คราบเลือดแห้งกรังบนเสื้อเชิ้ตสีเข้มคือหลักฐานชั้นดีว่าค่ำคืนที่ผ่านมาพวกเขารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
รินรดาใช้ปลายนิ้วคีบสำลีชุบแอลกอฮอล์ด้วยความระมัดระวัง แม้ปากจะบ่นอุบอิบไม่หยุดเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นเทาในอก แต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิดยามที่มองรอยแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ของชายหนุ่มตรงหน้า
"ถ้ารู้ว่าทำตัวเป็นภาระขนาดนี้ ฉันน่าจะปล่อยให้คุณโดนลูกกระสุนของลูกน้องธันวาเจาะกะโหลกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ... ภาคิน"
คำพูดประชดประชันถูกพ่นออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความตึงเครียดในห้องพักคับแคบของเซฟเฮาส์ชั่วคราว ทว่าคนฟังกลับทำเพียงแค่นั่งนิ่งสนิทบนขอบเตียง ดวงตาคมกริบสีนิลมองสำรวจใบหน้าของนักข่าวสาวที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตั้งใจ ความเจ็บปวดจากบาดแผลดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องรองไปเสียสนิท เมื่อเทียบกับการได้เฝ้ามองท่าทีห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยวาจาเชือดเฉือนตามนิสัย
"ถ้าผมตาย คุณก็คงไม่มีคนคอยขับรถกันกระสุนให้ตอนที่บุ่มบ่ามวิ่งเข้าหาอันตรายหรอกนะครับ... คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำพักน้ำแรงที่เหลืออยู่ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของบอดี้การ์ดหน้านิ่ง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวจากการเสียเลือด แต่แววตาที่มองเธอกลับอบอุ่นเสียจนคนถูกมองต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ้อนพวงแก้มที่ขึ้นสีเรื่ออย่างไม่ทันตั้งตัว
รินรดาจิ๊ปากเบาๆ ในลำคอ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกนิด กลิ่นอายบุรุษผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งระยะห่างลดลง หัวใจเจ้ากรรมก็ยิ่งเต้นรัวผิดจังหวะ เธอพยายามบอกตัวเองว่านี่คือหน้าที่ เธอเป็นพยาบาลจำเป็นเพราะสถานการณ์บังคับ ไม่ใช่เพราะความห่วงใยส่วนตัวเสียหน่อย แต่สัมผัสยามที่ปลายนิ้วของเธอต้องลงน้ำหนักมือเพื่อทาแผลให้เบาที่สุด กลับสั่นระริกจนภาคินสังเกตเห็น
มือหนาที่เคยถือปืนได้อย่างมั่นคง เอื้อมขึ้นมาจับข้อมือเรียวเล็กของเธอไว้เบาๆ แรงบีบไม่ได้มากพอจะทำร้าย แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้รินรดาต้องชะงักและเงยหน้าขึ้นสบตา
"มือสั่นนะครับ..." ภาคินกระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ "กลัวผมตายเหรอครับ?"
"ใครกลัวคุณกันเล่า ฉันแค่... หนาวแอร์ต่างหาก!" รินรดาแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอมปล่อย
"แอร์ในห้องนี้เสียมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะครับ คุณรินรดา" เขาต้อนเธอมุมอับด้วยความจริงที่เถียงไม่ออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเคร่งขรึมเป็นครั้งแรก ทำให้คนปากแข็งถึงกับพูดไม่ออก ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ ก่อนจะตวัดค้อนใส่เขาชุดใหญ่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่พุ่งพล่านขึ้นมาจนร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า
"นี่คุณ! เจ็บตัวอยู่แท้ๆ ยังจะมีอารมณ์มาแซويคนอื่นอีกเหรอ นอนลงไปเลยนะ เดี๋ยวฉันต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลรอบใหม่ให้ ไม่งั้นแผลติดเชื้อขึ้นมา ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนฝังคุณเอง!"
แม้ปากจะคาดโทษเสียงดุ แต่การกระทำของเธอกลับตรงกันข้าม รินรดากดไหล่กว้างให้นอนราบลงบนหมอนอย่างเบามือที่สุด ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน ภาคินยอมนอนลงตามคำสั่งแต่โดยดี สายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานตรงหน้า ความแข็งกร้าวในตัวบอดี้การ์ดหนุ่มละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความคลั่งรักที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ความเงียบงัน
"ขอบคุณนะครับ..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ รินรดาชะงักมือที่กำลังพันผ้าก๊อซ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังที่หลุดออกมาจากปากของคนที่ปกติเอาแต่พูดจานิ่งเรียบ
"ขอบคุณที่... ไม่ทิ้งผมไว้ข้างหลังเมื่อคืนนี้"
หัวใจของนักข่าวสาวกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนย้อนกลับมาในหัว วินาทีที่เธอมีโอกาสหนีรอดไปคนเดียว แต่กลับเลือกที่จะหันหลังกลับมาคว้าแขนเขาที่กำลังเสียเปรียบกระสุนของศัตรู ความทรงจำนั้นทำให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณสักหน่อย ฉันแค่อยากรู้เบาะแสเรื่องพี่ชายจากปากพวกมันต่างหาก ถ้าคุณตายไป ฉันก็ไม่เหลือใครให้เค้นความจริงแล้วนะสิ" เธอเลือกที่จะใช้ความปากแข็งเป็นเกราะกำบังหัวใจตัวเองอีกครั้ง แม้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาจะสั่นเครือเสียจนน่าเกลียด
ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเอ็นดู เขารู้ดีว่าภายใต้เกราะหนามแหลมคมที่เธอนำมาสวมไว้ ซ่อนหัวใจที่อ่อนโยนและเปราะบางเอาไว้แค่ไหน มือหนายื่นออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าสวยให้พ้นทาง
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้สัมผัสผมนุ่ม
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูห้องพักสามครั้งดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้แตกกระเจิงในพริบตา รินรดาสะดุ้งโหยงผุดลุกขึ้นยืนถอยหลังกรูดด้วยสัญชาตญาณ ส่วนภาคินเปลี่ยนสีหน้าจากความอ่อนโยนกลายเป็นความเย็นชาเฉียบคมในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าปืนพกใต้หมอนขึ้นมาเตรียมพร้อมอย่างไร้เสียง
ประตูห้องค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก
"ดูท่าทาง... ฉันจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคุณสองคนสินะครับ"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าชัดเจน—ธันวา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและติดตามการเอาชีวิตรอดของทั้งคู่ในตอนนี้ด้วยนะครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง•ตอนที่ 12
พยาบาลจำเป็น
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!