หน้าจอมือถือในมือของรสาแทบจะลุกเป็นไฟ ข้อความแจ้งเตือนจากเจ้าของสถานที่ถ่ายทำหลักส่งตรงเข้ามาแบบวินาทีต่อวินาที ตัวอักษรสีแดงฉานบนหน้าจอประกาศิตชัดเจนว่า *“ยกเลิกสัญญาเช่ากระทันหัน”* เหตุผลอ้างอิงฟังไม่ขึ้นอย่างยิ่งยวด—ความเสียหายจากระบบท่อน้ำรั่วซึมที่ต้องใช้เวลาซ่อมแซมยาวนานเป็นเดือน ทั้งที่ความจริงแล้ว กองถ่ายโฆษณาฟอร์มยักษ์ของเธอนัดคิวเซ็ตติ้งและนักแสดงระดับแถวหน้าในอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว
“บ้าจริง...” รสาพึมพำลอดไรฟัน มือเรียวขยี้ขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความตึงเครียดที่แล่นพล่านไปทั่วสมอง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ไม่ยอมปล่อยให้ความตื่นตระหนกเข้ามาครอบงำในเวลาที่ทีมงานนับชีวิตกำลังฝากไว้ที่เธอ
รอบตัวเธอในโกดังเก็บโครงสร้างเหล็กดิบๆ ของบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมแห่งนี้ เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ธนัตถ์กำลังวิ่งวุ่นโทรศัพท์จนหน้าดำคร่ำเครียด ขณะที่ทีมงานฝ่ายศิลป์ต่างก้มหน้าก้มตาเช็คคิวสำรองที่มีโอกาสเป็นศูนย์
“ไงล่ะคุณผู้จัดการกองถ่าย มือหนึ่งแห่งปี...” เสียงทุ้มต่ำติดจะเยيยนิดๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับร่างสูงโปรดิวเซอร์จำเป็นในคราบสถาปนิกหนุ่มที่เดินถือม้วนพิมพ์เขียวเข้ามาใกล้ กรวีร์กวาดสายตาคมกริบมองสภาพพินาศย่อยยับตรงหน้าด้วยใบหน้านิ่งสนิทตามสไตล์ แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววูบด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม
รสาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตากลมโตฉายแวววดสู้เต็มพิกัด เธอยืดตัวขึ้นยืนเผชิญหน้ากับคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าคุณจะมาซ้ำเติม กรุณาเดินออกไปทางประตูนั้นเลยค่ะ คุณกรวีร์ สถานที่ของคุณอาจจะเสร็จสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่ปัญหาหน้างานตอนนี้มันอยู่นอกเหนือบทบาทสถาปนิกอย่างคุณ!”
“ปากเก่งไม่เปลี่ยน...” กรวีร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนที่เริ่มมีเหงื่อซึมเพราะความเครียด “ผมไม่ได้ว่างมาต่อปากต่อคำกับคุณหรอกนะ แต่ถ้าปล่อยให้คุณวิ่งวุ่นแก้ปัญหาแบบไร้ทิศทางแบบนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้กองถ่ายคงได้ล่มไม่เป็นท่า และชื่อเสียงที่คุณสะสมมาหลายปีคงพังยับคามือ”
“แล้วคุณจะทำไมล่ะคะ มีทางเลือกที่ดีกว่าหรือไง หรือจะแค่ยืนกอดอกทำหน้าตายแล้วบอกว่า ‘ผมเตือนคุณแล้ว’?” รสาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่แตกต่าง “ถ้าไม่มีทางออก ก็กรุณาเงียบแล้วปล่อยให้ฉันจัดการเอง!”
ธนัตถ์ที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลรีบกระแอมไอแล้วชิ่งถอยฉากไปทันที เพราะรู้ดีว่ารัศมีอำนาจระหว่างสองคนนี้กำลังระเบิดได้ทุกเมื่อ
กรวีร์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและชาเขียวจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก รสาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่มองมาด้วยแววตาจริงจัง ลึกล้ำ และ... เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่จะช่วยเหลือ
“ใครบอกว่าผมไม่มีทางเลือก” กรวีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่ทรงพลัง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดให้เงียบงันลงทันที “โกดังร้างฝั่งริมน้ำของโปรเจกต์เก่าที่ผมเคยออกแบบโครงสร้างไว้... โครงสร้างเหล็กดิบ แสงธรรมชาติลอดผ่านช่องกระจกสถาปัตยกรรมบาโรกผสมโมเดิร์น ตรงนั้นตอบโจทย์ทุกอย่างในสตอรี่บอร์ดของคุณ แถมยังว่างและพร้อมใช้งานทันทีถ้าผมเป็นคนโทรศัพท์ไปบอกเจ้าของด้วยตัวเอง”
รสาเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตื่นตะลึงฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่สวย เธอรู้ดีว่าโครงการริมน้ำนั่นคือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ใครต่างก็แย่งกันใช้สิทธิ์ แต่เขากลับยอมยกมันมาให้เธอง่ายๆ เพียงเพราะไม่อยากเห็นเธอนั่งเครียดจนกินไม่ได้อย่างนั้นหรือ?
“ทำไมคุณถึง...”
“อย่าเข้าใจผิดว่าผมเห็นใจคุณนะ รสา” กรวีร์รีบตัดบท ปากร้ายกลบเกลื่อนความคลั่งรักที่เอ่อล้นในอก ดวงตาสีเข้มเบนหลบไปทางอื่นชั่วขณะก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาดุๆ “ผมแค่ไม่อยากให้งานโฆษณาชิ้นแรกที่ใช้โลเคชันเชื่อมกับตึกที่ผมออกแบบมันพังไม่เป็นท่า เพราะความดื้อรั้นของผู้จัดการกองถ่ายบางคนก็เท่านั้น”
รสาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบซ่านแล่นริ้วขึ้นมาในอกสวนทางกับวาจาเชือดเฉือนของเขา เธอรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมความปากแข็งของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ดี แต่ในสถานการณ์คับขันไร้ทางออกนี้ เขากลับเป็นคนเดียวที่ก้าวเข้ามาฉุดเธอขึ้นจากเหว
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เธอมองสบตาคนตรงๆ อย่างท้าทายเช่นเคย “ปากร้ายจิงๆ นะคะ... แต่เอาเถอะ ถ้าโลเคชันของคุณเวิร์กอย่างที่คุย ฉันจะยอมถือว่าติดหนี้คุณครั้งหนึ่งก็แล้วกัน”
กรวีร์กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มหายากที่ทำเอาหัวใจคนมองกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะ มือหนายื่นออกไปฉวยข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้เดินหนี ก่อนจะกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“หนี้ครั้งนี้... คุณไม่มีทางใช้หมดง่ายๆ หรอก รสา”
ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด และหัวใจของทั้งสองคนเต้นรำไปในจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อรสาจากทีมงานหน้ากองก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
“พี่รสา! แย่แล้วครับ! อยู่ๆ ทางนักแสดงนำเกิดติดต่อไม่ได้ แถมผู้จัดการส่วนตัวเพิ่งโทรมาบอกว่า...”
กรวีร์และรสาผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหันขวับไปมองหน้าทีมงานที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ ส่วนสถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายขึ้นมาวับหนึ่งเมื่อรู้ว่าปัญหาไม่ได้จบลงแค่เรื่องสถานที่เสียแล้ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เมทริกซ์ซีโร่
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์•ตอนที่ 14
วิกฤตโลเคชันถูกยกเลิก
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายดีไซน์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!