เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง•ตอนที่ 4

ปากกล้าพาสวย

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ถ้าคุณคิดว่าการทิ้งผมไว้ในห้องพักแล้วแอบย่องออกมาตอนตีสามครึ่งจะเป็นแผนที่ฉลาดล่ะก็... ผมต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับที่คุณรินรดา เพราะมันโง่สิ้นดี" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดีดังขึ้นจากความมืด รินรดา สะดุ้งเฮือกจนเอกสารลับในมือเกือบหลุดร่วง เธอนิ่งค้างไปเสี้ยววินาที หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำราวกับตีกลองศึกยามค่ำคืนในห้องทำงานเอกสารเก่าคร่ำครึของสำนักงานเขตเก่าแก่แห่งนี้ กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยพร้อมความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ลอยมาแตะจมูกก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของบอดี้การ์ดหน้านิ่งจะก้าวออกมาจากเงาเสาปูนเปลือย ดวงตาคมกริบภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเกล็ดกำลังจ้องมองเธอด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "คุณ... ภาคิน คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!" รินรดาแสร้งทำเป็นไขสดใส แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มผุดซึมตามไรผม "ฉันแค่... ออกมาหาอากาศบริสุทธิ์สูดหายใจนิดหน่อย คุณก็นอนเถอะครับ... เอ้ย! นอนเถอะค่ะ... เอ๊ย! นอนเถอะครับ!" สติที่กระเจิดกระเจิงทำให้เธอเผลอหลุดคำพูดประหลาดออกไปจนอยากจะกัดลิ้นตัวเอง ภาคินไม่ตอบคำถาม เขาค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคง ทรงพลัง และกดดันจนรินรดาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางเอกสารเหล็กขึ้นสนิม เสียงโลหะกระทบกันดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบงัน "อากาศบริสุทธิ์งั้นเหรอครับ? แหล่งกบฏข้อมูลลับของเครือข่ายธันวาเนี่ยนะ คือจุดชมวิวที่คุณเลือก" ภาคินหยุดยืนประชิดตัว ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว ไออุ่นจากร่างกายของเขาปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ แผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธ "ก็... ก็มันไม่มีใครกล้าเข้ามาหานี่นา ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเส้นทางการเงินของธันวาซ่อนอยู่ที่นี่ ถ้าฉันไม่รีบหาตอนนี้ ก่อนที่พวกมันจะย้ายฐานเซิร์ฟเวอร์ พี่ชายของฉันก็คงไม่มีวันได้รับความยุติธรรม!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาจะสั่นพับๆ แต่ศักดิ์ศรีของนักข่าวสายลุยไม่อนุญาตให้เธอหลบสายตาคมคู่นั้น "แล้วคุณคิดว่าถ้าคุณตายหะ... ตายขึ้นมา ใครจะมารับผิดชอบชีวิตผมครับ?" ภาคินเกือบหลุดคำหยาบออกมาด้วยความหัวเสีย นิ้วแกร่งเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นพอดีไม่ให้บอบช้ำ แต่เด็ดเดี่ยวเกินกว่าจะสะบัดหลุด "หน้าที่ของผมคือปกป้องคุณ ไม่ใช่ตามเช็ดตามล้างศพคุณจากความบุ่มบ่ามของคุณเอง" "ปล่อยนะ! ฉันไม่ใช่เด็กอมมือ ยิ่งคุณทำแบบนี้ ยิ่งทำให้งานฉันเสีย!" รินรดาพยายามบิดข้อมือออก แต่ภาคินกลับยิ่งกระชับวงแขนเข้าหาตัว ร่างบางจึงเซเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งโดยปริยาย กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นฝนทำเอาสติของนักข่าวสาวกระเจิงไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "งานเสียดีกว่าเสียชีวิตนะครับคุณรินรดา จำใส่สมองเอาไว้บ้างว่าคนอย่างธันวาไม่ได้เล่นตามกติกา" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มทุ้มขึ้นอย่างกะทันหัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวฉายแววความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุดัน "ถ้าคุณเป็นอะไรไป... ผมคง..." เขากลืนคำพูดประโยคหลังลงคอไปอย่างยากลำบาก ภาคินเกลียดตัวเองที่มักจะใจอ่อนยวบยาบทุกครั้งที่เห็นดวงตาดื้อรั้นคู่นี้ รินรดาชะงักงัน เธอนิ่งอึ้งไปกับประกายความอ่อนโยนที่ฉายวาบขึ้นในดวงตาคู่คมนั้น เคมีบางอย่างระหว่างพวกเขากำลังคุกรุ่น ร้อนแรง และอันตรายยิ่งกว่าเอกสารลับในมือเสียอีก แต่ทว่า... ความเงียบสงบยามวิกาลก็ถูกทำลายลงอย่างไม่ทันตั้งตัว! *แกร๊ก...* เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากบริเวณประตูด้านหน้าสำนักงานเขตดังขึ้น ภาคินหูไวเป็นทุนเดิม เขาดึงรินรดาเข้าหาตัวแล้วดันหลบหลังเสาปูนเปลือยทันที มือหนาปิดปากเธอไว้แน่นไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด ส่วนมืออีกข้างชักปืนพกเก็บเสียงออกจากซองพกใต้ร่มผ้าอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอพยักหน้ารัวๆ เป็นเชิงบอกว่าเข้าใจแล้ว ภาคินจึงค่อยๆ คลายมือออก สายตาทั้งคู่จดจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้า ฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเดินย่างกรายเข้ามาใกล้ห้องเอกสาร เสียงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมลอยตามลมมา "นายใหญ่สั่งมา... ถ้าเจอตัวอีนักข่าวหัวรั้นกับไอ้บอดี้การ์ดหน้าหร่อนั่น เก็บเรียบ ไม่ต้องให้รอดไปถึงเช้า!" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอหันไปสบตากับภาคินที่ยืนอยู่ใกล้กัน ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นดุจนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ ภาคินก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงกระซับฉับไวและจริงจัง "อยู่ตรงนี้ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด ถ้าผมบอกให้วิ่ง... ให้วิ่งออกทางหน้าต่างด้านหลังทันที เข้าใจไหมครับ?" รินรดาสบตาคมกริบนั้น ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นอยู่ในอก ทั้งกลัว ทั้งตื่นเต้น และ... อุ่นใจอย่างประหลาด เธอยอมพยักหน้ารับคำโดยไม่มีข้อโต้แย้งเป็นครั้งแรก ภาคินขยับตัวเตรียมพุ่งออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังปิดล้อมทางเข้า แต่ทว่า... ก่อนที่นิี่ยว์ไกจะได้ลั่นกระสุนนัดแรก แสงไฟฉายแรงสูงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้กระดูกสันหลังของทั้งคู่เย็นวาบ "ไม่ต้องหาหรอกครับ... พวกแกสองคนน่ะ ยืนอยู่ในหลุมศพเรียบร้อยแล้ว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%