เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง•ตอนที่ 3

พื้นที่แคบกับคนขวางโลก

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว รินรดา... เราคงได้ไปนอนคุยกันในนรกแทนที่จะเป็นห้องแถวผีสิงนี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องแถวร้างไร้แสงไฟ มีความเยียบเย็นและแฝงความระaอาไว้อย่างชัดเจน ภาคินขยับตัวพิงแผ่นหลังเข้ากับผนังปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ ฝุ่นละอองที่ลอยคละคลุ้งในอากาศทำให้เขาต้องยกมือขึ้นปัดปลายจมูกเบาๆ ดวงตาคมกริบภายใต้เงาความมืดจับจ้องร่างบางที่ยืนกอดอกแน่นอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองก้าว รินรดาตวัดสายตาดุดันสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด แม้บรรยากาศรอบตัวจะวังเวงจนน่าขนลุกจากเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอกกระทบหลังคาสังกะสีดังสนั่น แต่ทิฐิและฝีปากของเธอนั้นไม่มีวันยอมลดราวาศอกให้ใครหน้าไหน โดยเฉพาะกับบอดี้การ์ดหน้านิ่งที่ทำตัวเหมือนเจ้าชีวิตเธอตั้งแต่ก้าวขาออกจากสำนักข่าว "ถ้าฉันรู้ว่าหนีพวกมันมาแล้วต้องมาติดแหง็กอยู่กับคนปากเสียอย่างคุณ ฉันยอมให้ลูกน้องธันวาจับตัวไปตั้งแต่ซอยแรกแล้วล่ะครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดนิสัยพูดประชดคนแถวนี้มา" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้ในใจจะแอบหวาดหวั่นกับความมืดและเสียงฟ้าร้องที่คำรามครั่นครื้นอยู่ด้านนอกไม่น้อย "ปากดีให้ได้ตลอดเถอะครับคุณนักข่าว" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกหมั่นไส้ เขาถอดเสื้อสูทเนื้อดีออกอย่างไร้ความเสียดาย ก่อนจะโยนมันไปคลุม1บนหัวของหญิงสาวที่ยืนสั่นเทาด้วยความเย็นจากเครื่องปรับอากาศธรรมชาติที่พัดผ่านรอยโหว่ของหน้าต่าง รินรดาสะดุ้งโหยงคว้าเสื้อสูทตัวนั้นออกจากหัวด้วยความหงุดหงิด "นี่! ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย เสื้อราคาแพงระยับเอามาโยนใส่หัวฉันทำไม อยากหาเรื่องเหรอ" "ผมไม่อยากได้ยินเสียงคุณบ่นว่าหนาวจนหูอื้อไปตลอดคืนนี้ต่างหากล่ะ ใส่ซะ... หรือถ้าชอบยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ก็เชิญตามสบายครับ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย" ภาคินตอบเสียงเรียบ นั่งลงชันเข่าข้างหนึ่งบนพื้นไม้เก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอาดทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหว สายตาของเขาสำรวจรอบห้องอย่างระแวดระวัง สัญชาตญาณบอดี้การ์ดมืออาชีพไม่เคยหลับใหล แม้ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะปลอดภัยที่สุดก็ตาม รินรดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นริ้วเข้ามาในอก กลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นฝนและตัวตนของชายหนุ่มที่ติดมากับเสื้อสูทตัวโคร่ง ทำให้เธอเผลอซุกตัวเข้าไปในความอุ่นนั้นโดยไม่รู้ตัว ปากเธอยังเก่ง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่หันไปสบตากับดวงตาคมคู่นั้นในความมืด "มองอะไรครับ? หน้าผมมีรอยเปื้อน หรือคุณเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าผู้ชายคนนี้หล่อเหลาจนละสายตาไม่ได้?" ภาคินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย แต่นัยน์ตากลับจริงจังจนน่ากลัว "หลงตัวเองที่สุด! ฉันแค่กำลังคิดว่า ถ้าฉันรอดออกไปจากที่นี่ได้ คนแรกที่จะโดนฉันเขียนแฉลงหน้าหนึ่งสำนักข่าวไม่ใช่ธันวาหรอก... แต่เป็นคุณนี่แหละ ฐานะข้อหาใช้อำนาจเกินกว่าเหตุและกวนประสาทชาวบ้านเก่งที่สุดในสามโลก" "ยินดีครับ ถ้าพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งมีรูปผมตีคู่มากับคุณ ผมยอมเป็นข่าวหน้าหนึ่งทุกวันก็ได้" ภาคินยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มหายากที่ต่อให้มีแสงไฟสว่างจ้า รินรดาก็คงไม่อยากมองมันให้หัวใจสั่นเล่นแบบนี้ บรรยากาศในห้องแคบๆ เริ่มเปลี่ยนไป ความตึงเครียดจากภายนอกถูกแทนที่ด้วยระยะห่างที่ค่อยๆ ลดลงทีละน้อย เสียงฝนตกหนักด้านนอกกลายเป็นม่านพรางโลกทั้งใบให้เหลือเพียงแค่คนสองคน พื้นที่จำกัดบังคับให้บ่ากว้างและไหล่บางต้องขยับเข้ามาใกล้กันโดยอัตโนมัติ รินรดานั่งลงบนลังไม้เก่าๆ ห่างจากเขาไม่มากนัก ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ทั้งสองฝ่ายพยายามซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง รินรดาก้มมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่น ปมในใจเรื่องพี่ชายที่หายตัวไปผุดขึ้นมาหลอกหลอนท่ามกลางความเงียบงัน ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันที่วิ่งหนีตายทำให้กำแพงที่เธอสร้างไว้เริ่มพังทลายลง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว ไหล่บางเริ่มสั่นไหวไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะความกดดันที่สะสมมานาน ภาคินที่สังเกตเห็นความผิดปกติ ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอย่างไร้เสียง มือหนาเอื้อมไปแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดหนี "ถ้าไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนทำเป็นเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้ครับรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างอ่อนโยน ผิดจากทุกทีที่มักจะมีคำพูดกวนประสาทเคลือบอยู่เสมอ "ผมอยู่ตรงนี้... ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น" คำพูดนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้าย รินรดากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือ สะอื้นไห้ออกมาเบาๆ ปล่อยให้ความอ่อนแอที่เก็บกดไว้พรั่งพรูออกมา ภาคินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกระทั่งร่างของเธอล้มลงมาซบกับอกแผงอกกว้างของเขาโดยธรรมชาติ มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มอย่างปลอบประโลม หัวใจของบอดี้การ์ดหน้านิ่งเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความคลั่งรักที่เก็บงำไว้ใต้มาดขรึมแทบจะระเบิดออกมาในวินาทีนี้ "คุณมันบ้า... ภาคิน... คุณชอบทำเป็นเก่ง แต่ทำไมต้องมาคอยแบกรับเรื่องบ้าๆ พวกนี้กับฉันด้วย" เธอพึมพำเสียงออเซาะอยู่ตรงอกเขา "ก็เพราะคุณดื้อไงครับ..." ภาคินกระซิบชิดขมับนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเส้นผมอย่างทะนุถนอม "ถ้าผมไม่มาคอยตามเช็ดตามล้างให้ แล้วใครจะดูแลคนปากจัดอย่างคุณล่ะ หืม?" บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและเคมีกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด หน้าผากของทั้งคู่แทบจะชนกันในความมืด รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันจนแทบหลอมละลาย ภาคินโน้มใบหน้าลงช้าๆ สายตาจดจ้องเรียวปากกระจับที่สั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันเพื่อทำลายระยะห่างทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องแถวร้าง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่ส่องทะลุกระจกบานเกล็ดที่แตกละเอียดเข้ามา ปัง! ประตูไม้ผุพังถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และคนที่ยืนอยู่ตรงกลางสุดคือรอยยิ้มเย็นยะเยือกของธันวา ศัตรูตัวฉกาจที่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "โอ้โห... ภาพบาดตาบาดใจจริงๆ บอดี้การ์ดมือหนึ่งกับนักข่าวสาวฝีปากกล้า มาสวีทกันถึงที่นี่เองหรอกเหรอครับ? น่าเสียดายจริงๆ ที่งานเลี้ยง... ต้องเลิกราเร็วกว่ากำหนด" ภาคินผลักรินรดาไปหลบอยู่ด้านหลังทันที ดวงตาคมกริบฉายแววอำมหิตน่ากลัว มือขวาควักปืนพกสั้นออกมาขึ้นลำกล้องอย่างรวดเร็วราวกับนักฆ่ามืออาชีพ "ถอยไปซะ... ก่อนที่พวกแกจะไม่มีแม้แต่โอกาสได้กระพริบตา" ภาคินคำรามลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าขนพองสยองเกล้า ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับมหายุทธ์ไร้เทียมทานนะครับ!
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%