไปกับความอบอุ่นยามวิกาล และเตรียมจะก้มลงสำรวจใบหน้ายามหลับใหลของเธอให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั้น...
กริ๊ก! เสียงกลอนประตูด้านนอกที่ถูกปลดล็อกดังแผ่วเบาขึ้น พร้อมกับแสงไฟสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาทางช่องประตู และเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจ
"เฮ้ย! กรวีร์! รสา! ฉันลืมกระเป๋าเอกสาร... อ้าว เฮ้ย! พวกนายกำลังทำอะไรกันวะเนี่ย!"
กรวีร์เบิกตากว้างขึ้นทันที ความโกรธเกรี้ยวพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในอกเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้บุกรุกยามวิกาลอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากไล่ ธนัตถ์กลับส่งเสียงร้องลั่นพร้อมกับชี้มือค้างมาที่พวกเขาทั้งคู่ด้วยใบหน้าตื่นตะลึง
"ฉิบหายแล้ว... ฉันไม่ได้ตาฝาดใช่ไหมวะ รสาซบไหล่นายอยู่... แล้วนายกำลังกอดรสาแน่นขนาดนั้น...!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 16
ทำงานข้ามคืนไปด้วยกัน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!