สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 17

รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ไอ้กรณ์... มึงเมาหรือกาววะ?" เสียงกระซิบลอดไรฟันของธนัตถ์ดังแทรกเข้ามาในความเงียบงันของห้องรับรองหลังกองถ่าย แต่กรวีร์ไม่ได้แม้แต่จะปรายตาไปมอง เพื่อนสนิทของเขายืนค้างอยู่ตรงหน้าประตู มุมปากกระตุกเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ แต่สำหรับชายหนุ่มที่นั่งเก้าอี้ตัวยาวอยู่ตรงนี้ โลกทั้งใบดูเหมือนจะหยุดหมุนไปตั้งแต่วินาทีที่ศีรษะทุยสวยของรสาเอียงมาพาดลงบนหัวไหล่ของเขา ความนุ่มของกลุ่มผมที่อบอวลด้วยกลิ่นแชมพูอ่อนๆ ปะทะเข้ากับต้นคอของเขาเบาๆ ความร้อนจากร่างกายของหญิงสาวแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเสื้อเชิ้ตราคาแพง สัมผัสที่ว่าไม่ได้ทำให้เขารำคาญอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับทำให้จังหวะหัวใจของสถาปนิกหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่า 'น้ำแข็งเรียกพี่' เต้นผิดจังหวะจนแทบหลุดออกมานอกอก "เงียบ" กรวีร์เอ่ยสั้นๆ เสียงของเขาต่ำพร่า มือหนาที่วางอยู่ข้างตัวขยับไปโอบไหล่บางเอาไว้อย่างระมัดระวัง ไม่ได้บีบคั้น แต่เป็นการยึดเหนี่ยวให้เธอยังคงพิงอยู่ตรงนั้นต่อไปอีกสักพัก กลิ่นไอของความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดสิบชั่วโมงบนกองถ่ายกำลังจางหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาไม่อยากให้นิยาม "ไอ้คุณสถาปนิก... ถ้ามึงไม่รีบพาเขากลับหรือปลุกเขา กูจะถ่ายรูปประจานลงกรุ๊ปไลน์บริษัทเดี๋ยวนี้แหละ" ธนัตถ์ยังไม่เลิกรา มันเดินย่องเข้ามาใกล้ พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นทำท่าจะกดชัตเตอร์ กรวีร์ตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนไปหาเพื่อนสนิท แววตาที่ปกติราบเรียบเย็นชาบัดนี้ฉายแววดุดันราวกับราชสีห์ที่หวงแหนเหยื่ออันมีค่า ธนัตถ์ชะงักกึก นิ้วที่จ่ออยู่บนหน้าจอแข็งค้าง ก่อนจะยอมลดโทรศัพท์ลงช้าๆ พลางยกมือยอมแพ้ "เออๆ ยอมแล้วครับพ่อคนคลั่งรัก ไม่ต้องจ้องจะกินหัวกูขนาดนั้นก็ได้... เดี๋ยวจัดการงานที่เหลือให้ ส่วนมึงก็... ตามสบาย" ธนัตถ์ส่ายหัวด้วยความเอือมระอา ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดทิ้งไว้ เมื่อเหลือเพียงคนสองคน กรวีร์ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เขาค่อยๆ เอียงศีรษะไปแนบกับเรือนผมของรสาอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจเข้าออกของเธอสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าเจ้าตัวคงหลับลึกด้วยความอ่อนเพลียจริงๆ มือที่เคยแข็งทื่อค่อยๆ ลูบไล้ผ่านต้นแขนของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนตัวเขาเองยังรู้สึกแปลกใจ มุมปากของสถาปนิกผู้เคร่งขรึมยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งหรือการรักษามาดของความเป็นมืออาชีพ แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่กำลังค้นพบว่า... ท่ามกลางแบบร่างที่ซับซ้อนและโครงสร้างที่แข็งกระด้างของชีวิต ความนุ่มนวลเพียงน้อยนิดที่อยู่บนไหล่ของเขานี่แหละ คือสิ่งที่เขารอคอยมาตลอด "เหนื่อยมากสินะ" เขาพึมพำเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง "วันหลังไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้... รู้ไหม" รสาละเมอออกมาเบาๆ มือที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวขยับขึ้นมาคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปไหน กรวีร์นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอด้วยความเอ็นดูที่ล้นปรี่ เขาขยับตัวให้เธอพิงถนัดขึ้น ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบสูทที่วางอยู่ข้างๆ มาคลุมไหล่ให้เธออย่างเบามือที่สุด เขารู้ดีว่าพรุ่งนี้พอเธอตื่นขึ้นมา ทั้งสองคนจะต้องกลับไปอยู่ในโหมด 'ศัตรูหัวใจ' ที่คอยเชือดเฉือนกันด้วยคำพูดเหมือนเช่นเคย รสาที่ปากเก่งและทันคน จะไม่มีวันยอมให้เขารู้ว่าคืนนี้เธอเปราะบางแค่ไหน และตัวเขาเอง... ก็คงจะกลับไปปั้นหน้านิ่งเหมือนเดิมเพื่อปิดบังความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน ทว่าในวินาทีนี้ ในความมืดมิดที่โอบล้อมเอาไว้ ความเป็นจริงเหล่านั้นดูไกลตัวเสียเหลือเกิน กรวีร์จ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของเธอผ่านแสงสลัว แสงไฟกะพริบจากอุปกรณ์สตูดิโอด้านนอกส่องผ่านเข้ามาเป็นจังหวะ เผยให้เห็นรอยยิ้มบางๆ บนหน้าของรสา ราวกับว่าแม้ในฝัน เธอก็ยังคงมีความสุขกับบางอย่างที่เขาไม่อาจล่วงรู้ เขากำลังจะเอื้อมมือไปปัดไรผมที่ปรกหน้าผากมนออก แต่แล้วจังหวะที่ปลายนิ้วเกือบจะแตะผิวแก้ม รสาก็ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ปรือขึ้นสู้แสงอย่างช้าๆ นัยน์ตาของเธอยังคงสะลึมสะลือ ทว่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมเข้มของกรวีร์ที่ยังคงจ้องมองเธออยู่ไม่วางตา ความงุนงงก็เปลี่ยนเป็นความตกใจเพียงชั่ววูบ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายแปลกใจที่เขานึกไม่ถึง "นาย..." เธอพึมพำ เสียงแหบพร่าเบาหวิว มือที่จับชายเสื้อเขาอยู่กระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ทำไมยังไม่กลับ" กรวีร์ไม่ได้ถอยหนี เขายังคงรักษาระยะห่างที่แสนจะอันตรายเอาไว้ สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการจะค้นหาอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน "ถ้าฉันกลับ... ใครจะปล่อยให้เธอพิงไหล่ล่ะ" รสาชะงักไป หัวใจของเธอเต้นกระตุกราวกับถูกสายฟ้าฟาด คำพูดที่ฟังดูเหมือนคำหยอกล้อธรรมดาแต่กลับแฝงความนัยที่ทำให้แก้มของเธอเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอขยับตัวจะลุกขึ้นแต่กลับถูกกรวีร์รั้งเอาไว้เบาๆ "อย่าเพิ่ง" เขาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืน "อยู่อย่างนี้อีกสักนาที..." รสาตัดสินใจทิ้งตัวลงซบไหล่เขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอกลับไม่ได้หลับตา เธอจ้องมองไปที่ประตูห้องที่ปิดสนิท ก่อนจะพบความผิดปกติบางอย่าง... ประตูที่ควรจะล็อกแน่นหนา กลับมีช่องว่างเล็กๆ และเงาของใครบางคนกำลังยืนแอบดูอยู่ และเสียงโทรศัพท์ที่สั่นครืดอยู่บนโต๊ะทำงานของกรวีร์ก็ดังขึ้น พร้อมกับชื่อที่โชว์บนหน้าจอซึ่งทำให้บรรยากาศที่แสนเงียบงันพังทลายลงทันที *สายเรียกเข้า: 'คุณแม่กรวีร์'* กรวีร์ขมวดคิ้วแน่น รสาเองก็เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ในขณะที่เงาหลังประตูนั้นขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรัวเร็ว "กรณ์! ลูกอยู่ข้างในใช่ไหม แม่มีเรื่องด่วนต้องคุยด้วยเดี๋ยวนี้!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนที่ 17 นะครับ เมทริกซ์ซีโร่สัญญาว่าจะพาเรื่องราวไปสู่จุดพีคที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%