"ถ้าคุณยังเดินสะดุดขาตัวเองอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะแบกคุณพาดบ่าออกไปประจานต่อหน้าแขกไฮโซครึ่งค่อนเมืองตรงนี้แน่ครับ คุณรินรดา"
เสียงกระซิบต่ำทุบตรงข้างใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงดั่งคีมเหล็กที่รวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าไปชิดแนบเนื้ออย่างรวดเร็ว ภายใต้ชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มผ่าข้างสูงที่ออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนไหว รินรดาแทบอยากจะหันไปแยกเขี้ยวใส่คนพูดให้รู้แล้วรู้รอด แต่ติดตรงที่รอยยิ้มพพิมพ์ใจและแก้วแชมเปญในมือของเธอต้องถูกรักษาภาพลักษณ์ไว้เพื่อตบตาบรรดาเศรษฐีและนักการเมืองฉ้อฉลในงานกาลาดินเนอร์การกุศลคืนนี้
เธอยิ้มค้าง ปากขยับน้อยที่สุดขณะเค้นเสียงลอดไรฟันตอบกลับบอดี้การ์ดหน้านิ่งที่วันนี้สวมสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษจนดูราวกับหลุดออกมาจากปกนิตยสารแฟชั่น
"หุบปากไปเลยนะ ภาคิน ฉันเดินเองได้... ว่าแต่คุณช่วยคลายมือออกจากเอวฉันสักห้าเซนฯ ได้ไหมคะ มือคุณมันร้อนจนฉันนึกว่ากำลังโดนเตารีดทับอยู่แล้วเนี่ย!"
"ถ้าผมปล่อย มือคุณอาจจะสั่นจนทำแก้วแชมเปญราคาแพงนี่คว่ำใส่สูทของท่านรัฐมนตรี และเราคงไม่ได้เดินไปถึงเป้าหมาย... ขยับไปทางซ้าย สามก้าว เป้าหมายของเรากำลังยืนคุยอยู่กับธันวา"
ภาคินปรายตามองกลุ่มคนที่ยืนอยู่ริมระเบียงกระจกใส แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบกวาดสำรวจความปลอดภัยและทางหนีทีไล่อย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณมืออาชีพ แต่ลึกๆ แล้ว เขากลับรับรู้ทุกสัมผัสและกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากเรือนร่างของหญิงสาวที่เบียดชิดอยู่ข้างกาย หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามแบบฉบับทหารรับจ้างเก่า กลับรัวเร็วจนน่าหงุดหงิดทุกครั้งที่เธอเผลอทิ้งน้ำหนักตัวมาพิงเขา
รินรดาหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังคุ้นตาของธันวา—ชายผู้กุมความลับและร่องรอยการหายตัวไปของพี่ชายเธอ ชายหนุ่มร่างท้วมในชุดสูทเนี๊ยบกำลังหัวเราะร่าเริงกับนักธุรกิจชาวต่างชาติ มือข้างหนึ่งถือซิการ์ราคาแพง พลางส่งสัญญาณมือเรียกบริกรให้เติมเครื่องดื่ม
"ตาแก่หัวล้านนั่นดูมีความสุขดีนี่คะ ทั้งที่มือเปื้อนเลือดขนาดนั้น" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสวยเฉี่ยวฉายแวววาวโรจน์ด้วยความแค้นที่พยายามสะกดกลั้นมาแรมปี
"เก็บอาการหน่อยครับคุณนักข่าว ถ้าคุณพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อเขาตอนนี้ แผนที่เราวางมาสามวันจะพังไม่เป็นท่า และผมคงต้องอุ้มคุณหนีออกจากดงกระสุนแทนที่จะได้ข้อมูล" ภาคินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นความตื่นตระหนก แต่แววตาที่มองเธอกลับมีความห่วงใยซ่อนอยู่ลึกซึ้งเกินกว่าหน้าที่บอดี้การ์ดจะพึงมี
"ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะภาคิน... เอาล่ะ แผนคืออะไรนะ ทบทวนครั้งสุดท้าย" รินรดาแสร้งหัวIเราะเสียงใสให้ดูเหมือนคู่รักไฮโซกำลังหยอกล้อกัน พร้อมกับเอื้อมมือไปจัดปกเสื้อให้ชายหนุ่มอย่างแนบเนียน แต่ปลายนิ้วกลับจิกเข้าที่เนื้อตรงอกเสื้อสูทเขาแรงๆ เพื่อระบายความตึงเครียด
"คุณเดินเข้าไปประกบเลขาฯ ของธันวา หลอกล่อให้เธอพาไปห้องน้ำ แล้วดึงการ์ดแม่เหล็กสำรองจากกระเป๋าเสื้อเธอมา ส่วนผมจะตัดสัญญาณกล้องวงจรปิดโซน VIP และเปิดทางให้คุณเข้าไปก๊อปปี้ไฟล์ในห้องทำงานส่วนตัวของธันวาที่อยู่ชั้นบน... มีเวลาแค่เจ็ดนาทีครับ"
"สั้นจัง... แต่ก็เร้าใจดีค่ะ" รินรดาแย้มยิ้มหยอกเย้า ก่อนจะผละออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างคล่องแคล่ว "รอดูกลีบปากสวยๆ ของฉันตอนคาบหลักฐานมาฟาดยัยธันวาได้เลย นายบอดี้การ์ดน้ำแข็ง"
ร่างระหงก้าวเดินน่องเรียวยาวตรงไปยังเป้าหมายทันทีด้วยความมั่นใจ ทิ้งให้ภาคินมองตามด้วยความรู้สึกระคนระแวงและเป็นห่วง เขาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะแตะหูฟังบลูทูธขนาดจิ๋วเพื่อเตรียมการขั้นต่อไป แต่สัญชาตญาณอันเฉียบคมกลับร้องเตือนภัยขึ้นมาเสียดื้อๆ
ความผิดปกติบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาในงาน
ทางด้านรินรดา เธอกำลังทำหน้าที่ 'นักข่าวสายลุย' ได้อย่างแนบเนียน เธอแสร้งทำเป็นเดินเซไปชนเลขาฯ สาวคนสนิทของธันวาจนแชมเปญหกใส่ชุดราตรีของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยปากขอโทษขอโพยด้วยมารยาทอันงดงาม พร้อมกับช่วยพาเข้าไปจัดการทำความสะอาดในห้องพักรับรองส่วนตัวชั้นล่าง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนอย่างไร้ที่ติ รินรดาลอบยิ้มมุมปากเมื่อปลายนิ้วเรียวสามารถฉกการ์ดแม่เหล็กสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าถือของเลขาฯ คนนั้นได้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
*เก่งเกินไปแล้วรินรดา...* เธอยกย่องตัวเองในใจ ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดวนไปยังโซนต้องห้ามชั้นสองตามที่ตกลงไว้กับภาคิน
บรรยากาศบนชั้นสองเงียบสงบและแตกต่างจากความอึกทึกครึกโครมของห้องโถงใหญ่ด้านล่างโดยสิ้นเชิง ทางเดินปูพรมหนานุ่มไร้ผู้คน มีเพียงแสงไฟสลัวจากโคมไฟคริสตัลระย้า รินรดากลั้นหายใจ แตะการ์ดแม่เหล็กเข้ากับเครื่องอ่านหน้าประตูห้องทำงานของธันวา
*ติ๊ด!*
สัญญาณไฟสีเขียวสว่างวาบพร้อมเสียงปลดล็อกกลอนประตู รินรดารີบผลักบานประตูเข้าไปด้านในแล้วปิดล็อกอย่างรวดเร็ว ห้องทำงานกว้างขวางตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ผนังด้านหนึ่งเป็นตู้เซฟขนาดใหญ่และโต๊ะทำงานไม้ทึบ เธอมุ่งตรงไปยังคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เสียบแฟลชไดรฟ์ส่วนตัวลงในพอร์ต USB ทันที
แถบโหลดข้อมูลเปอร์เซ็นต์เริ่มวิ่งขึ้นอย่างเชื่องช้า... 10%... 25%... 40%...
*เร็วเข้าสิโว้ย!* รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความลุ้นระทึก
ขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง... ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของภาคิน เพราะมันหนักหน่วงและมีมากกว่าหนึ่งคน!
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอดึงแฟลชไดรฟ์ออกทันทีที่หน้าจอแสดงผลว่าการคัดลอกเสร็จสิ้น (99%) ร่างบางหันขวับมองหาทางหนีทีไล่ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านหลังคือทางออกเดียว แต่ก่อนที่เธอจะทันได้วิ่งไปถึง ลูกบิดประตูก็ถูกบิดเปิดออกอย่างแรง!
"อุ๊ย ตายจริง... นึกว่าใคร ที่แท้ก็แม่แมวขโมยตัวน้อยนี่เอง"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกของธันวาเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ปรากฏบนใบหน้าอูม นอกประตูด้านหลังเขามีบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสามคนยืนดักซุ่มอยู่พร้อมอาวุธครบมือ รินรดาถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แฟลชไดรฟ์ในมือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
"แก..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามซ่อนมือที่สั่นเทาไว้ด้านหลัง
ธันวาหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละน้อย แววตาเต็มไปด้วยความคุกคาม "คิดเหรอว่าฉันจะไม่รู้ว่าพวกแกแอบสืบเรื่องฉันอยู่? บอดี้การ์ดหน้านิ่งคนนั้นของเธอคงกำลังนอนสลบไสลอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะหนูริน... ทีนี้ ส่งแฟลชไดรฟ์มาดีๆ ดีกว่า ไม่อย่างนั้น หน้าสวยๆ ของเธออาจจะมีรอยแผลเป็นเพิ่มขึ้นอีกสักรอยนะ"
รินรดากำแฟลชไดรฟ์แน่น สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางรอด เธอไม่มีทางยอมจำนนเด็ดขาด!
แต่ทว่า ในจังหวะที่ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวและเอื้อมมือจะคว้าข้อมือเธอไว้ ประตูห้องทำงานอีกด้านที่เชื่อมต่อกับระเบียงก็ถูกพังกระแทกเข้ามาเสียงดังสนั่นหวั่นไหว!
กระจกใสแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูททักซิโดของภาคินพุ่งทะยานเข้ามาเหมือนเสือชีตาร์ล่าเหยื่อ ในมือของเขาไม่มีปืน แต่มีดพกสั้นเล่มคมกริบที่สะท้อนแสงไฟวับวาว ภาคินซัดหมัดตรงเข้าใส่กรามของบอดี้การ์ดคนแรกจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวธันวาและกระชากคอเสื้ออ้วนๆ นั้นขึ้นมาจนลอยหวือ
"แกกล้าดียังไงแตะต้องเธอ..."
เสียงทุ้มต่ำของภาคินเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบทอประกายความเหี้ยมเกรียมที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือแววตาของนักล่าที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนเป็นชิ้นๆ หากบังجานมาทำร้ายผู้หญิงของเขา
ธันวาหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว อ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยคำสั่งลูกน้อง แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงนกหวีดสัญญาณเตือนภัยไซเรนดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูขึ้นมาบนชั้นสอง
ภาคินเหลือบตามองหน้าจอมอนิเตอร์ที่ยังคงค้างอยู่ และก่อนที่รินรดจะทันได้ตั้งตัว บอดี้การ์ดหน้านิ่งก็คว้าเอวเธอเข้ามาชิดอกแกร่งในเสี้ยววินาที
"เกาะผมไว้แน่นๆ ครับคุณรินรดา... เพราะเรากำลังจะกระโดดออกทางหน้าต่าง"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง•ตอนที่ 7
กับดักกลางงานเลี้ยง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริงสำหรับนักข่าวสายลุยกับบอดี้การ์ดมาดนิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!